Page 227 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 227

ั
                             ี
                       ในช้นช้สองสถำน ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำง เห็นว่ำ
                                ี
              กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่
                                               ั
              จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์
                                                               ั
              คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
              ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙

              มำตรำ ๙
                                                                                    ื
                                                                          ี
                                                              ี
                       วินิจฉัยว่ำ กรณีมีปัญหำต้องวินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรซ้อขำย กำรให้
                                                ื
                                                                                   ั
                                                   ี
                                                     ี
                                                          ื
              บริกำรระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอ่นท่เก่ยวเน่องตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สิน
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำง
                                                                                              ี
              ประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๕) หรือไม่ เห็นว่ำ ตำมค�ำฟ้องของโจทก์และค�ำให้กำรจ�ำเลยท่ ๑
              ถึงที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๙ มีข้ออ้ำงและข้อเถียงเป็นประเด็นข้อพิพำทให้ต้องวินิจฉัยตำมสัญญำกู้เงิน
                                   ั
              หมุนเวียนระยะส้นเพ่อส่งซ้อสินค้ำจำกผู้ขำยต่ำงประเทศว่ำ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จ�ำเลยท่ ๑
                                     ื
                                ื
                                                                                              ี
                             ั
              ช�ำระหนี้ตำมสัญญำดังกล่ำว และจ�ำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๙ ต้องร่วมรับผิดตำมสัญญำค�้ำ
              ประกันและสัญญำจ�ำน�ำหรือไม่ แม้โจทก์จะให้บริกำรทำงกำรเงินเพ่อสนับสนุนธุรกิจของจ�ำเลยท่ ๑
                                                                                              ี
                                                                      ื
                        ื
              ในกำรส่งซ้อสินค้ำจำกต่ำงประเทศก็ตำม แต่ควำมรับผิดของจ�ำเลยท่ ๑ ตำมสัญญำดังกล่ำว
                                                                           ี
                     ั
              ก็แยกต่ำงหำกจำกนิติกรรมกำรซื้อขำยสินค้ำที่จ�ำเลยที่ ๑ ท�ำกับผู้ขำยในต่ำงประเทศ นอกจำก
              นั้นตำมค�ำฟ้องก็ไม่ปรำกฏว่ำ โจทก์ขอให้บังคับจ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๙ ร่วมกันรับผิด
              ตำมสัญญำซื้อขำยสินค้ำนั้นแต่อย่ำงใด ทั้งกำรที่โจทก์ให้บริกำรทำงกำรเงินแก่จ�ำเลยที่ ๑ ผู้รับ

                                                                                �
              บริกำรซ่งอยู่ในประเทศไทยด้วยกัน มิใช่กำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศ สัญญำค้ำประกันและสัญญำ
                     ึ
                                                     ี
                                                                                               ั
                                                                ี
                                   ื
                    ี
              จ�ำน�ำท่ท�ำไว้กับโจทก์เพ่อประกันกำรช�ำระหน้ของจ�ำเลยท่ ๑ ตำมสัญญำกู้เงินหมุนเวียนระยะส้น
                                                                      ่
                                                                        ี
                                                                      ี
                             ื
                           ั
                                                                                             ิ
              เพ่อใช้ในกำรส่งซอสินค้ำจำกผู้ขำยต่ำงประเทศจงเป็นนติกรรมทเก่ยวเน่องกับสญญำให้บรกำร
                                                                                   ั
                ื
                                                                             ื
                                                              ิ
                                                        ึ
                             ้
              ในประเทศด้วย คดีน้จึงไม่มีประเด็นข้อพิพำทให้ต้องวินิจฉัยตำมสัญญำซ้อขำยสินค้ำ สัญญำ
                                                                               ื
                                 ี
                                                         ื
                                                                             ี
                                               ื
                                                    ี
                                                  ี
                                                                                      ื
              ให้บริกำรระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอ่นท่เก่ยวเน่อง ย่อมไม่ใช่คดีแพ่งเก่ยวกับกำรซ้อขำยสินค้ำ
              หรือกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศและนิติกรรมอ่นท่เก่ยวเน่องท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
                                                                 ื
                                                                     ี
                                                           ี
                                                             ี
                                                        ื
              ของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๕) แห่ง
              พระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำ
                                ั
              คดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
                                                     199
   222   223   224   225   226   227   228   229   230   231   232