Page 34 - นาวิกศาสตร์ มิถุนายน ๒๕๖๑
P. 34

๒.๒ ภำรกิจข้อต่อไปกำรปฏิบัติกำรทำงอำกำศ   ท่ส�ำคัญในข้อน้ ได้แก่ กำรบินลำดตระเวนในกำรรักษำ
                                                                ี
                                                                          ี
                  เพ่อสนับสนุนกำรปฏิบัติของนำวิกโยธิน  ทั้งนี้   กฎหมำยในทะเล กำรปกป้องผลประโยชน์ของชำต  ิ
                    ื
                                       ี
                  กำรปฏิบัติของนำวิกโยธินน้ อำจแบ่งออกได้ ๒ ลักษณะ   กำรคุ้มครองชำวประมง กำรช่วยเหลือผู้ประสบภัยและ
                  คือ กำรปฏิบัติกำรสะเทินน้ำสะเทินบกในกองก�ำลัง  กำรบรรเทำภัยพิบัติต่ำง ๆ กำรรักษำทรัพยำกร
                                        �
                  ทำงเรือ และกำรปฏิบัติกำรบนบกของกองก�ำลังต่ำง ๆ   ธรรมชำติต่ำง ๆ กำรท�ำฝนหลวงพิเศษ กำรขนส่ง
                  ของนำวิกโยธินเอง  ลักษณะแรกกำรปฏิบัติกำร     ล�ำเลียง กำรเป็นพำหนะให้บุคคลส�ำคัญ พระรำชวงศ์
                                                                         ่
                                                                         ื
                                                                  ู
                         �
                                                                ั
                                                                ้
                  สะเทินน้ำสะเทินบกกล่ำวไปแล้ว ลักษณะหลังกำร   ชนสง และอน ๆ อำกำศยำนหน้ำ กบร. ยกเว้น
                                                                  ื
                  ปฏิบัติกำรของกองก�ำลังนำวิกโยธิน ท่มีควำมต้องกำร  เคร่องบินขับไล่ข้นลงทำงด่งและเคร่องบิน โจมต    ี
                                               ี
                                                                                     ิ
                                                                                             ื
                                                                             ึ
                  กำรสนับสนุนทำงอำกำศรูปแบบต่ำง ๆ อำกำศยำน     ต่ำงมีควำมสำมำรถ และเคยปฏิบัติมำแล้วทั้งสิ้น
                  หน้ำ กบร. มีขีดควำมสำมำรถดังนี้                  จำกท่ได้กล่ำวถึงข้อมูลและขีดควำมสำมำรถ
                                                                       ี
                                                      �
                                                         ี
                      – กำรส่งทำงอำกำศ และกำรขนส่งลำเลยง       ของอำกำศยำนกองทัพเรือในอดีตหน้ำ กบร. มำ
                  ต่ำง ๆ ท้งทำงยุทธวิธีและทำงธุรกำรตลอดจนกำร   ท้งหมด จะเห็นได้ว่ำแม้อำกำศยำนดังกล่ำว แต่ละ
                          ั
                                                                ั
                  ส่งก�ำลังบ�ำรุงด้วยเครื่องบินล�ำเลียง แบบ C–47 และ  แบบอำจจะอยู่ในประจ�ำกำรคนละห้วงเวลำกัน
                  อื่น ๆ                                       ไม่สำมำรถประกอบก�ำลังออกปฏิบัติกำรด้วยกันได้
                                                     ่
                      – กำรส่งกลับทำงสำยกำรแพทย์ กำรเคลอนยำย   แต่ก็ยังกล่ำวในเชิงขีดควำมสำมำรถรวมได้ว่ำ หำกไม่
                                                         ้
                                                     ื
                  ทำงอำกำศ  กำรส่งก�ำลังและส่งอุปกรณ์ต่ำง  ๆ    ค�ำนึงถึงขนำดก�ำลัง (จ�ำนวน) ของอำกำศยำนบำงแบบ
                                             ิ
                  กำรโจมตีขนำดเบำ และกำรค้นหำกู้ภัยในพื้นที่กำรรบ  แล้ว ก�ำลังอำกำศนำวีของกองทัพเรือไทยในอดีตมีขีด
                                       ์
                                                                                ี
                                        �
                                           ี
                       ่
                           ้
                  และอน ๆ ดวยเฮลคอปเตอรลำเลยงแบบ UH–1H และ     ควำมสำมำรถ พร้อมท่จะปฏิบัติกำรในกำรเป็นควำม
                       ื
                                ิ
                  BELL–214ST ท่มีจุดเด่นส�ำคัญ คือสำมำรถยกปืนใหญ่  พยำยำมหลัก (Main Effort) หรือก�ำลังสนับสนุนในทุก
                               ี
                  สนำมขนำด ๑๐๕ มิลลิเมตร ได้                   สำขำกำรรบของกำรปฏบัตกำรทำงเรอ กำรปฏบัตบน
                                                                                   ิ
                                                                                                  ิ
                                                                                           ื
                                                                                 ิ
                                                                                                     ิ
                      – กำรตรวจกำรณ์หน้ำทำงอำกำศ กำรปรับกำรยิง   บกของก�ำลังนำวิกโยธิน กำรปฏิบัติของก�ำลังป้องกัน
                  ของปืนใหญ่ กำรควบคุม หรือแนะน�ำเคร่องบินโจมต ี  อื่น ๆ และกำรปฏิบัติกำรทำงทหำรที่มิใช่กำรสงครำม
                                                  ื
                  ควำมเร็วสูงเข้ำโจมตีเป้ำหมำย  ด้วยเคร่องบิน  ซ่งเป็นกำรปฏิบัติกำรหลักของกองทัพเรือ ท้งยำมสงบ
                                                                ึ
                                                                                                ั
                                                      ื
                  ตรวจกำรณ์และชเป้ำแบบ O–1A และแบบ U–17        และยำมสงครำม ก�ำลังรบส่วนนี้ ได้เคยเป็นที่กล่ำวขวัญ
                                ี
                                ้
                             ื
                                   ั
                  นอกจำกน้เคร่องบินท้งสองแบบ ยังสำมำรถติดจรวด  และน่ำเกรงขำมของกองทัพเรือชำติต่ำง  ๆ  ใน
                          ี
                  ขนำด ๒.๗๕ นิ้ว ๒ ท่อยิง ๆ ละ ๗ นัด โจมตีขนำดเบำ  ภูมิภำค ผู้เขียนขอจบบทควำมตอนแรกแต่เพียงเท่ำนี้
                  สนับสนุนได้อีกด้วย                           ตอนต่อไปจะเรียนให้ทรำบถึงขีดควำมสำมำรถในปัจจุบัน
                      – กำรโจมตีด้วยระบบอำวุธอำกำศ–สู่–พื้น ทั้ง   และข้อเสนอแนะในกำรพัฒนำ
                  ปืนใหญ่ จรวด และระเบิดแบบต่ำง ๆ ด้วยเครื่องบิน
                  โจมตีแบบ A–7
                      ๒.๓ ภำรกิจข้อสุดท้ำยกำรปฏิบัติกำรทำงอำกำศ
                  เพื่อสนับสนุนกำรปฏิบัติกำรทำงทหำรอื่น ๆ ที่มิใช่
                  กำรสงครำมของหน่วยเก่ยวข้องต่ำง ๆ กำรปฏิบัต  ิ
                                      ี
              32     นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๑๐๑  เล่มที่  ๖  มิถุนายน  ๒๕๖๑
         �������������������� ���. �������� ����� ��.�.61.indd   32                                     6/25/18   11:58 AM
   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39