Page 724 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 724
ี
ี
ั
ี
อ�ำนำจฟ้องคดีน้ต่อศำลแพ่ง มูลหน้ท่จ�ำเลยได้น�ำมำฟ้องโจทก์ท้งสำมกับพวกรวม ๗ คน เป็น
คดีล้มละลำยเป็นมูลหน้ตำมค�ำพิพำกษำตำมสัญญำประนีประนอมยอมควำมในคดีของศำล
ี
จังหวัดกำญจนบุรี ระหว่ำงธนำคำรกรุงไทย จ�ำกัด (มหำชน) โจทก์ กับบริษัทผำเอ้องรีสอร์ท จ�ำกัด
ื
กับพวกรวม ๘ คน จ�ำเลย ซ่งโจทก์ท้งสำมคดีน้เป็นจ�ำเลยในคดีแพ่งดังกล่ำวด้วย โจทก์ในคดีแพ่ง
ึ
ี
ั
้
่
ิ
้
่
้
้
ั
ี
้
ื
์
�
ั
ื
�
ั
ู
้
�
ั
์
่
ไมไดตองหำมมใหบงคบชำระหนนอกเหนอจำกทรพยจำนอง เมอทดนทรพยจำนองถกเจำหนอน
ื
้
ี
ิ
ี
่
ื
ี
่
น�ำยึดและน�ำออกขำยทอดตลำดโดยจ�ำนองติดไปด้วย มีผู้ซ้อทดินได้ในรำคำ ๑๔,๐๐๐ บำท
ี
้
เงนทได้ไม่พอต่อกำรชำระหนตำมสญญำประนประนอมยอมควำม จำเลยในคดแพ่งดังกล่ำว
ี
ิ
ั
�
ี
ี
่
�
ิ
ื
้
ื
ี
ี
ุ
่
ิ
จงยงไม่หลดพ้นจำกหนส่วนทเหลอ กำรทมผ้ซอทดนโดยมจำนองตดไปด้วย ไม่เป็นกำรแปลง
่
่
�
ู
ึ
ี
ี
้
ี
ี
ั
ี
ี
ี
หน้ใหม่ด้วยกำรเปล่ยนตัวลูกหน้ จึงไม่ท�ำให้หน้เดิมระงับ เม่อจ�ำเลยได้สวมสิทธิเป็นเจ้ำหน ้ ี
ื
ี
แทนโจทก์ในคดีแพ่ง จ�ำเลยได้น�ำมูลหน้ตำมสัญญำประนีประนอมยอมควำมฟ้องโจทก์ท้งสำม
ั
ี
ต่อศำลล้มละลำยกลำงและศำลมีค�ำส่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขำด จ�ำเลยจึงมีสิทธิด�ำเนินกระบวน
ั
ี
�
�
่
์
ิ
ิ
ั
พจำรณำต่อไป ไม่เป็นกำรท�ำละเมดตอโจทกท้งสำม จำเลยตรำคำทรัพย์จำนองตำมรำคำประเมิน
้
่
ี
ั
ิ
ื
�
ั
ั
ั
ของเจ้ำพนักงำนบังคบคดี เมอน�ำมำหกกบภำระหนตำมคำพพำกษำ โจทก์ท้งสำมยงคงเป็น
ั
ี
หน้โจทก์ในคดีแพ่งอยู่ กำรฟ้องคดีล้มละลำยของจ�ำเลยเป็นกำรใช้สิทธิตำมกฎหมำยมิได้จงใจ
กล่นแกล้งโจทก์ท้งสำมให้ได้รับควำมเสียหำย ไม่เป็นกำรจงใจหรือประมำทเลินเล่อ โจทก์ท้งสำม
ั
ั
ั
ฟ้องคดีน้เป็นเวลำเกิน ๑ ปี นับแต่รู้เร่องและรู้ตัวผู้ท�ำละเมิดแล้ว คดีจึงขำดอำยุควำม ขอให้
ื
ี
ยกฟ้อง
ื
ั
ื
ก่อนถึงวันนัดพิจำรณำ จ�ำเลยย่นค�ำร้องขอให้ศำลรอกำรพิจำรณำไว้ช่วครำวเพ่อให้
ี
ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยช้ขำดว่ำคดีอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
ศำลล้มละลำยหรือไม่
ศำลแพ่งเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลล้มละลำย
หรือไม่ จึงเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัต ิ
จัดตั้งศำลล้มละลำยและวิธีพิจำรณำคดีล้มละลำย พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๙
ี
ี
ั
วินิจฉัยว่ำ คดีน้โจทก์อ้ำงว่ำ ก่อนท่ศำลล้มละลำยกลำงมีค�ำส่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์
ึ
ท้งสำมเด็ดขำด เจ้ำหน้อ่นได้น�ำยึดท่ดินซ่งเป็นทรัพย์หลักประกันในหน้ท่โจทก์น�ำมำเป็นมูล
ื
ั
ี
ี
ี
ี
ฟ้องขอให้โจทก์ทั้งสำมล้มละลำย เมื่อทรัพย์หลักประกันดังกล่ำวได้ถูกขำยทอดตลำดโดยจ�ำนอง
ติดไปด้วย ผู้ซื้อทรัพย์จึงตกเป็นลูกหนี้ในมูลหนี้จ�ำนอง หนี้ที่จ�ำเลยน�ำมำฟ้องขอให้โจทก์ทั้งสำม
ิ
ั
ล้มละลำยจึงระงับส้นไป แต่จ�ำเลยก็ยังคงใช้สิทธิด�ำเนินคดีต่อไปจนศำลมีค�ำส่งพิทักษ์ทรัพย์
696

