Page 28 - นาวิกศาสตร์ เมษายน ๒๕๖๒
P. 28
�
ี
ั
(คาสรรเสริญเจ้าแม่ทับทิม)” ๒ แถวใน เป็นอักษร - พระท่นั่งองค์ทิศใต้ ต้งอยู่ทางทิศใต้ของพระท่น่ง
ั
ี
ึ
ี
ั
สีทอง แปลได้ว่า “ถึงวาระจากไปเหลือไว้ซ่งนามพร้อม องค์แรก เรียกกันว่า พระท่น่งขวาง เป็นส่วนพระราชมณเฑียร
ี
ั
ผลงานระบือ ได้ก่อร่างสร้างบัลลังกจอมกษัตริย หรือพระราชฐานช้นกลางอันเป็นท่ประทับส่วนพระองค์
ื
ด้วยความกล้าหาญ นามกระเดองไปแดนไกล ของพระมหากษัตริย์
่
(ค�าสรรเสริญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช)”
อาคารต�าหนักเก๋งคู่ริมประตู
อาคารท้องพระโรง เก๋งจีน ๒ หลังคู่น้เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสาน
ี
ั
อาคารท้องพระโรงเป็นอาคารทรงไทย ผงอาคาร ระหว่างสถาปัตยกรรมแบบจีนและแบบไทย ตัวอาคาร
รูปตรีมุข วัสดุมุงหลังคาเป็นกระเบ้องดินเผาสีส้ม ในปัจจุบันเป็นตึกก่ออิฐถือปูนช้นเดียวยกพ้น หลังคา
ั
ื
ื
ชนิดหางเหล่ยมไม่เคลือบส ด้านจ่วประดับด้วยช่อฟ้า ทรงจ่วแบบจีน เก๋งคู่หลังเล็ก (หลังใน) ต้งขนาน
ี
ั
ี
ั
ั
ึ
ใบระกา หางหงส์ และนาคสะดุ้ง สร้างข้นในราวปี กับ เก๋งคู่หลังใหญ่ (หลังนอก) ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือ
ี
พ.ศ. ๒๓๑๐ พร้อมกับการสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธาน ี หลังจากท่กองทัพเรือได้เข้ามาใช้พ้นท่แล้ว
ื
ี
อาคารท้องพระโรง ประกอบด้วยพระที่นั่งสององค์เชื่อม ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๔๗ – ๒๔๖๕ ได้ใช้อาคารหลังนี้
ต่อกัน ได้แก่ เป็นท่ต้งหน่วยงานต่าง ๆ ของโรงเรียนนายเรือ และ
ี
ั
- พระท่น่งองค์ทิศเหนือ เรียกว่า ท้องพระโรง ท้ายสุดในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ก่อนการซ่อมบูรณะไม่ม ี
ี
ั
ิ
ี
ื
อยทางทศเหนอใชเปนทออกขนนางตรงกลางมเสาไมกลม การใช้งานแต่อย่างใด ปัจจุบันมีการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว
่
ู
็
้
้
ุ
่
ี
ี
๒ แถว ๆ ละ ๘ ต้น เรียกว่า ในประธาน เป็นท่รอ อาคารต�าหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
รับเสด็จของขุนนางขณะเข้าเฝ้า ทางทิศใต้ยกพ้นสูง อาคารตาหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
�
ื
ึ
เรียกว่า มุขเด็จ ใช้เป็นท่ประทับของพระมหากษัตริย์ สร้างข้นเม่อคร้งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ี
ื
ั
ขณะเสด็จออกว่าราชการ ขณะดารงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
�
ี
กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ประทับอยู่ท่พระราชวังเดิม
ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๓๙๔
อาคารตาหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
�
เป็นสถาปัตยกรรมท่มีรูปแบบตะวันตกหรือเรียกว่า
ี
“ตึกแบบอเมริกัน” และหากพิจารณาทางด้านประวัติศาสตร์
ี
�
สถาปัตยกรรมอาจถือได้ว่าอาคารน้เป็นตาหนักแบบ
ตะวันตกหลังแรกที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
26 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒

