Page 174 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 174
165
หนา ๔๘
เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๑๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ มกราคม ๒๕๕๑
ุ
ิ
ั
ื
หางหนสวน บรษท ขาราชการหรือบุคคลใด ๆ มาใหถอยคาหรอชี้แจงขอเท็จจรงเพื่อประกอบการ
ิ
ํ
พิจารณาได
ในกรณีที่ผูอุทธรณขอแถลงการณดวยวาจา หาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรอ ก.ค.ศ.
ื
ํ
พิจารณาเห็นวาการแถลงการณดวยวาจาไมจาเปนแกการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ จะใหงดการ
แถลงการณดวยวาจาก็ได
ํ
ในกรณีที่นัดใหผูอุทธรณมาแถลงการณดวยวาจาตอที่ประชุม ใหแจงใหผูดารงตาแหนงที่สง
ํ
ั่
ลงโทษหรอเพิ่มโทษทราบดวยวา ถาประสงคจะแถลงแกกใหมาแถลงดวยตนเองหรือมอบหมาย
ื
็
ี่
้
ั
เปนหนังสอใหขาราชการที่เกยวของเปนผูแทนมาแถลงแกตอที่ประชุมครงนั้นได ทั้งนี้ ใหแจงลวงหนา
ื
ั
ตามควรแกกรณี และเพื่อประโยชนในการแถลงแกดงกลาว ใหผูดารงตาแหนงที่สงลงโทษหรือเพิ่มโทษ
ั่
ํ
ํ
ื
หรอผูแทนเขาฟงคาแถลงการณดวยวาจาของผูอุทธรณได
ํ
็
ในการพิจารณาอุทธรณ ถา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรอ ก.ค.ศ. เหนสมควรที่จะตอง
ื
ิ
ื
สอบสวนใหมหรอสอบสวนเพิ่มเตมเพื่อประโยชนแหงความถูกตองและเหมาะสมตามความเปนธรรม
ื่
ื
ิ
ใหมีอํานาจสอบสวนใหมหรอสอบสวนเพิ่มเตมในเรองนั้นไดตามความจําเปน โดยจะสอบสวนเองหรือ
ื
แตงตงคณะกรรมการสอบสวนใหสอบสวนใหมหรอสอบสวนเพิ่มเตมแทนก็ได หรอกาหนดประเด็น
ั้
ื
ิ
ํ
ื
ิ
ิ
ํ
ั
หรอขอสาคญที่ตองการทราบสงไปใหผูสอบสวนเดมทําการสอบสวนเพิ่มเตมได
ิ
ื
ในการสอบสวนใหมหรอสอบสวนเพิ่มเตม ถา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรอ ก.ค.ศ.
ื
ื
หรอคณะกรรมการสอบสวนที่ไดรับแตงตั้งตามวรรคสี่ เห็นสมควรสงประเด็นหรือขอสําคัญใด
ที่ตองการทราบไปสอบสวนพยานหลักฐานซึ่งอยตางทองที่หรอตางเขตพื้นที่การศึกษา ใหมีอํานาจ
ื
ู
ั
ั
ั
ํ
ํ
ื
ื
กาหนดประเด็นหรอขอสาคญนั้นสงไปเพื่อใหหวหนาสวนราชการหรอหวหนาหนวยงานในทองที่หรอ
ื
เขตพื้นที่การศึกษานั้นทําการสอบสวนแทนได
ั
ํ
ื
การสอบสวนใหมหรอสอบสวนเพิ่มเตม หรอสงประเดนหรอขอสาคญไปเพื่อใหผูสอบสวน
ิ
ื
ื
็
ิ
เดมหรอหวหนาสวนราชการหรอหวหนาหนวยงานซงอยตางทองที่หรอตางเขตพื้นที่การศึกษา
ั
ั
ื
ื
ื
ู
ึ่
ํ
ิ
ื่
ดาเนินการตามวรรคสี่และวรรคหา ในเรองเกี่ยวกบกรณีกลาวหาวากระทําผิดวนัยอยางรายแรง
ั
ื
ื
ตามมาตรา ๙๘ วรรคสอง หรอกรณีกลาวหาตามมาตรา ๑๑๐ (๔) หรอมาตรา ๑๑๑ ใหนําหลักเกณฑ
และวธีการเกี่ยวกบการสอบสวนพิจารณาตามมาตรา ๙๘ วรรคหก หรอมาตรา ๑๑๑ วรรคหนึ่ง
ั
ิ
ื
และวรรคสาม แลวแตกรณี มาใชบังคบโดยอนุโลม
ั

