Page 50 - นาวิกศาสตร์ ธันวาคม ๒๕๖๑
P. 50

ิ
                                                                           ั
                                                                                       ึ
                                            ั
                                                                                                     ื
                     ทหำรอำสำกองบินทหำรบกท้งหมดเข้ำสู่ขั้นตอน        กำรฝึกหัดข้นแรกจึงเร่มต้นข้นจำกกำรหัดขับเคร่องบิน
                 ตรวจควำมพร้อมทำงร่ำงกำย ตรวจสอบพ้นฐำนประสบกำรณ์   เบริโยต์ปีกตัด (Bleriot - Clipped Wing) เครื่องยนต์
                                             ื
                                                                                                ี
                 ควำมรู้เพ่อแยกเป็นประเภทเพ่อเข้ำกระบวนกำรฝึกหัด  อำงซำนี (Anzani) ๓ สูบ ๘๐ แรงม้ำ ท่มีช่อล�ำลอง
                        ื
                                                                                                   ื
                                        ื
                  ึ
                                ้
                                ั
                                    ้
                            ี
                                      ั
                                            ิ
                 ศกษำของโรงเรยนตงแตเชำวนท ๖ สงหำคม พ.ศ. ๒๔๖๑   เรียกเครื่องบินรุ่นนี้ว่ำ “เพนกวิน” (Penguin) เริ่มต้นฝึก
                                         ี
                                   ่
                                         ่
                                                                    ี
                                                                                                  ี
                 ใช้เวลำประมำณ ๓ วัน ผลกำรคัดเลือกแยกประเภท    ในวันท่ ๙ สิงหำคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ศิษย์กำรบินท่คัดเลือกไว้
                 เจ้ำหน้ำท่ของโรงเรียนคัดทหำรอำสำกองบินทหำรบก  ทยอยฝึกหัดขับกับพ้นดินเป็นชุด ๆ เป็นเวลำรำวชุดละ
                        ี
                                                                               ื
                 เลือกไปเป็นศิษย์กำรบิน ๑๐๖ นำย เป็นนำยทหำร    ๑๐ วัน ฝึกบินแท็กซี่ในช่วงเช้ำกับหัวค�่ำ ตอนสำยเรียน
                                                                        ื
                 สัญญำบัตร ๔๗ นำย นำยสิบ ๔๔ นำย พลทหำร ๑๕ นำย    ลักษณะเคร่องบินและก�ำลังของเคร่องบิน เคร่องยนต์
                                                                                           ื
                                                                                                    ื
                       ี
                 โดยมีผู้ท่เคยฝึกบินคันบังคับคู่มำจำกดอนเมืองแล้ว ๒๙ นำย     เรียนกำรปืนกลวิคเคอร์ (Vickers) และปืนกลลิวอิส
                                  ื
                 และเลือกไปเป็นช่ำงเคร่องยนต์ ๓๑๕ นำย เป็นนำยทหำร  (Lewis) ตอนบ่ำยซ้อมยิงปืนสั้นกระสุนซ้อมยิง
                                                                       ั
                 สัญญำบัตร ๒ นำย นำยสิบ ๑๔ นำย พลทหำร ๒๐๙ นำย        จำกน้นจึงไปฝึกหัดกับเคร่องบินท่มีก�ำลังแรงม้ำสูงข้น
                                                                                      ื
                                                                                                        ึ
                                                                                           ี
                                                                               ี
                                                   ่
                                                 ั
                   ่
                   ี
                  ู
                                                                                                      ื
                 ผ้ทได้รับคดเลอกไปฝึกเป็นศิษย์กำรบินได้รบจำยกำงเกง  ฝึกใช้บังคับหำงเสือท่เรียกว่ำคันบังคับคู่ หัดขับกับพ้นดิน
                        ั
                           ื
                                                                     ั
                                                                                              ึ
                 เย็บติดเส้อหนังสีด�ำ รองเท้ำหนังสีด�ำเลยตำตุ่มเล็กน้อย   ครูฝึกน่งหน้ำ ศิษย์กำรบินน่งหลัง ฝึกข้นบินกับครูฝึก
                        ื
                                                                                     ั
                                                                                    ี
                 หมวกกะโล่นักบินแว่นตำนักบินและหน้ำกำกป้องกันก๊ำซพิษ   รวมคนละไม่เกิน ๘๐ เท่ยว ศิษย์กำรบินท่ผ่ำนกำร
                                                                                                  ี
                                                                      ี
                     ปฐมบทแห่งกำรบินของทหำรอำสำ ณ โรงเรียน     ฝึกหัดน้แล้ว  ต่อไปจะต้องฝึกหัดใช้คันบังคับเด่ยว
                                                                                                       ี
                                          ิ
                       ั
                 กำรบินช้นต้น ต�ำบลอิสตร์ จึงเร่มต้นนับแต่รุ่งเช้ำวันท  ี ่  บินล�ำพังคนเดียวคนละไม่เกิน ๒๔ เที่ยว
                                                                                               ี
                                                                               ื
                                                                                                    ิ
                 ๖ สิงหำคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ด้วยกำรคัดเลือกบุคคลและ       กำรฝึกหัดเคร่องบินคันบังคับเด่ยว  เร่มจำก
                                                   ี
                                                                            ี
                 หลอมรวมโครงสร้ำงกองบินใหญ่ ๓ กอง ท่จัดมำจำก   กำรปล่อยบินเด่ยวท�ำเวลำได้ตำมก�ำหนด กำรฝึกบิน
                                                                                           ี
                 ประเทศไทยรวมจัดโครงสร้ำงใหม่เป็น “กองบินทหำรบก”   เดินทำงไกลและบินลงพักสนำมบินท่ก�ำหนดโดยจับเวลำ
                 กองเดียว                                      ท่บินไปถึงและบินกลับ มีศิษย์กำรบินเพียงไม่ก่นำยบิน
                                                                ี
                                                                                                   ี
                                                                             ี
                                                                                                     ็
                                                                                       ิ
                                                                                 ิ
                                                                             ่
                                                               หกคะเมนตอนเทยวบนลง บนเลยเข้ำป่ำไปกมีบ้ำง
                                                                                           ื
                                                                                          ี
                 “เพนกวิน” (Penguin)                           และมีบำงนำยบินหลงหมอกแดดท่พ้นในตอนเย็นท�ำให้
                                                               มองไม่เห็นสนำม ท�ำให้ต้องตัดสินใจบินลงไร่องุ่นเม่อเวลำ
                                                                                                     ื
                                                                                    ื
                                                               ใกล้พลบค่ำ จึงต้องแก้ไขเคร่องบินด้วยตนเองกับสอบถำม
                                                                       �
                                                                                                      ึ
                                                               ภูมิประเทศกับชำวบ้ำนละแวกน้นแล้วน�ำเคร่องข้นบิน
                                                                                                  ื
                                                                                        ั
                                                               กลับในวันถัดไปก็มี
                                                                                                    ี
                                                                              ี
                                                                   ศิษย์กำรบินท่ผ่ำนกำรหัดบินคันบังคับเด่ยวแล้ว
                                                                               ื
                                                               จะส่งไปฝึกหัดขับเคร่องบินโกดรองซ์ จี ๓ (Caudron G3)
                   เครื่องบินฝึกเบริโยต์ปีกตัด เรียกกันโดยล�าลองว่า “เพนกวิน
                                                                                                ื
                                                               เคร่องยนต์อำงซำนี (Anzani) หรือเคร่องยนต์โรน
                                                                  ื
                                                                          ี
                     โดยหลักสูตรฝึกหัดกำรบินของโรงเรียนกำรบิน  (Le Rhone) ท่ค่ำยปำตี (Camp de Paty) เพื่อเตรียมเข้ำ
                 ช้นต้น ต�ำบลอิสตร์ แสดงถึงควำมต้องกำรของกองทัพ   สอบไล่รับประกำศนียบัตรนักบินของกระทรวงกลำโหม
                  ั
                                                                                                      ึ
                                                                                       ี
                                                                 ั
                                                                                           ี
                   ั
                 ฝร่งเศสว่ำต้องกำรนักบินท่จิตใจแน่วแน่ มีควำมสำมำรถ   ฝร่งเศส กำรฝึกบินเตรียมตัวท่ค่ำยน้ได้แก่กำรให้ข้นบิน
                                     ี
                 สอบไล่ผ่ำนหลักสูตรพร้อม ๆ กับฝึกฝนตนเองอย่ำงเร่งด่วน   สร้ำงควำมช�ำนำญในระยะสูง ๕๐๐ – ๖๐๐ เมตร
                                                                      ึ
                                                                                               ี
                                                 ื
                                              ั
                 ให้มีสมรรถภำพสูงสุดในระยะเวลำอันส้น เม่อเสร็จกำรฝึก   แล้วบินข้นระยะสูง ๑,๐๐๐ เมตร ๓ เท่ยว โดยบินลง
                 ในหลักสูตรแล้วสำมำรถไปปฏิบัติกำรสงครำมได้ทันท  ี  เที่ยวที่ ๓ ให้บินลงแบบควงเกลียว
                 48    นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๑๐๑  เล่มที่  ๑๒  ประจำ�ดือน ธันว�คม  ๒๕๖๑
       ���������.indd   48                                                                            12/20/2561 BE   11:00 AM
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55