Page 93 - นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
P. 93

ทูลเกล้าฯ ถวายสำเนาบรรทึกความเห็น ๑ ฉบับ แลร่าง  ในเวลานี้ ๒ ห้อง (คือสองหน้าต่าง หรือสองประตู)
            ข้อบังคับสำหรับการนี้ ๑ ฉบับ มาเพื่อทราบฝ่าลอองธุลี  ตอนข้างเหนือติดผนังด้านสกัด สำหรับตั้งโต๊ะบิลเลียด

            พระบาทด้วยแล้ว.”                               นายพลเรือเอกฯ เสนาบดี มีรับสั่งให้จัดการกันเรือในที่
                สำหรับเนื้อหาสำคัญของบันทึกความเห็นเรื่องตั้ง  ซึ่งกล่าวนั้นไปไว้ที่อื่น แล้วมอบที่นั้นให้แก่กรมเสนาธิการ
            ราชนาวิสภากล่าวถึงแผนการศึกษาของนายทหารเรือ    ทหารเรือ  เพื่อจัดสถานที่ให้ทันเวลาเปิดสภานี้ซึ่ง
            แผนกเดินเรือว่ามีแผนการศึกษาแบ่งออกกว้าง  ๆ     กำหนดว่าในเมื่อสิ้นเดือน มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘
            ๓ ขั้นได้แก่                                       หลังจากนั้นในวันที่  ๔  มีนาคม  พ.ศ.๒๔๕๘
                ขั้นที่ ๑ คือ อาชีพศึกษาสามัญ คือวิชาเดินเรือและ  กรมราชเลขานุการ จึงมีหนังสือที่ ๒๘/๑๘๓๒ แจ้ง
            วิชาบังคับการในเรือ  (การเรือการปกครอง)  และ   พระบรมราชานุญาต มายังเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ

            สรรพาวุธ                                       โดยระบุมาด้วยว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
                ขั้นที่ ๒ คือ การศึกษาวิชาเฉพาะเป็นอย่างๆ ให้รู้ดี       เจ้าอยู่หัว ทรงจดพระราชทานคำภาษาไทยที่ยังมิได้
            กว่าขั้นที่ ๑ เช่น ปืนใหญ่, ตอร์ปิโด, ทุ่นระเบิด, เดินเรือ ฯลฯ   แปลจากภาษาอังกฤษ คือ
                ขั้นที่ ๓ คือ วิชารบ ยุทธวิธี (วิธีการใช้เรือต่างๆ        Navy (Noun) ทรงพระราชทานคำภาษาไทย
            ใช้อาวุธต่าง  ๆ  ฯลฯ  รบกันในระหว่างเรือต่อเรือ       เป็น นาวี
            นำกระบวนเรือเข้ารบ) และยุทธศาสตร์                  Naval (Adjective) ทรงพระราชทานคำภาษาไทย
                กรมเสนาธิการทหารเรือเสนอให้ดำเนินการให้    เป็น นาวิกะ หรือ นาวิก
            จัดการศึกษาขั้นที่ ๓ โดยนำวิธีการเล่น “นาวียุทธ     Lectures  ทรงพระราชทานคำภาษาไทย
            กีฬา” ที่คิดขึ้นใช้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรวิชารบ     เป็น บรรยาย

            ทางเรือของประเทศในทวีปยุโรปนำมาให้นายทหารเรือไทย     Debate ทรงพระราชทานคำภาษาไทยเป็น คารม
            ฝึกใช้ เพื่อเป็นโอกาสให้นายทหารเรือได้คิดและเรียนรู้     ดังนั้นเมื่อจอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
            ด้วยตนเองว่าเรือของทหารเรือไทยที่มีอยู่นั้นจะใช้ให้ถูก  เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
            ทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีได้อย่างไร  และเพื่อให้  เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ จึงทรงลงพระนามในคำสั่ง
            สามารถประเมินล่วงหน้าจากลักษณะภูมิประเทศใน     กระทรวงทหารเรือลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘
            อ่าวไทยว่าควรจะมีเรือชนิดใดจำนวนเท่าใดจึงจะ    เพื่อตั้งราชนาวิสภาของทหารเรือขึ้นจึงใช้คำว่า “ราชนา
            สามารถป้องกันข้าศึกชาติต่าง ๆ ได้ เนื่องจากกรม     วิกะสภา”

            เสนาธิการทหารเรือยังไม่มีความประสงค์ที่จะจัดตั้ง        จากเอกสารต่าง  ๆ  ข้างต้น  “ราชนาวิกสภา”
            เป็นโรงเรียนสงคราม (War School) ขึ้น ดังนั้นจึงเสนอ  จึงก่อตั้งขึ้นโดยพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จ
            ให้จัดตั้ง “ราชนาวีสภา” ขึ้นเพื่อการนี้        พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยกรมเสนาธิการทหารเรือ
                เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว    ซึ่งนายพลเรือโท สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า
            ได้ทรงพระอักษรเรื่องนี้ในวันใดนั้นไม่ปรากฏแน่ชัด แต่  วุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมขุนสิงหวิกรมเกรียงไกร ทรงดำรง
            ในวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๕๘ มีหนังสือกรมปลัด  ตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือเป็นผู้ริเริ่มจัดทำบันทึก
            ทัพเรือที่ ๕๘/๒๔๕๘/๑๒๖๔๘ แจ้งความมายัง นายพลเรือโท   ความเห็นและข้อบังคับจัดตั้งราชนาวีของทหารเรือขึ้น
            พระยามหาโยธา  ผู้บัญชาการกรมชุมพลทหารเรือ      ใช้สถานที่ซึ่งเป็นห้องเก็บเรือแจวพายในความปกครอง
            ว่ากรมเสนาธิการทหารเรือ  แจ้งว่าในการที่จะตั้ง     ของกรมชุมพลทหารเรือรวม ๒ ห้อง เป็นที่ตั้งทำการ

            ราชนาวีสภาขึ้นจะต้องใช้ที่ชั้นล่างซึ่งเก็บเรือแจวพายอยู่  ของราชนาวิกสภานับตั้งแต่นั้นมา (อ่านต่อฉบับหน้า)



                                                            นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙  เล่มที่ ๒  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙  ๗
   88   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98