Page 87 - นาวิกศาสตร์ เดือน มิถุนายน ๒๕๕๙
P. 87
บันทึกไว้ในราชนาวี
อู่ตะเภา ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งภาคตะวันออก
นาวาโทหญิง ปานะรี คชโคตร
กองทัพเรือ และกระทรวงคมนาคม ได้ลงนาม ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและกองทัพเรือได้ประชุม
๑
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในโครงการพัฒนา หารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาแนวทางการพัฒนา
ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยกองทัพเรือจัดสรร ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ได้ข้อสรุปการดำเนินงานภายใต้
๒
งบประมาณกว่า ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อสร้างและ แนวคิด One Airport Two Missions โดยในการประชุม
ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารให้สามารถรองรับผู้โดยสาร เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘ กระทรวงคมนาคม
๓ ล้านคนต่อปี ในปี พ.ศ.๒๕๖๐ จากเดิมที่มีเที่ยวบิน และกองทัพเรือ ได้เห็นชอบร่วมกันในการดำเนินการ
เช่าเหมาลำขนส่งผู้โดยสารเข้าออก ๒๐๐,๐๐๐ คน พัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา แบ่งออกเป็น ๓ ระยะ คือ
ต่อปี
๑ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum Of Cooperation:MOC)
๒
สนามบิน (ท่าอากาศยาน) อู่ตะเภา : ในปี พ.ศ.๒๕๐๗ กองทัพเรือได้สร้างสนามบินขึ้นที่ บ้านอู่ตะเภา ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
โดยใช้งบประมาณของกองทัพเรือ ระหว่างการก่อสร้างได้มีการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ในเวียดนามใต้ และประเทศลาว ประเทศสหรัฐอเมริกา
จึงได้เสนอความช่วยเหลือในการก่อสร้าง และขอใช้สนามบินอู่ตะเภาบางส่วนเป็นการตอบแทน เมื่อการก่อสร้างสนามบินแล้วเสร็จสหรัฐอเมริกา
ได้ส่งมอบให้กองทัพเรือใช้ราชการและดูแลรักษา ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ สหรัฐอเมริกาได้ถอนกำลังทหารออกจากประเทศไทยรวมทั้งสนามบินอู่ตะเภา
ด้วย ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๒ คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงคมนาคม (กรมการบินพาณิชย์ ) ปรับปรุงสนามบิน
อู่ตะเภา ให้มีขีดความสามารถเป็นสนามบินสำรองของสนามบินดอนเมือง และ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๒ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้
กระทรวงกลาโหม (กองทัพเรือ) กับกระทรวงคมนาคม (กรมการบินพาณิชย์) ร่วมกันบริหารและพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินพาณิชย์
ระหว่างประเทศ
๘๒ นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙

