Page 79 - นาวิกศาสตร์ กันยายน ๒๕๖๒
P. 79

เป็นทาง ความผิดตามกฎหมายจราจรในเรื่องของการจอดรถ     ๒. กรณีขับรถชนรถผู้อื่น จากกรณีดังกล่าวข้างต้น
              ผิดที่ผิดทางตามกฎหมายจึงไม่เกิด ปัญหาที่จะต้องพิจารณา  เมื่อมิใช่ทาง จึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจร
              ต่อไปคือ การจอดผิดที่ผิดทางดังกล่าวเป็นความผิดเรื่องใด   ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ แต่การกระทำดังกล่าวก็มิได้รอดพ้น
              และเมื่อการจอดในบริเวณดังกล่าวไม่เป็นการละเมิดต่อ  จากความรับผิดทางกฎหมายแต่อย่างใด หากการกระทำ
              กฎหมายจราจรแล้ว คนที่ขับรถชนจะอ้างเหตุเพื่อไม่ต้อง  เกิดจากความตั้งใจ เช่น เกิดจากอาการหมั่นไส้ที่เห็นรถ
              รับผิดได้หรือไม่ จึงแยกออกเป็นกรณีดังต่อไปนี้   จอดรถขวางหูขวางตาแล้วตั้งใจขับรถชน ลักษณะแบบนี้
                                                                       ิ
                                                                               ้
                                                                                    ั
                  ๑. กรณีจอดรถจักรยานยนต์ในที่ที่ทางราชการ   จะเป็นความผดฐานทำใหเสียทรพย์ตามประมวลกฎหมาย
              กำหนดเป็นที่ห้ามจอด ในเรื่องนี้ผู้เขียนซึ่งเคยได้รับ  อาญาขึ้นมาทันที แต่ถ้ามิได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจาก
              การแต่งตั้งเป็นผู้แทนคดีเพื่อสู้คดีแพ่งเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่อง  ความประมาทที่ขับรถมิได้ใช้ความระมัดระวัง แต่กรณี
              ที่สถานที่ราชการแห่งหนึ่งเกิดไฟไหม้ แล้วไฟลุกลาม    ประมาททำให้เสียทรัพย์นั้น กฎหมายมิได้บัญญัติว่า
              ไปไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการนั้นกำหนด  เป็นความผิด  จึงไม่มีความผิดตามกฎหมายอาญา
              เป็นที่ห้ามจอดด้วยการทำเครื่องหมายทาด้วยสีขาวแดง  แต่ผู้กระทำก็หารอดพ้นจากความรับผิดไม่ เนื่องจาก
              ไว้ที่พื้น และออกระเบียบการจัดการจราจรในพื้นที่     ความรับผิดทางแพ่งเรื่องละเมิด กฎหมายได้บัญญัติไว้
              ดังกล่าวว่าเป็นที่ห้ามจอด โดยยกขึ้นต่อสู้ว่า ความเสียหาย  ในมาตรา ๔๒๐ ว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อ

              ของโจทก์เกิดจากตัวโจทก์เองที่ยอมเสี่ยงภัยด้วยการ  บุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี
              ละเมิดต่อกฎระเบียบการจัดการจราจรโดยฝ่าฝืน      แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือ
              ไปจอดในที่ห้ามจอด แต่เมื่อศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่า  สิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้อง
              บริเวณดังกล่าวมิได้เป็นทางตามกฎหมาย ระเบียบ     ใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
              ดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยใช้บังคับเป็นการภายใน จะนำมา     ทั้งสองกรณีจึงสรุปได้ว่า คนจอดผิดวินัย คนชน
                                   ้
              บังคับเช่นกฎหมายนั้นมิได เมื่อฝ่าฝืนระเบียบ จำเลย  หนักสุด ผิดอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ ผิดทางแพ่ง
              ชอบที่จะไปดำเนินการตามวินัย  ข้อต่อสู้ของจำเลย    ฐานละเมิด ถ้าเบาลงมาหน่อยก็ผิดแต่ทางแพ่งเท่านั้น
              จึงฟังไม่ขึ้น จากคำพิพากษาของศาลแสดงให้เห็นว่า   แต่ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ความรับผิดขั้นต่ำ
              เมื่อบริเวณดังกล่าวมิใช่ทางตามกฎหมาย กฎหมาย    ที่สุดของผู้ขับรถชน คือต้องรับผิดในทางแพ่ง คือ

              ย่อมไม่อาจใช้บังคับกับที่ดังกล่าวได้ การที่หน่วยงาน  ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากผลของการกระทำของตน
              ราชการกำหนดเป็นระเบียบแบบแผนของทางราชการ       ฉะนั้นแล้ว หากประเมินแล้วว่า ผู้บังคับบัญชาของเรา
              หากฝ่าฝืนเป็นเพียงการกระทำผิดวินัยเท่านั้น ไม่ได้     จะลงทัณฑ์สถานเบากรณีจอดผิดที่แล้ว จงเดินหน้า
              ผิดกฎหมายแต่อย่างใด                            เรียกค่าเสียหายต่อไป
















                                        http://civilcivilservant.com/2012/02/24/no-parking1


                                                     นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๑๐๒  เล่มที่ ๙  ประจำเดือน กันยายน ๒๕๖๒  77
   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83   84