Page 230 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 230
ั
ิ
ี
โจทก์ฟ้องว่ำ จ�ำเลยท่ ๑ ท�ำค�ำขอวงเงินแพคก้งเครดิตกับโจทก์ (วงเงินขำยลด ต๋วสัญญำ
ใช้เงินเพื่อกำรส่งสินค้ำออก) ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท และท�ำสัญญำขำยลดตั๋ว สัญญำใช้เงินเพื่อกำร
ส่งสินค้ำออกกับโจทก์ ๒๑ ฉบับ เป็นเงิน ๔๑,๓๕๐,๐๐๐ บำท เพื่อเป็นกำรประกันกำรช�ำระหนี้
ี
ี
ี
�
ของจ�ำเลยท่ ๑ จ�ำเลยท่ ๒ ท�ำสัญญำค้ำประกันหน้ทุกชนิดหลำยฉบับโดยยอมรับผิดกับจ�ำเลยท่ ๑
ี
อย่ำงลูกหน้ร่วม จ�ำเลยท่ ๑ ท�ำสัญญำจ�ำนองเคร่องจักร รวม ๗ เคร่อง เป็นเงิน ๒๒,๕๐๐,๐๐๐ บำท
ื
ี
ื
ี
ี
ี
ี
และจ�ำเลยท่ ๓ ท�ำหนังสือสัญญำจ�ำนองท่ดินเป็นประกันหน้ตำมสัญญำขำยลดต๋วเงินของ
ั
จ�ำเลยที่ ๑ เมื่อถึงวันครบก�ำหนดใช้เงินตำมตั๋วสัญญำใช้เงินทั้ง ๒๑ ฉบับ จ�ำเลยที่ ๑ มิได้น�ำเงิน
มำช�ำระให้แก่โจทก์ จ�ำเลยท้งสำมจึงต้องรับผิดชดใช้เงินให้แก่โจทก์ ๓๙,๔๒๘,๐๐๐ บำท และ
ั
ดอกเบี้ย ๒,๔๘๖,๒๗๘.๓๖ บำท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๑,๙๑๔,๒๗๘.๓๖ บำท ก่อนฟ้องคดีนี้
ั
โจทก์มีหนังสือทวงถำมไปยังจ�ำเลยท้งสำมและบอกกล่ำวบังคับจ�ำนองไปยังจ�ำเลยท่ ๑ และ
ี
ี
ั
จ�ำเลยท่ ๓ แล้ว ขอให้บังคับจ�ำเลยท้งสำมร่วมกันช�ำระเงิน ๔๑,๙๑๔,๒๗๘.๓๖ บำท พร้อม
ดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๓๙,๔๒๘,๐๐๐ บำท นับแต่วันถัดจำกวันฟ้อง
ี
ั
เป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จ แก่โจทก์ หำกจ�ำเลยท้งสำมไม่ช�ำระ ขอให้ยึดทรัพย์จ�ำนองของ
ั
้
�
�
ิ
่
ื
่
ี
�
จำเลยท่ ๑ และจำเลยท ๓ และทรัพย์สนอนของจำเลยทงสำมออกขำยทอดตลำดนำเงินมำ
�
ี
ช�ำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน
จ�ำเลยทั้งสำมให้กำรว่ำ ข้อตกลงในสัญญำค�้ำประกันระหว่ำงจ�ำเลยที่ ๒ กับโจทก์ ที่ให้
จ�ำเลยที่ ๒ รับผิดอย่ำงลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ จ�ำเลยที่ ๑ ไม่จ�ำต้องรับผิดเกินกว่ำวงเงิน ในทรัพย์
ี
ี
จ�ำนอง ข้อตกลงในสัญญำจ�ำนองท่ให้จ�ำเลยท่ ๑ รับผิดเกินกว่ำทรัพย์จ�ำนองเป็นโมฆะ สัญญำ
ื
ื
ค้ำประกันท่จ�ำเลยท่ ๒ ท�ำกับโจทก์เพ่อค้ำประกันสินเช่อประเภทอ่นมิใช่กำรค้ำประกันสินเช่อ
�
ื
ื
ี
ี
�
�
แพคกิ้งเครดิต สัญญำค�้ำประกันดังกล่ำวจึงมิได้ค�้ำประกันหนี้ตำมสัญญำขำยลดตั๋วเงิน ทั้ง ๒๑ ฉบับ
ตำมฟ้อง สัญญำจ�ำนองท่จ�ำเลยท่ ๓ ท�ำไว้กับโจทก์ไม่ผูกพันหน้ตำมฟ้อง และจำเลยท่ ๓
ี
�
ี
ี
ี
ี
ิ
ี
ไม่ต้องรับผิดเกินกว่ำรำคำทรัพย์จ�ำนอง มูลหน้ตำมฟ้องเป็นมูลหน้ตำมค�ำขอใช้วงเงินแพคก้ง
ื
ื
เครดิตและเลตเตอร์ออฟเครดิต หรือสินเช่อเพ่อกำรน�ำเข้ำและส่งออกสินค้ำระหว่ำงประเทศ
ี
มูลคดีน้จึงอยู่ในเขตอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำคดีของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
ั
ระหว่ำงประเทศ ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๖)
ในวันนัดพิจำรณำศำลจังหวัดเชียงใหม่พิจำรณำแล้ว เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน ้ ี
อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่
202

