Page 193 - แผนการจัดการเรียนการสอนวิทย์พื้นฐาน ม.2
P. 193
191
8. ชิ้นงานหรือภาระงาน
สืบค้นข้อมูลการคุมก าเนิด
ิ
9. การจัดกจกรรมการเรียนร ู้
ครูดาเนินการทดสอบก่อนเรียน โดยให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความพร้อมและพื้นฐาน
ของนักเรียน
ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน
1) ครูให้นักเรียนทบทวนความรู้เดิมที่ได้เรียนรู้มาแล้วโดยใช้ค าถามต่อไปนี้
– ทารกที่คลอดออกมามากกว่า 1 คนในคราวเดียวเรียกว่าอะไร (แนวค าตอบ แฝด)
้
ึ
ี้
– เพราะอะไรจงควรเลยงทารกดวยน้ านมแม่มากกว่าน้ านมวัว (แนวคาตอบ เพราะน้ านมแม่มีสารอาหาร
ครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการของทารก ทารกที่ดื่มน้ านมแม่จะได้รับโปรตน กรดไขมันจ าเป็น และภูมิต้านทานเชอ
ื้
ี
โรค ท าให้ทารกเจริญเติบโต มีพัฒนาการของสมอง และสุขภาพที่ดี)
ื่
ิ
ู่
2) นักเรียนร่วมกันตอบคาถามและแสดงความคดเห็นเกี่ยวกับคาตอบ เพื่อเชอมโยงไปสการเรียนรู้เรื่อง การ
คุมก าเนิด
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนร ู้
ื
ั้
้
ั
ั
จดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใชกระบวนการสบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลบดาน ชนเรียน
้
(flipped classroom) ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1) ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูถามค าถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
ี่
ี
่
้
้
– ในกรณทยังไม่พร้อมจะมีบุตร หรือมีบุตรเพียงพอตอความตองการแลว สามารถป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการ
ตั้งครรภ์ขึ้นได้ด้วยวิธีใด (แนวค าตอบ การคุมก าเนิด)
้
ิ
– การคมก าเนิดทาได้ดวยวิธีใด (แนวค าตอบ วิธีธรรมชาต การคมก าเนิดโดยใชอุปกรณ์ การคุมก าเนิดโดยใช ้
้
ุ
ุ
สารเคมี และการผ่าตัดท าหมัน)
(2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาค าตอบเกี่ยวกับค าถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน
2) ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration)
ื
(1) ครูให้นักเรียนศกษาเรื่องการคมก าเนิด จากใบความรู้หรือในหนังสอเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเขาใจ
้
ึ
ุ
ุ
ิ
ว่า การคมก าเนิด หมายถึง การป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการตงครรภ์ขึ้น มีหลายวิธี ไดแก่ วิธีธรรมชาต การคมก าเนิดโดยใช ้
ุ
ั้
้
อุปกรณ์ การคุมก าเนิดโดยใช้สารเคมี และการผ่าตัดท าหมัน
(2) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สืบค้นข้อมูลการคุมก าเนิด ตามขั้นตอน ดังนี้
– สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการคุมก าเนิด โดยค้นคว้าในประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้
• วิธีธรรมชาต ิ
• การคุมก าเนิดโดยใช้อุปกรณ ์
• การคุมก าเนิดโดยใช้สารเคมี
• การผ่าตัดท าหมัน
– น าข้อมูลที่ได้มาอภิปรายร่วมกัน แล้วน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าห้องเรียน
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรม

