Page 68 - นาวิกศาสตร์ สิงหาคม ๒๕๖๒
P. 68
ระบบอาวุธและอุปกรณ์ที่จะติดตั้งบนเรือฟริเกต FFG(X)
• เรดาร์อากาศแบบติดประจำที่ Raytheon Enterprise Air Surveillance Radar (EASR)
• ระบบท่อยิงทางดิ่ง Mk 41 อย่างน้อย ๓๒ ท่อยิง สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศแบบ SM2 Block IIICs
หรือ RIM-162 Evolved Sea Sparrow Missiles (ESSM) รวมถึงมีแผนที่จะใช้ท่อยิงสำหรับอาวุธปราบเรือดำน้ำด้วย
• ระบบอำนวยการรบ COMBATSS-21 ที่มีพื้นฐานมาจากระบบ Aegis Combat System.
• ระบบเชื่อมโยงข้อมูล Cooperative Engagement Capability (CEC) Datalink ที่จะทำให้เรือสามารถ
แลกเปลี่ยนข้อมูลเป้าหมายร่วมกับเรือและอากาศยานอื่น ๆ ได้
• อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำระยะยิงพ้นขอบฟ้า จำนวน ๘ – ๑๖ ลูก
• อาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันตัวระยะประชิดแบบ RIM 116 Rolling Airframe Missile และแท่นยิงแบบ Mk 49
• ปืนเรือแบบ Mk 110 ขนาด ๕๗ มม.
• เฮลิคอปเตอร์ประจำเรือแบบ MH-60R Seahawk และอากาศยานไร้คนขับแบบ MQ-8C Fire Scout
• ระบบอำนวยการรบปราบเรือดำน้ำแบบ AN/SQQ-89(V)15
• โซนาร์ปรับระดับความลึก แบบ AN/SQS-62
• ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์แบบ SLQ-32(V)6 Surface Electronic Warfare Improvement Program (SEWIP)
Block 2 ซึ่งสามารถรองรับระบบ SEWIP Block 3 Lite ได้ในอนาคต
dimaspratama20.com/fincantieri-marinette-marine.html/
กองทัพเรือสหรัฐฯ เปิดโอกาสให้บริษัทที่สนใจได้มีส่วนร่วมในการออกแบบตั้งแต่เริ่มโครงการ ทำให้ผู้ผลิตสามารถ
ดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของกองทัพเรือ ตามโครงการที่จะต่อเรือ FFG(X) จำนวน ๒๐ ลำ โดยจะทำสัญญา
ในงวดแรก ๑๐ ลำ ส่วนอีก ๑๐ ลำที่เหลือนั้น กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจพิจารณาให้สร้างเรือที่บริษัทเดิม หรือเปิดโอกาส
ให้บริษัทอื่นยื่นแบบเข้าแข่งขันได้เช่นกัน ซึ่งการสร้างเรือ FFG(X) นั้นจะเป็นการเสริมกำลังทางเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ
และสอดคล้องกับแนวนโยบายที่มีความต้องการเรือรบขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้นและลดจำนวนเรือพิฆาตสมรรถนะสูงลง
66 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๘ ประจำเดือน สิงหาคม ๒๕๖๒

