Page 11 - พระราชประวัติ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
P. 11
ื่
ุ
ุ
พระราชทานพระพทธสิหิงค์มาเพอเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองไทยสืบไป ศิลปะทางด้านพทธศาสนา ในสมัยสุโขทัย
ุ
ุ
ุ
ได้รับพระพทธสิหิงค์มาจากลังกา ซึ่งเป็นแม่แบบของพระพทธรูปสุโขทัย พระพทธรูปในประเทศไทยก่อนหน้า
นี้ทุกยุคไม่เคยมีเปลวรัศมีสูง เพงจะมีขึ้นครั้งแรกในสมัยสุโขทัย สังฆาฏิพระพทธรูปในสมัยก่อนหน้านี้ ไม่เคย
ุ
ิ่
เป็นแฉกชนิดที่เรียกว่า เขี้ยวตะขาบ พระเจดีย์แบบลอมฟางซึ่งถ่ายทอดมาจากมรีจิวัดเจดีย์ในลังกาก็ดี ถูปา
รามในลังกาก็ดี สมัยสุโขทัยก็สร้างขึ้นเลียนแบบ เช่น พระมหาธาตุวัดช้างร้อง เมืองชะเลียง
ด้วยอิทธิพลเกี่ยวกับประเพณีทางศาสนา ในศิลาจารึกของพอขุนรามค าแหง ได้พรรณนาถึงสภาพของ
่
ของชาวสุโขทัยและประเพณีทางศาสนามีความว่า "คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พอขุน
่
รามค าแหงเจ้าเมืองสุโขทัย ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุน ทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายผู้หญิง ฝูง
ุ
ท่วยมีศรัทธาในพระพทธศาสนา ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่อออกพรรษา กรานกฐินเดือนหนึ่งจึงแล้ว เมื่อ
กรานกฐินมีพนมเบี้ยพนมหมากมีพนมดอกไม้ มีหมอนนั่งหมอนนอน บริพารกฐิน โอยทานแล่ปี่แล้ญิบล้าน ไป
สวดญัตติกฐินถึงอรัญญิกพน…ใครจะมักเล่น…เล่น ใครจะมักหัว…หัว ใครจะมักเลื่อน…เลื่อน เมืองสุโขทัยนี้มีสี่
ู้
ปากประตูหลวง เทียนญอมคนเสียดกันดูท่านเผ่าเทียน เมืองสุโขทัยนี้มีดังจะแตก
พระอัจนะ วัดศรีชุม
นอกจากนี้กรุงสุโขทัยยังมีวัดต่าง ๆ ที่ส าคัญ เช่น วัดตะพังเงิน วัดชนะสงคราม วัดสระสี วัดตะกวน วัด
ศรีชุม เป็นต้น ภายในวัดศรีชุมมีพระพทธรูปปางมารวิชัยขนาดมหึมา คือ "พระอัจนะ" ประดิษฐานอยู่ภายใน
ุ
พระวิหารซึ่งสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป แต่หลังคาพังทลายลงมาหมดแล้ว เหลือเพียงผนังทั้งสี่
่
ด้าน ผนังแต่ละด้านก่ออิฐถือปูนอย่างแน่นหนาภายในช่องก าแพงตามฝาผนังมีภาพเขียนเก่าแกแต่เลอะเลือน
เกือบหมดภาพเขียนนี้มีอายุเกือบ 700 ปี

