Page 513 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 513

ี
                                                ี
              แยกต่ำงหำกจำกจ�ำเลยท่ ๓ จ�ำเลยท่ ๒ ประกอบธุรกิจในนำมตนเองไม่ได้เป็นตัวแทนของ
              จ�ำเลยที่ ๓ และจ�ำเลยที่ ๓ ไม่ได้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลจังหวัดสมุทรปรำกำรเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจ
                                                                                     ี
                                                         �
                                                     ึ
                ิ
                        ิ
                                               ื
                                                                             ุ
                                                                                     ี
                                                                                       �
                                                                                         ั
              พจำรณำพพำกษำของศำลแรงงำนหรอไม่ จงส่งสำนวนให้ประธำนศำลอทธรณ์คดชำนญพิเศษ
               ิ
                                        ิ
                 ิ
                                   ั
                                                                 ิ
                                                              ิ
                                                               ี
                                                                           ี
                                         ั
                                            ้
                                            ั
              วนจฉัยตำมพระรำชบญญัตจดตงศำลแรงงำนและวธพจำรณำคดแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒
              มำตรำ ๙ วรรคสอง
                       วินิจฉัยว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ โจทก์และบุคคลในครอบครัวขอไพบูลย์ท�ำสัญญำขำย
                                                                               ี
                                                       ี
              หุ้นในกิจกำรผลิตและจ�ำหน่ำยแบตเตอร่สำมเคท่ด�ำเนินกำรโดยบริษัทจ�ำเลยท่ ๑ พร้อมขำยกิจกำร
                                                ี
              บริษัทจ�ำเลยที่ ๑ และบริษัทในเครืออีก ๓ บริษัท ให้แก่จ�ำเลยที่ ๒ ต่อมำจ�ำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔
              ซึ่งเป็นผู้บริหำรจ�ำเลยที่ ๑ จ้ำงโจทก์และบุคคลในครอบครัวขอไพบูลย์ให้เป็นประธำนเจ้ำหน้ำที่
              บริหำรร่วมตำมที่ได้ตกลงกันไว้ โดยโจทก์ท�ำหน้ำที่ที่ปรึกษำในกำรด�ำเนินกิจกำรและรับผิดชอบ
                                                                                    ี
                                                             ี
              ควบคุมข้อโต้แย้ง ฟ้องร้อง หรือต่อสู้ในข้อพิพำทเก่ยวกับภำษีศุลกำกรตำมท่ได้รับกำรแจ้ง
              เป็นครำว ๆ ไปโดยไม่ก�ำหนดวันเวลำและสถำนท่ท�ำงำน โจทก์มิได้ท�ำงำนในฐำนะเป็นลูกจ้ำง
                                                          ี
                                                      ั
              หรืออยู่ภำยใต้อ�ำนำจบังคับบัญชำของจ�ำเลยท้งส่ โจทก์และบุคคลในครอบครัวขอไพบูลย์ได้รับ
                                                         ี
                                                                       ี
              เงินตอบแทนเป็นรำยเดือนพร้อมโบนัสประจ�ำปี แต่ต่อมำจ�ำเลยท่ ๔ ให้โจทก์ท�ำกำรวิเครำะห์
              เหตุผลต่ำง ๆ ที่บริษัทจ�ำเลยที่ ๑ เผชิญอยู่ในปัจจุบันและก�ำหนดให้โจทก์ต้องเข้ำท�ำงำนที่บริษัท
              ดังกล่ำวระหว่ำงเวลำ ๙ ถึง ๑๕ นำฬิกำ ทุกวันอังคำร วันพุธ และวันพฤหัสบดี เป็นกำรเปล่ยนแปลง
                                                                                         ี
                                                                                            ิ
                                                                  ี
              สำระส�ำคัญของข้อตกลงโดยโจทก์มิได้ยินยอม ต่อมำจ�ำเลยท่ ๔ มีหนังสือแจ้งว่ำโจทก์ละท้งงำน
                                                                                         ี
              พร้อมกับเลิกจ้ำงโจทก์และบุคคลในครอบครัวขอไพบูลย์ กำรกระท�ำของจ�ำเลยท้งส่เป็นกำร
                                                                                      ั
                                                                                            ึ
              ผิดสัญญำต่ำงตอบแทนตำมค�ำฟ้องโจทก์ จึงเป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยท่ ๒ ถึงท่ ๔ ซ่งเป็น
                                                                               ี
                                                                                      ี
                                                              ี
                                 ื
              คู่สัญญำตำมสัญญำซ้อขำยหุ้นและกิจกำรของจ�ำเลยท่ ๑ กระท�ำผิดข้อตกลงอันเป็นส่วนหน่ง
                                                                                               ึ
                         ื
              ของสัญญำซ้อขำยหุ้นท่ตกลงให้โจทก์ท�ำหน้ำท่ท่ปรึกษำในกำรด�ำเนินกิจกำรและรับผิดชอบ
                                                        ี
                                   ี
                                                          ี
              ควบคุมข้อโต้แย้ง ฟ้องร้อง หรือต่อสู้ในข้อพิพำทเก่ยวกับภำษีศุลกำกรตำมท่ได้รับกำรแจ้งเป็น
                                                                                 ี
                                                           ี
              ครำว ๆ ไปโดยไม่ก�ำหนดวันเวลำและสถำนที่ท�ำงำน แต่ต่อมำจ�ำเลยที่ ๑ โดยจ�ำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔
                                                                                        ิ
                                                                                         ั
                                                                                     ่
                                                                                            �
                                                                                     ี
                                                                               �
                 ี
              เปลยนแปลงสำระสำคญของข้อตกลงดงกล่ำวโดยกำหนดให้โจทก์ต้องเข้ำทำงำนทบรษทจำเลย
                 ่
                                 ั
                                                ั
                               �
                                                          �
              ที่ ๑ ระหว่ำงเวลำ ๙ ถึง ๑๕ นำฬิกำ ทุกวันอังคำร วันพุธ และวันพฤหัสบดี ทั้งยังกล่ำวอ้ำงด้วย
                                ั
                                  ี
              ว่ำโจทก์กับจ�ำเลยท้งส่มิได้มีนิติสัมพันธ์ในฐำนะลูกจ้ำงกับนำยจ้ำงกันตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน
                                                   ี
              ซ่งเม่อพิจำรณำประกอบส�ำเนำข้อบังคับเก่ยวกับกำรท�ำงำนของจ�ำเลยท่ ๑ เอกสำรท้ำยค�ำให้
               ึ
                                                                             ี
                   ื
              กำรหมำยเลข ๗ ก�ำหนดให้ค�ำจ�ำกัดควำมของ “พนักงำน” แยกต่ำงหำกจำก “ที่ปรึกษำบริษัทฯ”
                                                                                  ี
              โดย “พนักงำน” หมำยถึง ลูกจ้ำงตำมกฎหมำยคุ้มครองแรงงำน ส่วน “ท่ปรึกษำบริษัทฯ”
                                                     485
   508   509   510   511   512   513   514   515   516   517   518