Page 374 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 374

กำรด�ำเนินธุรกิจของจ�ำเลยเป็นกำรเอำเปรียบผู้บริโภค ขอให้ศำลก�ำหนดค่ำเสียหำยเชิงลงโทษ

              แก่จ�ำเลยอีก ๘๕,๐๐๐ บำท  ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงิน ๑๐๒,๐๐๐ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำ

              ร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่ำว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
              จ�ำเลยขำดนัดยื่นค�ำให้กำร

                                                                              ี
                       ในวันนัดพิจำรณำ ศำลแขวงดอนเมืองเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
              พิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำ
                             ั
              พิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็น
                                            ั
              ผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธ ี
              พิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙

                                     ี
                                                  ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งท่มีกฎหมำยบัญญัติให้อยู่ในอ�ำนำจของศำลทรัพย์สิน
                                                                               ั
                                     ่
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหวำงประเทศตำมมำตรำ ๗ (๑๐) แห่งพระรำชบัญญติจดตงศำลทรพย์สน
                                                                                 ั
                                                                                           ั
                                                                                               ิ
                                                                                    ั
                                                                                    ้
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำง
              ประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม่ เห็นว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องเรียกให้จ�ำเลยรับผิดช�ำระค่ำเสียหำย
                      ั
              เป็นค่ำต๋วโดยสำรเคร่องบินจำกสนำมบินดอนเมืองไปยังสนำมบินอุบลรำชธำนีซ่งโจทก์ซ้อจำก
                                 ื
                                                                                           ื
                                                                                    ึ
              จ�ำเลย แต่จ�ำเลยปฏิเสธไม่ท�ำกำรเช็คอินและไม่คืนค่ำตั๋วโดยสำรแก่โจทก์ ท�ำให้โจทก์ต้องซื้อตั๋ว
              เคร่องบินโดยสำรจำกจ�ำเลยเท่ยวใหม่อีกคร้งเพ่อไปลงยังสนำมบินบุรีรัมย์แทนในวันเดียวกัน
                                                        ื
                                                     ั
                                         ี
                 ื
              พร้อมกับเรียกร้องให้จ�ำเลยชดใช้ค่ำเสียหำยอ่นอีกตำมฟ้อง อันเป็นกรณีกำรรับขนคนโดยสำร
                                                      ื
                                              ิ
                                                           ิ
                             ึ
              โดยอำกำศยำนซ่งคู่สัญญำตกลงให้ถ่นต้นทำงและถ่นปลำยทำงต้งอยู่ในอำณำเขตของประเทศ
                                                                       ั
                                                                                               ั
              เดยวกนจงอย่ในควำมหมำยของ “กำรรบขนทำงอำกำศภำยในประเทศ” ตำมพระรำชบญญต               ิ
                    ั
                          ู
                ี
                                                                                           ั
                                                 ั
                       ึ
              กำรรับขนทำงอำกำศระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘ มำตรำ ๓ ซึ่งมำตรำ ๕๘ บัญญัติให้คดีดังกล่ำว
                                   ิ
              อยู่ในอำนำจพิจำรณำพพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ คดีน        ้ ี
                    �
              จึงเป็นคดีแพ่งท่มีกฎหมำยบัญญัติให้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำ
                            ี
                                                                                     ิ
                                                                                 ั
                                                                     ั
              และกำรค้ำระหวำงประเทศตำมมำตรำ ๗ (๑๐) แห่งพระรำชบัญญตจดตงศำลทรพย์สนทำงปัญญำ
                            ่
                                                                      ิ
                                                                          ั
                                                                          ้
                                                                        ั
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
              พ.ศ. ๒๕๓๙
                                                     346
   369   370   371   372   373   374   375   376   377   378   379