Page 89 - นาวิกศาสตร์ เดือน มิถุนายน ๒๕๕๙
P. 89
กฎหมายใกล้ตัว
เรือโท สุทธิชัย ธรรมชาติ
“บุคคล จักต้องรับโทษในทางอาญา ก็ต่อเมื่อ ดังกล่าวการกระทำของผู้เขียน มีเจตนากระทำความผิด
ได้กระทำโดยเจตนา” ประโยคนี้นับว่าเป็นประโยคแรก ๆ ทางอาญาหรือไม่อย่างไร
ที่ผู้ศึกษากฎหมายที่มีโทษในทางอาญา ได้รับการถ่ายทอด เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ ผู้เขียน ได้ให้ชายคนหนึ่ง สมมติ
และทำความเข้าใจ ก่อนที่จะอาจารย์ท่านจะนำไปสู่ ชื่อว่า นาย ก. กู้ยืมเงิน จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท โดยทำ
เนื้อหาอื่น ๆ ของการเรียนการสอนกฎหมาย การศึกษา สัญญากู้เงินระหว่างกันไว้ และนาย ก. นำที่นามาทำกิน
กฎหมายของผู้เขียนก็เช่นเดียวกัน ผู้เขียนก็ต้องศึกษา ต่างดอกเบี้ย จำนวน ๒๐ ไร่ ไม่มีการส่งมอบโฉนด
หลักการดังกล่าวเป็นสิ่งแรก ๆ โดยหนังสือคำบรรยาย เนื่องจาก นาย ก. อ้างว่าติดจำนองที่ ธกส. ผู้เขียนทำสัญญา
กฎหมายอาญาเกือบครึ่งเล่ม ชั่วโมงเรียนกฎหมายอาญา ส่งมอบเงินเรียบร้อย ก็เข้าทำนาต่างดอกเบี้ยต่อเนื่องมา
เกือบครึ่งเทอม อาจารย์ต่างพยายามที่จะอธิบายความ เป็นประจำจนถึงปัจจุบัน
หมายของหลักการดังกล่าว เพื่อให้ผู้ที่ศึกษากฎหมาย ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๓ นาย ก.
ได้ทำความเข้าใจกับหลักการของกฎหมาย แต่บ่อยครั้ง ได้ไปกู้เงินหนี้นอกระบบจากนายทุนท่านหนึ่ง ซึ่งเป็น
ของการเรียน หากเนื้อหาใดที่ผู้เขียนเห็นว่า จะไม่ออก ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท กำหนดดอก
ข้อสอบ หรือหากออกก็เกาะเกี่ยวมาเพียงส่วนน้อย เบี้ยร้อยละ ๑๐ ต่อเดือน และนำโฉนดที่ดินดังกล่าวไป
จึงไม่ได้ทำความเข้าใจในการเรียน และข้ามเนื้อหาใน มอบไว้แก่นายทุนคนดังกล่าว
ส่วนนั้นไป และผู้เขียนเองก็เชื่อว่า วิธีการดังกล่าว เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๕๙ นายทุนท่านนั้นมาพบผู้เขียน
นักศึกษากฎหมายส่วนใหญ่ก็ทำกัน เป็นผลให้การ และพูดด้วยถ้อยคำที่แข็งกร้าวว่า “เจ้าของที่ดินติดหนี้
ตีความกฎหมายของผู้ที่ไม่เข้าใจหลักการไม่เป็นไป เขาจำนวนมาก และปีนี้จะทำการยึดที่ดิน และเข้าทำนา
ตามความมุ่งหมายของกฎหมายได้ และยังผลให้มีการ ถ้าผู้เขียนไม่อยากมีปัญหา และไม่อยากถูกฟ้องร้อง
ตีความกฎหมายไปในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือเกิด ต่อศาลด้วย ให้ยอมยกที่ดินให้เสียแต่โดยดี”
ความคลาดเคลื่อนได้ หลังจากโต้แย้งกันนานพอสมควร จนประเมิน
หลังจาก ได้เข้ารับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นซึ่ง สถานการณ์ได้แล้วว่าพูดไปคงไม่เกิดประโยชน์อันใด
มุ่งเน้นในเรื่องหลักการของกฎหมาย และมีการศึกษา ผู้เขียนจึงพูดกลับด้วยถ้อยคำที่แข็งกร้าวว่า “ที่ดินนี้
เปรียบเทียบกับกฎหมายของต่างประเทศ และได้เก็บ ไม่ว่าตอนนี้ หรือต่อไปจะเป็นของใคร ไม่ว่าคุณจะไป
ประสบการณ์จากการทำงาน ทำให้มีความรู้และความ ฟ้องศาลชนะ จนมีสิทธิบังคับยึดทรัพย์นาย ก. ก็ตาม
เข้าใจในหลักการของกฎหมายขึ้น เพียงพอที่จะกล้า ผมยืนยันว่าไม่ออก และใครก็ตามนอกจากคนที่ผม
วินิจฉัยว่า กรณีใด มีเจตนา และกรณีใดเป็นการ อนุญาต หากเข้ามา ผมจะดำเนินคดีฐานบุกรุกทุกราย”
กระทำที่ขาดเจตนากระทำความผิดในทางอาญา อัน ภายหลังคำพูดออกจากปาก วงสนทนาก็แตกทันที
เป็นองค์ประกอบสำคัญของการที่จะนำตัวผู้ที่เรากล่าวหา จึงเกิดคำถามในทางกฎหมายว่า คำพูดของผู้เขียน
ว่าเขากระทำความผิด ไปฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ลงโทษได้ ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างไร และสามารถ
ผู้เขียนขอนำประสบการณ์ตรงที่เกิดกับตัวผู้เขียน ดำเนินคดีกับผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ ตามที่ผู้เขียนอ้างหรือไม่ ???
เอง เพื่อนำมาเปรียบเทียบข้อกฎหมายว่า ประเด็น
๘๔ นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙

