Page 231 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 231

�
                                                                ิ
                                                                                        ั
                                                               ิ
                                                                                           ้
                                                                   ั
               ึ
                                                                                           ั
                                                                                  ั
                                                    �
                                                          ิ
                                                      ั
                                                                                      ั
                                                                                       ิ
                                                  ี
                                         ุ
              จงส่งสำนวนให้ประธำนศำลอทธรณ์คดชำนญพเศษวนจฉยตำมพระรำชบญญตจดตงศำล
              ทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและ
              กำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                                                                                               ิ
                                                                        ี
                       วินิจฉัยว่ำ กรณีมีปัญหำต้องวินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับค�ำขอใช้วงเงินแพคก้ง
                                                            ี
                                                ี
                                          ี
                                                                     ื
                                                    ื
              เครดิตและเลตเตอร์ออฟเครดิตท่ออกเก่ยวเน่องกับกิจกรรมกำรซ้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศหรือ
                                                               ั
              กำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศ ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
              ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
              มำตรำ ๗ (๕) และ (๖) หรือไม่ เห็นว่ำ โจทก์ฟ้องจ�ำเลยที่ ๑ ในฐำนะลูกหนี้ชั้นต้น จ�ำเลยที่ ๒ และ
              จ�ำเลยที่ ๓ ในฐำนะผู้ค�้ำประกันและผู้จ�ำนอง ในมูลหนี้ของจ�ำเลยที่ ๑ ตำมมูลหนี้แพคกิ้งเครดิต
                           ั
                ี
                                          ื
                                                                                          ึ
              ท่มีกำรรับซ้อต๋วสัญญำใช้เงินเพ่อน�ำเงินไปใช้ในกำรส่งออกสินค้ำ จึงเป็นกรณีท่โจทก์ซ่งอยู่ใน
                        ื
                                                                                    ี
                                                          ึ
                                                     ี
              ประเทศไทยให้บริกำรด้ำนสินเช่อแก่จ�ำเลยท่ ๑ ซ่งอยู่ในประเทศไทยด้วยกัน เพ่อจ�ำเลยท่ ๑
                                                                                     ื
                                                                                              ี
                                          ื
              จะได้ใช้เงินน้นในกำรส่งออกสินค้ำ อันมีลักษณะเป็นเร่องสินเช่อเพ่อสนับสนุนกำรส่งออกสินค้ำ
                         ั
                                                             ื
                                                                    ื
                                                                        ื
              ไปขำยต่ำงประเทศ จึงไม่ใช่กำรซ้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศ ท้งไม่ใช่กำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศ
                                                                  ั
                                          ื
                                                           ั
              เพรำะลักษณะของกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศน้นต้องเป็นกำรให้บริกำรจำกประเทศหน่ง
                                                                                               ึ
              และเป็นผลให้ผู้รับบริกำรได้รับบริกำรนั้นในอีกประเทศหนึ่ง นอกจำกนั้นมูลหนี้ดังกล่ำวยังไม่ใช่
                                                                         ี
                                                                     ื
                                                                       ี
                                 ื
                       ี
                                                                                              ี
                                                                              ื
              คดีแพ่งเก่ยวกับกำรซ้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอ่นท่เก่ยวเน่อง เพรำะคดีแพ่งท่จะ
              ถือว่ำเกี่ยวกับกำรซื้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่องนั้น ต้องมีข้อพิพำท
              เกี่ยวกับนิติกรรมกำรซื้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศเป็นหลักก่อน ข้อพิพำทเกี่ยวกับนิติกรรมอื่น
                  ี
              ท่เก่ยวเน่องกับกำรซ้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศน้นจึงจะอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
                ี
                      ื
                                 ื
                                                           ั
                                                                            ี
                                                                                      ื
              ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ คดีน้ไม่มีข้อพิพำทเก่ยวกับกำรซ้อขำยสินค้ำ
                                                               ี
                                                              ี
                                   ี
              ระหว่ำงประเทศ มูลหน้ดังกล่ำวจึงไม่อำจเป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรซ้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศ
                                                                        ื
                               ี
                                    ื
                                               ี
              และนิติกรรมอ่นท่เก่ยวเน่องไปได้ คดีน้จึงมิใช่คดีแพ่งเก่ยวกับกำรซ้อขำยสินค้ำหรือกำรให้บริกำร
                          ื
                             ี
                                                             ี
                                                                       ื
                                                             ื
              ระหว่ำงประเทศ หรือเลตเตอร์ออฟเครดิตท่ออกเก่ยวเน่องกับกิจกรรมกำรซ้อขำยระหว่ำงประเทศ
                                                   ี
                                                        ี
                                                                              ื
              หรือบริกำรระหว่ำงประเทศท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและ
                                        ี
              กำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๕) และ (๖) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้ง
                                                                                               ั
              ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและ
              กำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
                                                     203
   226   227   228   229   230   231   232   233   234   235   236