Page 120 - คู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลักสูตรลูกเสือเอก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
P. 120

เรื่องสั้นที่เป็นประโยชน์                               ใบความร    ู ๎

 ต๎านภัยหนาว ด๎วยภูมิปัญญาไทย                 น้ าสมุนไพรกับการแพทย์แผนไทย


        ตามหลักทฤษฎีการแพทย๑แผนไทย คนเรามีธาตุ 4 เป็นองค๑ประกอบ ได๎แกํ ดิน น้ํา ลม และไฟ
 การเจ็บปูวยในแตํละชํวงฤดูกาลขึ้นกับการเสียสมดุลของธาตุนั้นๆ  การเจ็บปูวยในฤดูหนาวมักเกี่ยวข๎อง  อาหารและน้ําดื่มเป็นปัจจัยที่สําคัญตํอชีวิตมนุษย๑เพราะนอกจากจะชํวยให๎รํางกายเจริญเติบโต

 ึ
 ํ
 ้
 กับธาตุน้ําในรํางกาย  ทําให๎มีเสมหะ  เจ็บคอ  แสบคอ  ดังนันในชวงฤดูหนาวทางแพทย๑แผนไทยจงใช ๎  แข็งแรงแล๎วในอาหารไทยยังมีสมุนไพรที่เป็นเครื่องปรุงชํวยรักษาโรคและอาการบางอยํางได๎
 ทฤษฎีเรื่องของอาหารปรับสมดุลของธาตุน้ําได๎     ตามหลักการการแพทย๑แผนไทยรํางกายจะแข็งแรงต๎องมีภาวะสมดุลของธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ํา
 ๎
 ๎
  โดยเฉพาะผูที่มีโรคประจําตัว เชํน หอบหืด  มักถูกกระตุนให๎แสดงอาการของโรคมากกวําในฤดู   ลม และไฟ ด๎วยเหตุผลที่ประเทศไทยอยูํในเขตร๎อนมีการแปรเปลี่ยนของสภาวะอากาศหลายลักษณะซึ่ง
 อื่น ๆ จึงควรปรับสมดุลของธาตุน๎ําโดยบริโภคอาหารรสเปรี้ยวและรสขม  มากกวํารสอื่นๆ สรรพคุณของ   ทําให๎มีผลกระทบตํอความสมดุลของธาตุทั้ง 4 ในรํางกายและสํงผลให๎เกิดการเจ็บปูวยได๎
                                           ั
                            ั
 รสเปรียวจะชํวยในการขับเสมหะ  สํวนรสขมจะทาให๎เจริญอาหาร  นอกจากนี้อาหารทมีรสเผ็ดร๎อนจะ   ภูมิปญญาไทยได๎อาศยธรรมชาติที่มีอยูํรอบตัวมาใช๎ประโยชน๑ในการปรับสมดุลย๑ของรํางกายได๎
 ้
 ํ
 ่
 ี
 ชํวยให๎รํางกายอบอุํน   กระตุ๎นระบบไหลเวียนโลหิตชํวยให๎เสมหะถูกขับออกงํายขึ้น  เชํน  ขิง  ขํา  พริก   ตัวอยํางเชํน การดื่มน้ําผลไม๎หรือน้ําสมุนไพรสามารถกระทําได๎โดยการดื่มตามเวลาที่ธาตุในรํางกายของ
 กระเพรา ตะไคร๎ หัวหอม เป็นต๎น   คนเราเปลี่ยนแปลงไป  โดยมีการแบํงเวลาดังนี้
                                                                   ํ
                                                                                ็
             ในสํวนของปัญหาผิวแห๎งในชํวงฤดูหนาวสามารถใช๎น้ํามะพร๎าวน้ํามันงา น้ํามันมะกอกทาผว  เวลา  06.00–10.00  น.และ 18.00–22.00  น. รางกายมักจะเจบปูวยด๎วยธาตุน้ําน้ําสมุนไพรที่
 ิ
 ิ
 ิ
 ๎
 ิ
 เนื่องจากเป็นสารจากธรรมชาตอุดมด๎วยวตามินอี   มีสารตานอนุมูลอิสระ กรณีผวแห๎งมากๆ แนะนํา  บํารุงรํางกายและปรับสมดุลของธาตุน้ําได๎แกํน้ําสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว เชํน น้ําส๎ม น้ํามะนาว ฯลฯ
                                                                               ็
                                                                                             ุ
                                                                  ํ
 น้ํามันมะกอกบริสุทธิ์จะชํวยให๎ผิวชุํมชื่นได๎นาน   น้ํามันมะพราวยังชวยลดการอักเสบของผวหนังและ         เวลา 10.00–14.00 น. และ 22.00–02.00 น. รางกายมักจะเจบปูวยด๎วยธาตไฟ น้ําสมุนไพรที่
 ํ
 ิ
 ๎
 ปฺองกันมะเร็งผิวหนังจากแสงแดด  ชํวยบํารุงรํางกายและปรับสมดุลของธาตุไฟได๎แกํน้ําสมุนไพรที่มีรสขม เชํน น้ําบัวบก น้ําลูกเดือย ฯลฯ
                       เวลา 14.00–18.00 น. และ 02.00–06.00 น. รางกายมักจะเจบปูวยด๎วยธาตลม น้ําสมุนไพรท่      ี
                                                                                             ุ
                                                                               ็
                                                                  ํ
 ั
 ู
 ๎
 เรื่องนี้สอนใหรู๎วํา  ภูมิปัญญาและสมุนไพรของไทยมีคุณคําและประโยชน๑อยํางมากหากรหลกและ  ชํวยบํารุงรํางกายและปรับสมดุลของธาตุลม ได๎แกํน้ําสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร๎อน เชํน น้ําขิง น้ําตะไคร๎ ฯลฯ
 ๎
 เข๎าใจ พร๎อมนํามาใช๎อยํางถูกวิธี  ก็สามารถสร๎างภูมิต๎านทานทุกฤดูอีกด๎วย   ในกรณีการเจ็บปูวยด๎วยธาตุดินนั้นไมํได๎ขึ้นกับกาลเวลา แตํจะเกิดผลของการผิดปกติของธาตุ
                อื่นๆ ดังนั้นการดื่มน้ําสมุนไพรหรือน้ําผลไม๎เพื่อบํารุงธาตุดินนั้นจึงสามารถกระทําในเวลาใดก็ได๎
 น้ าส๎มคั้นวันละแก๎ว...หํางไกลจากโรคนิ่ว
 น้ําส๎มคั้น นอกจากจะมีวิตามินซีซึ่งดีตํอผิวพรรณแล๎ว ยังมีผลดีตํอสุขภาพอีกด๎วย โดยนักวิจัยได๎  ตัวอยํางน้ าสมุนไพรบ ารุงธาตุดิน
 เปิดเผยวําการดื่มน้ําส๎มคั้นวันละแก๎ว สามารถชํวยปฺองกันการเกิดโรคนิ่วในไตได๎ประสิทธิภาพดีกวําน้ํา  น้ ามะพร๎าว
 ผลไม๎ที่มีรสเปรี้ยวอื่นๆ เชํน น้ํามะนาว    สํวนผสม  มะพร๎าวน้ําหอมทั้งเนื้อและน้ํา 1 ผล )500 กรัม( น้ําเชื่อม2 ช๎อนโต๏ะ
 ฺ
 ่
 ี
 ่
 ่
 ื
 ํ
 ี
 ํ
 ่
 ้
 ความเชอทวาการดืมน้าผลไม๎รสเปรยวจากผลไม๎ชนิดใดก็ตาม จะสามารถปองกันนิวในไตได๎   วิธีท า   เลือกมะพร๎าวอํอนพอดี ปอกเปลือกออก ใช๎เลื่อยที่คมเฉาะเปลือกตัวหัวมะพร๎าว เทน้ําเก็บไว๎
 เพราะมีสารซิเตรตจากธรรมชาติที่ชํวยเพิ่มปริมาณซิเตรต และลดความเปนกรดของปสสาวะจึงลดการ  ผํามะพร๎าวเป็น 2 ซีกตักเฉพาะเนื้อมะพร๎าวใสํเครื่องปั่นเติมน้ํามะพร๎าวและน้ําตาล ชิมรส
 ั
 ็
 เกิดนิ่วในไตได๎ แตํงานวิจัยกลับพบวํา แม๎วําน้ําผลไม๎ที่มีรสเปรี้ยวทั้งหลายจะมีปริมาณซิเตรตที่ใกล๎เคียง        ตามใจชอบ
 กัน แตํมีน้ําผลไม๎ที่มีรสเปรี้ยวเพียงบางชนิดเทํานั้น ที่อาจชํวยลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได๎   คุณคําทางโภชนาการ พลังงาน 500 กิโลแคลอรีแคลเซี่ยม60 มก.ฟอสฟอรัส 865 มก.
           โรคนิ่วในไตมักเกิดจากจากที่ปัสสาวะมีความเข๎มข๎นมากจนตกตะกอนเปนนิ่ว มักเกิดที่บริเวณ  รสและสรรพคุณ รสมัน ชํวยบํารุงกําลัง ขับปัสสาวะ ลดไข๎ แก๎กระหายทําให๎สดชื่น
 ็
 ็
 กรวยไต และเมื่อก๎อนนิ่วหลุดลงมาที่ทํอไต ก็จะทําให๎เกิดอาการปวดท๎องทันที หลายคนที่เคยเปนโรคนี้
 ต๎องหันมากินยาพวกโพแทสเซียมซิเตรต เพื่อชํวยปองกันการเกิดใหมํของก๎อนนิ่ว แตํผลข๎างเคียงจาก  น้ าแห๎ว
 ฺ
 ี
 ่
 ้
 ึ
 ยาก็อาจทําให๎เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารได๎ บางคนจงหันไปดื่มน้ําผลไม๎รสเปรยวทมี  สํวนผสม  เนื้อแห๎วต๎มสุกประมาณ 6-8 หัว น้ําเชื่อม 2 ช๎อนโต๏ะเกลือเสริมไอโอดีน 1 กรัม
 ี
 สารซิเตรตจากธรรมชาติแทน เพื่อปฺองกันไมํให๎ก๎อนนิ่วเกิดซ้ําอีก    วิธีทํา   นําแห๎วต๎มสุกที่เตรียมไว๎ใสํเครื่องปั่นกับน้ําจนละเอียด เติมน้ําเชื่อม เกลือปูน คนให๎เข๎ากัน
 เรื่องนี้สอนให๎รู๎วํา  การดูแลเรื่องอาหารการกิน และพฤติกรรมการใช๎ชีวิต อาจชํวยยับยั้งการสะสมของ  คุณคําทางโภชนาการ  พลังงาน 111.07 กิโลแคลอรี  วิตามินซี 3.00 มิลลิกรัม
 ผลึกก๎อนนิ่วที่จะเกิดขึ้นใหมํได๎   รสและสรรพคุณ  รสหวานมัน แก๎ร๎อนใน กระหายใน บํารุงธาตุบํารุงเส๎นเอ็น
                  118    คูํมือสํงเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา  ลูกเสือโท  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
 คูํมือสํงเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา  ลูกเสือโท  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6   117   คู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามัญ หลักสูตรลูกเสือเอก  111
                                                                                     ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
   115   116   117   118   119   120   121   122   123   124   125