Page 173 - Computer Network
P. 173
164 บทที่ 21. ROUTING ALGORITHMS
เปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการอัพเดตอีกครั้งจากโนดทั้ง 3 จะทำให้เราได้
D 1 = min{C 12 + D 2 , C 13 + D 3 , C 14 + D 4 } (21.5)
= min{3 + 7, 5 + 2, 2 + 4}
= 6
D 2 = min{C 21 + D 1 , C 24 + D 4 , C 25 + D 5 }
= min{3 + 7, 1 + 4, 4 + 3}
= 5
D 4 = min{C 41 + D 1 , C 42 + D 2 , C 43 + D 3 , C 45 + D 5 }
= min{5 + 7, 1 + 7, 2 + 2, 3 + 3}
book)
= 4
Iteration โนด 1 โนด 2 โนด 3 โนด 4 โนด 5
ค่าเริ่มต้น (-1, ∞) (-1, ∞) (-1, ∞) (-1, ∞) (-1, ∞)
1 (-1, ∞) (-1, ∞) (6,2) (-1, ∞) (6,3)
2 (3, 7) (5, 7) (6,2) (3,4) (6,3)
3 (4, 6) (partial (6,2) (3,4) (6,3)
(4, 5)
ตารางที่ 21.4: แสดงการเชื่อมต่อของเน็ตเวิร์คโดยการใช้ Bellman-Ford-Moore
only
จะเห็นว่าการทำ Iteration เสร็จสิ้นเมื่อทำครบ 3 รอบหลังจากไม่มีโนดที่ต้องหาอีก หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ของตารางเกิดขึ้น การทำงานของ Bellman-Ford จะค่อยๆเพิ่มจำนวนของฮอปขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งครบทุกโนด
KKU
ซึ่งในกรณีนี้ เนื่องจากเน็ตเวิร์คมีขนาดเล็ก ทำให้สามารถทำได้รวดเร็วเพียง 3 รอบเท่านั้น
ข้อดีในการใช้ Bellman-Ford-Moore คือเป็นการทำงานแบบกระจาย (distributed) โดยแต่ละโนดจะคำนวณ
หาค่าของเส้นทางที่สั้นที่สุดอิสระต่อกัน และบรอดคาสท์ออกไปยังทุกโนดที่อยู่ติดกับตนเอง การบรอดคาสท์ค่าของ
Cost ตํ่าสุดออกไปจะทำให้การหาค่าเร้าติ้งเทเบิลทำได้เร็วขึ้น ซึ่งในที่นี้เป็นการทำ Triggered updates หลังจาก
การทำงานเสร็จสิ้น จะทำให้โนดทุกโนดมีค่า cost ที่ตํ่าที่สุดไปยังโนดปลายทาง พร้อมทั้งโนดที่อยู่ถัดไป จะเห็น
ว่าการทำงานของอัลกอริทึม Bellman-Ford อาศัยค่าของระยะทางเป็นหลัก (จำนวนฮอบ) ทำให้บางครั้งเราเรียก
ว่า
อัลกอริทึม Bellman-Ford ว่าอัลกอริทึม Distance Vector
Link Failure
สมมติว่าหลังจากการทำงานของอัลกอริทึมเสร็จสิ้น การเชื่อมต่อระหว่างโนด 3 และ โนด 6 มีปัญหาคือการเชื่อม
ต่อขาด สมมติให้โนดทุกโนดคำนวณหาเส้นทางใหม่ทันทีที่ได้รับการเปลี่ยนของเน็ตเวิร์คเกิดขึ้น โดยโทโพโลยีของ
เน็ตเวิร์คหลังจากการเชื่อมต่อขาดลง แสดงได้ในรูปที่ 21.2
โดยเมื่อโนด 3 พบว่าการเชื่อมต่อระหว่าง (3,6) ขาดลง โนด 3 คำนวณหาเส้นทางไปยังโนด 6 ใหม่ ทำให้ได้
เส้นทางใหม่คือไปยังโนด 4 โดยจะมีค่าเป็น 5 ดังแสดงในการ Iteration ครั้งแรกหลังจากพบว่าการเชื่อมโยงขาดลง
และส่งค่าเส้นทางที่ได้ใหม่นี้ไปยังโนดอื่นๆ โดยสามารถแสดงการทำงาน จนเสร็จสิ้นได้ดังในตารางที่ 21.2

