Page 70 - จรัมบุญ
P. 70
ยาสูบก็บอกเขาๆ ก็เอามาห้อยที่ต้นกามพฤกษ์ ขอสุราเขาๆ ก็ไม่ให้
ชาวบ้านยืนยันสมัยต้นกามพฤกษ์ไม่มีมนุษย์ด่มสุราเมรัย อย่ามา
ื
ี
แหกปากขออยู่เลยไม่มีให้ พวกนักสวดก็หัวเราะชอบใจท่ชาวบ้านเขา
�
ี
ว่าเข้าให้ ออกบทสวดใหม่บอกว่าแล้วแต่พ่ป้าน้าอาจะศรัทธาทาบุญแก่
ิ
พระมาลัย คราวน้เขาก็เอาสตางค์มาห้อยไว้ท่ก่งไม้เป็นรางวัลในการ
ี
ี
ื
ื
สวด คงจะเอาไปซ้อสุราด่มเป็นแน่ เพราะพวกน้โดยมากชอบด่ม เวลา
ื
ี
นี้การสวดพระมาลัยเป็นอันสูญหมดแล้ว
ิ
ี
บุญศพสมัยน้สวดกันพอเป็นพิธี กรุงเทพฯ เร่มแต่ ๒๐.๐๐ น.
พอถึง ๒๑.๐๐ น. ก็เลิก เจ้าภาพจะไม่เลิกก็ไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่เขา
เก็บเครื่องใช้สอยแสดงว่าจบพิธีแล้ว เจ้าภาพก็เตรียมบังสุกุลแล้วต่าง
คนต่างกลับไป
ั
การสวดพระธรรมในงานศพน้น ถ้าจะเอาประโยชน์จริงๆ สวด
พระมาลัยเป็นดีท่สุด แต่อย่าให้ตลกคะนอง สวดเรียบร้อย แต่ก่อนน้น
ี
ั
เขามีคฤหัสถ์ชุดหนึ่งสวดยกร้าน ใช้ฆราวาส ๔ คนเหมือนกัน สวด
พระธรรมพอเป็นพิธีแล้วสวดออก ๑๒ ภาษา เขาหากันแพง ตลกขบขัน
ดีเหมือนกัน เขาสวดกันโดยเฉพาะ ไม่เหมือนพวกสวดท้ายพระสงฆ์
ดังกล่าว สวดคฤหัสถ์นั้นมีราคา เขาหากันสมัยนั้นตั้งร้อยชั่งต่อ ๑ คืน
ชั้น ๑ ถึง ๕ ชั่ง ต่อคืน
44 จรัมบุญ

