Page 95 - นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
P. 95

ภาพจาก : www.thailandlawyer.com992
                                                                                   www.m.matichon.co.th

            แล้วส่งตัวแทนมารับรถคันดังกล่าวคืน โดยฝ่ายจำเลย     การไม่ไปศาล โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้
            ยินยอมส่งมอบให้แก่ตัวแทนฝ่ายโจทก์” ซึ่งนายทหาร  เลื่อนคดี กฎหมายถือว่า ท่านขาดนัดพิจารณา หาก
            ท่านนั้น ซึ่งเป็นจำเลยในคดีนี้ ก็รับข้อเท็จจริงว่าเป็น  ท่านเป็นโจทก์ ท่านจะแพ้คดีทันที แต่หากท่านเป็น
            อย่างนั้น แต่ในคำฟ้องที่ระบุในข้อต่อ ๆ ไป ซึ่งระบุว่า   จำเลย ยังดีขึ้นมาอีกนิดหน่อยเพราะศาลพิจารณาและ
            โจทก์นำรถคันดังกล่าวออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงิน  ชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว หากนำสืบคดีแล้วมีมูล
            มาชำระหนี้ มีค่าส่วนต่าง ๒๐๐,๐๐๐ บาท และมีค่า  โจทก์ก็จะชนะคดี โดยที่จำเลยไม่มีโอกาสโต้แย้ง การไม่
            ติดตามทวงถาม อีก ๕๐,๐๐๐ บาท มีค่าขาดประโยชน์   ไปศาล หากเป็นภาษากีฬา มักจะเรียกว่า แพ้ตั้งแต่ในมุ้ง

            จากการไม่ได้ใช้ทรัพย์อีก ๕๐,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ย  หรือ แพ้บาย สุดแล้วแต่จะเรียก
            ของเงินดังกล่าว  ซึ่งรวมแบบคร่าว  ๆ  ประมาณ        “แล้วการไปศาลมีประโยชน์อย่างไร ?” ประโยชน์
            ๓๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งหากจ่ายเสียแต่ตอนนั้น คงได้รถมา  ของการไปศาล นอกจากจะไม่เป็นการขาดนัดแล้ว ยังมี
            ครอบครอง โดยคำฟ้อง และคำขอท้ายฟ้องในข้อนี้     โอกาสที่จะนำสืบพยานหลักฐาน  โต้แย้ง  คำฟ้อง
            นายทหารท่านนั้นท่านรับไม่ได้ และมองว่าไม่ได้รับ  ซักค้านพยานโจทก์ หรือไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาล ซึ่งคดีนี้
            ความเป็นธรรม และท่านมาขอคำปรึกษาด้านกฎหมาย     หากเราไกล่เกลี่ย โดยอ้างว่า จำเลย เป็นข้าราชการ
            แต่ลึก ๆ ในใจ ท่านไม่อยากที่จะไปศาล            เงินเดือนสหกรณ์ตัดจนไม่เหลือ  และเงินเดือน

                “จำเป็นต้องไปศาลหรือไม่ และหากไม่ไปแล้ว จะ  ข้าราชการอยู่นอกข่ายการบังคับคดี ไม่มีเงินเก็บ และ
            เกิดอะไรขึ้น ?” ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ    ไม่มีหลักทรัพย์ใด ๆ ให้บังคับคดี ถ้าจำเลยแพ้คดี โจทก์
            แพ่ง วางหลักไว้ว่า “ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มา  แต่คำพิพากษา แต่ไม่สามารถไปบังคับใด ๆ เอากับ
            ศาลในวันสืบพยาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้    ทรัพย์สินจำเลยได้  แต่ถ้าโจทก์ยอมผ่อนให้แก่กัน
            เลื่อนคดี ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา ถ้า  ยอมลดหนี้เหลือ ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยจะไปกู้เงิน
            โจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้น  สหกรณ์มาวาง ทันที
            เสียจากสารบบความ เว้นแต่จำเลยจะได้แจ้งต่อศาลใน     เชื่อหรือไม่  โจทก์บางรายถือสุภาษิตไทยที่ว่า
            วันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ก็ให้  “กำขี้ ดีกว่ากำตด” ได้เงินสด ๕๐,๐๐๐ บาท ดีกว่า ได้
            ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้น ไปฝ่ายเดียว และ  คำพิพากษาชนะคดีเต็มตามฟ้องมา ๓๕๐,๐๐๐ บาท

            ถ้าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้ศาลพิจารณาและชี้ขาด   แต่ไปติดตามบังคับคดีไม่ได้เลย ตัดสินใจรับข้อเสนอก็มี
            ตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว หากคู่ความทั้งสองฝ่ายขาด  หน้าที่ท่าน เพียงแต่ไปตีหน้าเศร้า เล่าความจน ให้
            นัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจาก  คู่กรณีฟัง เชื่อเหลือเกินว่า สามารถลดหนี้ได้ แม้จะแพ้
            สารบบความ”                                     ตั้งแต่ในมุ้ง ได้ลุกขึ้นมาตบยุงก็ยังดีนะ


            ๙๔     นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙  เล่มที่ ๒  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99   100