Page 33 - นาวิกศาสตร์ มิถุนายน ๒๕๖๑
P. 33
ุ
ิ
่
ี
�
ทใช้ต้องมีอำวธปล่อยนำวถี อำกำศยำนหน้ำ กบร. - กำรสงครำมทุ่นระเบิด ทั้งในกำรวำงทุ่นระเบิด
ั
แท้จริงแล้วไม่มีขีดควำมสำมำรถดังกล่ำว เพรำะ ทำงรุกและทำงรับ และกำรตอบโต้ท้งกำรกวำด
ื
ั
ั
ี
ื
ื
ี
�
เคร่องบินต่อสู้เรือผิวน้ำแบบ P–3T เม่อคร้งซ่อมปรับปรุง และล่ำท�ำลำย ท่มีควำมต้องกำรท้งเคร่องบินท่ม ี
�
ไม่ได้ซ่อมคืนสภำพหรือติดต้งระบบอำวุธ เพรำะ ขีดควำมสำมำรถเฉพำะร่วมปฏิบัติกำรกับเรือผิวน้ำน้น
ั
ั
เวลำน้นกองทัพเรือ ได้มีเคร่องบินต่อสู้เรือผิวน้ำแบบ อำกำศยำนหน้ำ กบร. ไม่มีแบบใดท่มีควำมสำมำรถ
�
ั
ื
ี
ิ
ุ
ั
ี
F–27 MK 200 Enforcer ตดตงอำวธปล่อยน�ำวิถ ี นอกจำกเคร่องบินแบบ S–2F ท่ในอดีตสำมำรถ
้
ื
Harpoon ในประจ�ำกำรแล้ว วำงทุ่นระเบิดทำงยุทธวิธีได้
�
- กำรปรำบเรือด�ำน้ำเคยกล่ำวไว้แล้ว ท่ม ี - กำรปฏิบัติกำรสะเทินน้ำสะเทินบก ในขน
ี
้
�
ั
�
ควำมจ�ำเป็นต้องใช้เคร่องบินปรำบเรือด�ำน้ำท้งในกำร กำรยำตรำก�ำลัง (Movement) เข้ำสู่พ้นท่เป้ำหมำย
ื
ื
ี
ั
�
ปรำบเชิงรุกและเชิงป้องกัน เช่น กำรปฏิบัติกำร สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Objective Area)
ั
ิ
ล่ำสังหำร (Hunter Killer) กำรสนับสนุนระยะไกล ท่กำรปฏบัตกำรหลก คือกำรคุ้มกนกองก�ำลังเฉพำะกิจ
ั
ิ
ี
(Distance Support) ตลอดจนกำรท�ำแนวก้น สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Task Force)
ั
�
ี
(Barrier) โดยทุ่นเสียง อำกำศยำนหน้ำ กบร. ท่ม ี ให้ปลอดภัยจำกภัยคุกคำมท้งสำมมิติ อำกำศยำนหน้ำ
ั
ื
�
ื
ี
ขดควำมสำมำรถคอเครองบนปรำบเรอด�ำน้ำแบบ กบร. ที่มีขีดควำมสำมำรถทั้งกำรรบผิวน�้ำ กำรปรำบ
ิ
่
ื
ั
�
ื
ั
ี
S–2F และต้งแต่เคร่องบินแบบน้ปลดประจ�ำกำรไป เรือด�ำน้ำ และกำรต่อสู้ภัยทำงอำกำศน้นได้กล่ำว
ั
ึ
เม่อประมำณ พ.ศ.๒๕๔๒ กองทัพเรือยังไม่ได้จัดหำ ไปแล้ว ส�ำหรับในข้นกำรโจมตี (Assault) ซ่งมีกำร
ื
ื
ี
ทดแทนใหม่ ปฏิบัติส�ำคัญ คือกำรเคล่อนท่จำกเรือสู่ฝั่ง (Ship to
ื
- กำรป้องกันภัยทำงอำกำศของกองเรือ ซึ่ง Shore Movement) และกำรโจมตี เพ่อสถำปนำ
ตำมหลักกำรแล้วจะต้องวำงด่ำนป้องกันในทำงลึก ก�ำลังรบบนฝั่ง พร้อมรุกคืบหน้ำต่อไปของก�ำลังรบ
ี
เป็นแนว จำกหน่วยที่มีคุณค่ำทำงยุทธกำรที่ต้องป้องกัน ยกพลข้นบก (Landing Force) ท่มีควำมต้องกำร
ึ
ี
(High Value Unit) ตำมแนวแกนท่คำดว่ำจะเข้ำมำ กำรล�ำเลียงและอำวุธสนับสนุนทำงอำกำศนั้น
ี
ของอำกำศยำนข้ำศึก โดยแนวนอกสุดต้งแต่แนว อำกำศยำนหน้ำ กบร. ท่เคยถูกก�ำหนดให้ท�ำหน้ำท่น ี ้
ั
ี
ั
ระยะไกลสุดของอำวุธปล่อยน�ำวิถีพ้น–สู่–อำกำศของ คือ เฮลิคอปเตอร์ล�ำเลียงท้งสองแบบท่น�ำไปกับเรือ และ
ี
ื
หมู่เรือฉำกนอกสุด (Missile Zone) ออกไป เป็นเขต เคร่องบินโจมตีแบบ A–7 โดยใช้ฐำนบินบกท่มีรัศม ี
ี
ื
กำรปฏิบัติกำรสกัดกั้นของเครื่องบินขับไล่ของกองเรือ ปฏิบัติกำรคลอบคลุมทุกพ้นท่ท่คำดว่ำจะเป็นต�ำบลท ่ ี
ี
ื
ี
ี
ึ
(Intercept/Aircraft Zone) ซ่งอำจจะต้องจัดให้ม ี ยกพลข้นบกของกองทัพไทยในภูมิภำคน้ กับเคร่องบิน
ึ
ื
ี
เครื่องบินท�ำหน้ำที่ “ยำมอำกำศติดอำวุธ” (Combat AV–8S ท่ประจ�ำบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ภำยหลัง
ื
่
่
ี
ี
ี
ื
ื
ิ
ู
ั
้
Air Patrol/CAP) ตลอดเวลำในพ้นท่ท่คำดว่ำข้ำศึก เมอเครองบนทงสองแบบถกปลดไป ขดควำมสำมำรถ
จะเข้ำตีน้น ในอดีตเคร่องบินขับไล่ข้นลงทำงด่งแบบ ด้ำนนี้ของกองทัพเรือ ได้หมดไปด้วย
ึ
ื
ั
ิ
AV–8S ที่ใช้ฐำนปฏิบัติกำรจำกเรือหลวงจักรีนฤเบศร - ส�ำหรับกำรปฏิบัติกำรสงครำมพิเศษทำงเรือ
ี
ี
เคยท�ำหน้ำท่น้ ในกำรน้นับต้งแต่เคร่องบินดังกล่ำว อำกำศยำนหน้ำ กบร. ที่มีขีดควำมสำมำรถสนับสนุน
ี
ั
ื
ได้ถูกปลดประจ�ำกำรไปขีดควำมสำมำรถด้ำนน ี ้ ท่เป็นหลัก คือ เคร่องบินล�ำเลียงแบบ C–47 และ
ื
ี
ของกองทัพเรือ ได้หมดไปด้วย เฮลิคอปเตอร์ล�ำเลียงทั้งสองแบบ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๑ 31
�������������������� ���. �������� ����� ��.�.61.indd 31 6/25/18 11:58 AM

