Page 72 - จรัมบุญ
P. 72
ี
ี
ท่เป็นลูกของนางโมคคัลลีว่าโมคคัลลานะ โมคคัลลานะน้เป็นผู้มีปัญญา
มาก ได้ศึกษาจบไตรเพทตามสกุลพราหมณ์ บ้านเดิมอยู่ใกล้เคียงกับ
บ้านพระสาริบุตร จึงคุ้นเคยและรักใคร่กันมาก เพราะมีปัญญาเทียบ
�
เท่ากัน มีการศึกษาดีเท่ากัน มารดาบิดามีหลักทรัพย์เสมอกัน จึงทาให้
สองสกุลสนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง
ื
เม่อจบการศึกษาช้นต้นแล้ว ก็หันเข้ามาศึกษาทางศาสนา
ั
ั
เข้าเป็นบริษัทปริพพาชกเล่าเรียนลัทธิน้นจนจบหลักสูตร การเป็น
ิ
ั
ั
ั
้
ี
ุ
สมาชกปรพพาชกนน พระสารบตรร่วมใจด้วย ครนแล้วเหนว่าลทธ
ิ
้
ิ
็
ู
ิ
้
ิ
ปรพพาชกนนไมมสาระอะไรมากนก วนหนงไปดมหรสพทเขาคชฌกฏ
ี
่
ั
ึ
ู
่
ั
ั
ี
่
ทั้ง ๒ สหายเกิดความสลดจิตคิดเห็นว่า คนพวกนี้ไม่ถึงร้อยปีก็จะต้อง
จากโลกไป จะสนุกสาราญอะไรในเร่องการละเล่น เราท้ง ๒
�
ั
ื
�
ควรแสวงหาโมกขธรรมดีกว่า สารีบุตรและโมคคัลลานะทากติกากันว่า
เราทั้ง ๒ ต้องแยกทางกันออกแสวงหาโมกขธรรม ถ้าใครผู้ใดได้บรรลุ
ั
ื
ถึงโมกขธรรม ผู้น้นต้องกลับนามาแจ้งให้ทราบ เม่อตกลงกันแล้ว
�
ต่างคนต่างจากกัน
�
ึ
วันหน่งสารีบุตรปริพพาชก ได้พบพระอัสสชิเถระกาลัง
เดินโปรดสัตว์อยู่ข้างถนน พอได้เห็นก็เกิดความข้องใจและสนใจ
ั
ในพระเถระ เน่องด้วยการนุ่งห่มก็ผิดปกตินักบวชในสมัยน้น มรรยาท
ื
ี
ื
ก็แปลกตา สงบเสง่ยมไม่ล๊อกแล๊กเหมือนสมณะนิกายอ่น เดินด้วย
การส�ารวม ทอดสายตาไปเพียงชั่วแอก (ประมาณ ๔ ศอก) อินทรีย์
ี
สงบ ผิวหน้าผ่องใส คุณสมบัติน้จับใจย่งนัก คิดในใจว่านักบวชผู้น
ี
้
ิ
ั
มาจากนิกายไหน จึงมีมรรยาทน่าเล่อมใสย่งนัก คร้นจะถามท่านกลางถนน
ื
ิ
ก็เห็นว่าไม่เป็นมรรยาทที่ดีงาม จึงยั้งใจไว้เดินตามไปเบื้องหลัง
46 จรัมบุญ

