Page 10 - พระราชประวัติ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
P. 10
ในด้านการปกครองภายใน จัดเป็นส่วนภูมิภาคแบ่งเป็นหัวเมืองชั้นใน ชั้นนอกและเมืองประเทศราช
ส าหรับหัวเมืองชั้นใน มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้ปกครองโดยตรง มีเมืองสุโขทัยเป็นราชธานี เมืองศรีสัชนาลัย
(สวรรคโลก) เป็นเมืองอุปราช มีเมืองทุ่งยั้งบางยม สองแคว (พิษณุโลก) เมืองสระหลวง (พิจิตร) เมืองพระบาง
ื
(นครสวรรค์) และเมองตากเป็นเมืองรายรอบ
ส าหรับหัวเมืองชั้นนอกนั้น เรียกว่าเมืองพระยามหานคร ให้ขุนนางผู้ใหญ่ที่ไว้วางพระราชหฤทัยไป
ื
ปกครองมีเมองใหญ่บ้างเล็กบ้าง เวลามีศึกสงครามก็ให้เกณฑ์พลในหัวเมืองขึ้นของตนไปช่วยท าการรบป้องกัน
่
เมือง หัวเมืองชั้นนอกในสมัยนั้น ได้แก เมืองสรรคบุรี อู่ทอง ราชบุรี เพชรบุรี ตะนาวศรี เพชรบูรณ์ แล
เมืองศรีเทพ
ส่วนเมืองประเทศราชนั้น เป็นเมืองที่อยู่ชายพระราชอาณาเขตมักมีคนต่างด้าวชาวเมืองเดิมปะปนอยู่
มาก จึงได้ตั้งให้เจ้านายของเขานั้นจัดการปกครองกันเอง แต่ต้องถวายดอกไม้เงินดอกไม้ทองทุกปี แลเมื่อเกิด
่
ศึกสงครามจะต้องถล่มทหารมาช่วย เมืองประเทศราชเหล่านี้ ได้แก เมืองนครศรีธรรมราช มะละกา ยะโฮร์
ทะวาย เมาะตะมะ หงสาวดี น่าน หลวงพระบาง เวียงจันทร์ และเวียงค า
พระพุทธสิหิงค์
การศาสนา
ทรงรับเอาพระพทธศาสนา นิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์ จากลังกา ผ่านเมืองนครศรีธรรมราช มา
ุ
ประดิษฐานที่เมืองสุโขทัย ท าให้พระพทธศาสนาวางรากฐานมั่นคงในอาณาจักรสุโขทัย และเผยแผ่ไปยังหัว
ุ
เมืองต่างๆในราชอาณาจักรสุโขทัย จนกระทั่งได้กลายเป็นศาสนาประจ าชาติไทยมาจนถึงทุกวันนี้
เมื่อพระพทธศาสนาได้มาตั้งมั่นที่นครศรีธรรมราช พอขุนรามค าแหงมหาราชทรงเลื่อมใสศรัทธาใน
่
ุ
พระพทธศาสนาจึงให้นิมนต์พระเถระชั้นผู้ใหญ่จากเมืองนครศรีธรรมราชไปตั้งเผยแผ่พระพทธศาสนาที่กรุง
ุ
ุ
ี
สุโขทัยด้วย และนับเป็นการเริ่มการเจริญสัมพนธไมตรีกับลังกา อกทั้งทรงได้สดับกิตติศัพท์ของ "พระพทธ
ั
ุ
สิหิงค์" ซึ่งเป็นพระพทธรูปที่เจ้าราชวงศ์ลังกาสร้างขึ้นด้วยพระพทธลักษณะที่งดงาม และมีความศักดิ์สิทธิ์ จึง
ุ
ุ
ทรงให้พระยานครศรีธรรมราช เจ้าประเทศราชแต่งสาส์นให้ทูตถือไปยังลังกา เพอขอเป็นไมตรีและขอ
ื่

