Page 103 - แผนการจัดการเรียนการสอนวิทย์พื้นฐาน ม.2
P. 103
101
9. การจัดกจกรรมการเรียนร ู้
ิ
ครูดาเนินการทดสอบก่อนเรียน โดยให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความพร้อมและพื้นฐาน
ของนักเรียน
ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน
1) ครูถามค าถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
– นักเรียนเคยหกล้มแล้วมีบาดแผลเกิดขึ้นหรือไม่ (แนวค าตอบ เคย)
– เมื่อมีบาดแผลเกิดขึ้นแล้วจะท าให้เกิดสิ่งใด (แนวค าตอบ มีเลือดไหลออกมาจากบาดแผล)
– เลือดมีลักษณะอย่างไร (แนวค าตอบ เป็นของเหลวและมีสีแดง)
2) นักเรียนร่วมกันตอบค าถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับค าตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง เลือด
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนร ู้
ั
จดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใชกระบวนการสบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลบดาน ชนเรียน
้
ั้
ั
้
ื
(flipped classroom) ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1) ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูถามค าถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
– เลือดมีส่วนประกอบใดบ้าง (แนวค าตอบ น้ าเลือด เม็ดเลือด และเกล็ดเลือด)
– ส่วนประกอบใดของเลือดช่วยท าให้เลือดหยุดไหล (แนวค าตอบ เกล็ดเลือด)
(2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาค าตอบเกี่ยวกับค าถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน
2) ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration)
ื
ึ
ื
่
(1) ครูให้นักเรียนศกษาเรื่องเลอด จากใบความรู้หรือในหนังสอเรียน โดยครูชวยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ใน
ี่
ร่างกายของมนุษย์มีเลือดอยู่ประมาณร้อยละ 9 – 10 ของน้ าหนักตว เลอดมีสวนประกอบทสาคญ 2 สวน คอ สวนทเป็น
ั
ื
่
ื
ี่
่
ั
่
ี่
ของเหลว ซึ่งเรียกว่า น้ าเลอด หรือ พลาสมามีอยู่ประมาณ ร้อยละ 55 ของปริมาณเลอดทงหมด ทาหน้าทลาเลยง
ั้
ี
ื
ื
่
สารอาหาร เอนไซม์ ฮอร์โมน และแก๊สไปยังเซลลต่างๆ ของร่างกาย และลาเลยงของเสยตางๆ มายังปอดเพื่อขับออกจาก
์
ี
ี
ื
ื
็
ี่
ร่างกาย และสวนทเป็นของแข็ง ประกอบดวยเม็ดเลอดและเกลดเลอด ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 45 ของปริมาณเลอด
่
้
ื
ทั้งหมด
ื
(2) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเม็ดเลือดให้นักเรียนเข้าใจว่า เม็ดเลอดมี 2 ชนิด คือ เม็ดเลือดแดงทาหน้าทล าเลยง
ี่
ี
ี่
แก๊สออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย สร้างจากไขกระดูก มีอายุประมาณ 110–120 วัน และถูกท าลายทตับและม้าม
ี่
่
และเม็ดเลือดขาวทาหน้าทตอต้านและก าจดเชื้อโรคหรือสงแปลกปลอมที่เข้าสร่างกาย สร้างจากม้าม ไขกระดูก และตอม
่
ู่
ั
ิ่
น้ าเหลือง มีอายุประมาณ 7–14 วัน และถูกท าลายที่ตับและม้าม
ื้
่
(3) ครูอธิบายเรื่องน่ารู้ เรื่องวัคซีนให้นักเรียนเข้าใจว่า วัคซีน คอ แอนติเจนของเชอโรคที่ไม่สามารถท าอันตรายตอ
ื
้
ิ
ุ้
่
ร่างกายได การให้วัคซีนแก่ร่างกายเพื่อให้แอนติเจนไปกระตนร่างกายให้สร้างแอนติบอดีที่ทาปฏกิริยาจ าเพาะตอแอนติเจน
ชนิดนั้น ๆ ซึ่งการน าวัคซีนเข้าสู่ร่างกายท าได้โดยการฉีด รับประทาน หรือการปลูกฝี
้
ื
้
ี
ี่
(4) ครูอธิบายเรื่องน่ารู้ เรื่องเซรุ่มให้นักเรียนเข้าใจว่า เซรุ่ม คอ น้ าเลอดทมีแอนตบอดทเมื่อร่างกายไดรับแลว
ี่
ื
ิ
่
้
ื้
สามารถตานทานพิษของโรคนั้นไดทนท เซรุ่มไดจากการฉีดเชอโรคทอ่อนฤทธิ์แลวเข้าไปในม้าหรือกระตาย เมื่อม้าหรือ
้
้
ั
ี
ี่
้
ึ
้
ู่
่
ิ
กระตายสร้างแอนติบอดีขึ้นในน้ าเลือด จงสกัดเอาน้ าเลอดที่มีแอนตบอดีของม้าหรือกระต่ายมาฉีดเขาสร่างกายของมนุษย์
ื
ี
้
โดยตรง เซรุ่มใชรักษาในกรณจาเป็นเร่งดวน เชน เมื่อถูก งูพิษกัดหรือถูกสนัขบ้ากัด ข้อดของเซรุ่ม คอ ทาให้ร่างกายมี
ุ
ี
ื
่
่
ภูมิคุ้มกันโรคทันที

