Page 89 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 89

จิปาถะสาระ                                                           ๘๓


              ็
            เปนสมบัติติดตัวตนเองไปในภพต่อไป.
                                                                             ุ
                      และพระอาจารย์ยังได ้กล่าวไว ้ในหน้า  ๑๕  ว่า  การเจริญมรณานสติ
              ่


            ชือว่าเปนผู้ไม่ประมาทในชีวิต    คิดจะท ากิจอันใด เช่น  จะทาบุญกุศลก็รีบท า
                   ็
                           ั
            จะรักษาศีลก็รีบรกษา   จะเจริญภาวนาก็รีบตั้งใจท าเจริญภาวนาเพื่อให ้จิตใจ
            ของตนสงบ จะได ้ไม่ตายไปก่อนที่จะได ้สร้างคุณงามความดี หากบุคคลใดได ้
                        ุ

                                                                 ็
                                                  ้
            เจริญมรณานสติ เวลาทาสมาธิ จิตใจจะไม่ฟุงซ่าน สงบ ได ้เรว เพราะได ้ระลึก
            ถึงความตายบ่อย  ๆ      ก็จะทาให ้บุคคลน้นได ้สร้างคุณงามความดีได ้มากตาม
                                                ั

                                                                         ั
            ก าลังความ  สามารถของตน    จึงเปนผลประโยชน์แก่ชีวิตของบุคคลน้น  ที่ได ้
                                           ็
                    ็
                        ุ
            เกิดมาเปนมนษย์
                    อย่างไรก็ตาม   ยังมีคนจ านวนไม่น้อยที่คิดว่า การท าความดีด ้วยการ


                                                              ่
            ทาบุญท าทาน ก็สามารถลบล ้างบาปที่ได ้ท ามาได ้ จึงใครนาเสนอโอวาทของ
            พระราชภาวนาวิสุทธิ์  ในเรื่องบุญที่ถูกต ้อง ดังน ี้
                      แท ้ที่จริงแล ้ว...บุญ...หรือ...ปุญญ...แปลว่า...ช าระ   หมายถึงการทา

            ให ้หมดจดจากมลทิน หรือเครื่องเศร้าหมอง อันได ้แก่ โลภะ โทสะ และโมหะ
            ตามพระไตรปฎก เราสามารถสร้างบุญได ้ ๓ อย่างคือ ทาน ศีล ภาวนา
                        ิ
            ๑. ทาน  คือการให ้  เช่น การตักบาตร   ถวายทรัพย์   ปจจัย   ถวายสังฆทาน
                                                             ั
                                                  ั
            บริจาค เปน ้น ถื อเปนจาคะ หรือ การให ้ นบเปนบุญอย่างหนึ่ง   แต่มีการให ้
                               ็
                     ็
                                                     ็
                      ต
                            ั
                                                                    ่
                                                                         ็
                                                           ็
                               ็
            บางประเภทที่ไม่นบเปนบุญ เช่น สุรา และ มหรสพ  เปนการให ้สิงที่เปนกาม-
            คุณ
            ๒.  ศีล  คือความประพฤติที่ไม่ละเมิด   หรือรักษาความส ารวมทางกาย  วาจา
            ใจ   การรักษาศีลส าหรบฆราวาส ได ้แก่ ศีล ๕ และอุโบสถศีล (๘ ข ้อ)
                                ั
                                           ั่
                                                                              ั่
            ๓.  ภาวนา  คือการอบรมจิต   การนงสมาธิเรียกว่า  สมถะภาวนา  ส่วนการนง
            วิปสสนา (สติร้ถึง รูป...นาม) เรียกว่า วิปสสนาภาวนา
                                               ั
                         ู
               ั
            ...บุญ...ยังมีอีก ๗ อย่าง ตามอรรถกถา หรือข ้อปลีกย่อยนอกเหนือ จากพระ
                 ิ
            ไตรปฎก  นบถัดไปเป ็นล าดับที่ ๔ – ๑๐ ดังน ี้
                       ั
                                ็
            ๔. อปจายนะ  ความเปนผู้นอบน้อม ต่อผู้ที่ควรนอบน้อม

            ๕. เวยยาวัจจะ  ความขวนขวายในกิจ หรืองานที่ควรทา
            ๖. ปตติทาน  การให ้บุญที่ตนถึงแล ้วแก่คนอื่น  เช่น  การอุทิศส่วนกุศล  การ
                ั
                   ้
            กรวดนา
            ๗. ปตตานโมทนา  การยินดีในบุญที่ผู้อื่นถึงพร้อมแล ้ว  เช่น เห็นผู้อื่นทาบุญ
                 ั

                      ุ
            ตักบาตร   เมื่อเราพลอยปลื้มปติยินดี   กล่าวอนโมทนา  เพียงเท่านี้ก็ได ้บุญ
                                       ิ
                                                       ุ
            แล ้ว
                                                                  ่
            ๘. ธัมมัสสวนะหรือการฟงธรรม ไม่ว่าจะฟงโดยตรงหรือจากสือวิทยุ โทรทัศน์
                                                ั
                                  ั
            และอื่น ๆ
                                              ่
            ๙. ธัมมเทศนา หรือ การแสดงธรรม เมือได ้ศึกษาธรรมะ แล ้วถ่ายทอดให ้แก่
            ผู้อื่น  นบเปนบุญประการหนึ่งด ้วย
                      ็
                   ั
                                                                    ั่
            ๑๐. ทิฏฐชุกรรม  คือการท าความเห็นให ้ตรง หรือ สัมมาทิฎฐิ  นนเอง
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94