Page 34 - นาวิกศาสตร์ เดือน มีนาคม ๒๕๕๙
P. 34
จากนั้นจึงสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมนายเรือ แต่แล้วในวันที่ ๒๙ มิถุนายน ปี พ.ศ.๒๔๙๔
เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๘ และสำเร็จเป็นนายทหารสัญญาบัตร ได้เกิดเหตุการณ์ที่รู้จักกันในนาม “วิกฤตการณ์ แมนฮัตตัน”
ได้รับพระราชทานยศ ว่าที่เรือตรี เมื่อวันที่่ี ๑ มิถุนายน เมื่อทหารเรือกลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจรัฐบาลได้เข้าจับกุม
พ.ศ.๒๔๘๓ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขณะทำพิธีรับมอบเรือขุด
ในช่วงเริ่มต้นของการรับราชการ วิถีชีวิตของท่าน เเมนฮัตตัน ที่ท่าราชวรดิฐ ก่อนจะนำไปเป็นตัวประกัน
ต้องพบกับความเป็นไปอันเลวร้ายที่ไม่คาดคิดมาก่อน บนเรือหลวงศรีอยุธยา จนเกิดการต่อสู้ระหว่างคนไทย
กล่าวคือ ในขณะที่ถูกส่งไปทำหน้าที่ต้นหน บนเรือสินค้า ด้วยกัน
ชื่อนางเสืองนาวา ตามนโยบายของกองทัพเรือในยุคนั้น แม้นาวาตรี สงัดฯ จะมิได้รู้เห็นหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง
ซึ่งต้องการให้นายทหารใหม่มีประสบการณ์จากการ กับความพยายามในการล้มล้างรัฐบาล แต่เมื่อรถถังของ
ปฏิบัติหน้าที่บนเรือพาณิชย์ ทหารบกได้แล่นเข้ามาในลักษณะที่เป็นภัยคุกคาม และ
แต่แล้วในวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ สงคราม พยายามโจมตีเรือหลวงสุราษฎร์ นาวาตรี สงัดฯ ซึ่งเป็น
มหาเอเชียบูรพาได้อุบัติขึ้น และหลังจากนั้นเพียง ๑ เดือน ผู้บังคับการเรือจึงทำการตอบโต้อย่างเด็ดเดี่ยวเฉียบขาด
ขณะที่เรือนางเสืองนาวาจอดรับสินค้าอยู่ที่สิงคโปร์ ด้วยการใช้ปืนเรือยิงสกัดกั้นรถถังของทหารบกจน
เรือตรี สงัดฯ และลูกเรือได้ถูกฝ่ายอังกฤษจับกุมคุมขัง ล่าถอยกลับไป
ในฐานะเชลยศึก เมื่อรัฐบาลไทยในสมัยนั้นประกาศ การกระทำดังกล่าวทำให้นาวาตรี สงัดฯ ต้องถูก
นโยบายเข้าร่วมสงครามโดยเป็นฝ่ายเดียวกับญี่ปุ่น จับกุม คุมขังเป็นครั้งที่ ๒ ของชีวิตหลังจากเหตุการณ์
คนไทยทั้งหมดที่อยู่ในสิงคโปร์ จึงต้องตกเป็นเชลย ยุติลง อย่างไรก็ตามเมื่อฝ่ายรัฐบาลได้พิจารณาอย่าง
โดยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเฮ้าท์เเทรม เป็นเวลากว่า เป็นธรรม และเห็นว่าการกระทำของผู้บังคับการ
๒ เดือน ก่อนที่จะได้รับอิสรภาพ เมื่อกองทัพญี่ปุ่น เรือหลวงสุราษฎร์ เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องเรือรบที่อยู่
สามารถยึดสิงคโปร์ได้สำเร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในความรับผิดชอบของตน นาวาตรี สงัดฯ จึงได้รับ
พ.ศ.๒๔๘๕ อิสรภาพ เเละกลับเข้ารับราชการกองทัพเรืออีกครั้ง
แต่วิถีชีวิตของ เรือตรี สงัดฯ ยังคงผันผวนไปในทาง ในปี พ.ศ.๒๔๙๕ นาวาตรี สงัดฯ ได้รับคำสั่งให้
ที่เลวร้ายเป็นครั้งที่ ๒ เพราะหลังจากที่เดินทางกลับสู่ เดินทางไปรับเรือหลวงตองปลิว และเรือหลวงลิ่วลม
ประเทศไทยได้ไม่นาน กรุงเทพฯ ได้ถูกโจมตีกลางอากาศ จากสหรัฐอเมริกา โดยทำหน้าที่ผู้บังคับการเรือหลวง
ทำให้บ้านพักหลังแรกของ เรือตรี สงัดฯ ถูกระเบิดพินาศ ตองปลิว เเละผู้บังคับหมู่เรืออีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งเป็น
และเรือตรี สงัดฯ ต้องสูญเสียนางเบญจมาศ อังกินันท์ ห้วงเวลาเดียวกับที่ผู้เป็นภรรยาให้กำเนิดบุตรชาย
ผู้เป็นภรรยาและบุตรในครรภ์ไปในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย จนเป็นที่มาของตั้งชื่อสมาชิกใหม่ของครอบครัวว่า
แต่ลูกประดู่ผู้ที่หัวใจเข้มแข็งอย่าง เรือตรี สงัดฯ “ตองปลิว” เเละเมื่อเรือเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย
ก็มิได้ท้อแท้สิ้นหวัง ชีวิตของนายทหารเลือดสุพรรณ นาวาตรี สงัดฯ ก็ได้เลื่อนยศเป็นนาวาโท ในตำเเหน่ง
ยังคงดำเนินต่อไป และเมื่อสงครามสิ้นสุดลง เรือตรี สงัดฯ เสนาธิการกองเรือยุทธการ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม
ซึ่งได้เลื่อนยศสูงขึ้นเป็นลำดับก็ได้แต่งงานอีกครั้งกับ พ.ศ.๒๔๙๖
นางสาวสุคนธ์ สหัสสานนท์ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม จากนั้นในเดือนตุลาคม นาวาโท สงัดฯ ในตำแหน่ง
พ.ศ.๒๔๙๔ นับเป็นการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวเป็น ผู้บังคับการเรือหลวงท่าจีน ได้เดินทางไปร่วมรบ
ครั้งที่ ๒ อย่างอบอุ่นและมีความสุข ในสมรภูมิเกาหลี มีเหตุการณ์หนึ่งที่ถูกจารึกไว้ให้จดจำกัน
จนถึงปัจจุบันก็คือ ในวันที่หมู่เรือร่วมรบสหประชาชาติ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 33

