Page 763 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 763

ั
                                                                                              ี
              ได้รับเงินกู้ยืมหรือเงินทดรองจ่ำยจำกโจทก์แล้ว จ�ำเลยท้งสำมไม่ด�ำเนินกำรให้จ�ำเลยท่ ๑
                            ี
              บันทึกภำระหน้ไว้ในงบกำรเงินตำมวิธีกำรทำงบัญชี ไม่น�ำเสนอเจ้ำพนักงำนพิทักษ์ทรัพย์
              และไม่รำยงำนให้ศำลล้มละลำยกลำงทรำบอย่ำงครบถ้วน โจทก์ทั้งสองประสงค์เรียกเงินทั้งหมดคืน
               ึ
                                                                            ั
                                                            �
                                                                   ั
                                                                                ั
              จงมอบหมำยให้ทนำยควำมบอกกล่ำวทวงถำม จำเลยท้งสำมได้รบหนงสอทวงถำมแล้ว
                                                                                   ื
              เพิกเฉย ขอให้บังคับจ�ำเลยทั้งสำมช�ำระเงินแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน ๓๓๗,๘๖๕,๐๖๕.๗๔ บำท
              ๒๗,๗๕๖.๗๘ ดอลลำร์สหรัฐและ ๓๖๓,๑๓๖.๖๔ ยูโร พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี
                                                                          ี
              ของต้นเงิน ๓๓๖,๐๐๐,๙๕๐.๘๘ บำท ของต้นเงิน ๒๗,๖๐๓.๖๔ ดอลลำร์สหรัฐและของต้นเงิน
              ๓๖๑,๑๓๓.๑๑ ยูโร นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จ

                              ั
                       จ�ำเลยท้งสำมให้กำรท�ำนองเดียวกันว่ำ กำรมอบอ�ำนำจและหนังสือมอบอ�ำนำจ
              ให้ฟ้องคดีไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมำย โจทก์ท้งสองยังไม่ได้รับอนุญำตให้ฟ้องคดีน้จำก
                                                            ั
                                                                                             ี
                                        ี
                                                    ี
              ศำลล้มละลำยกลำง และคดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวพันกันกับคดีล้มละลำยจึงเป็นคดีล้มละลำยอยู่ใน
              อ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลล้มละลำย โจทก์ทั้งสองไม่มีอ�ำนำจฟ้อง สัญญำที่โจทก์ทั้งสอง
                                                                                   ี
                                            ี
                                                          ี
                                                                  ี
                                                                          ั
              นำมำฟ้องเป็นเร่องระหว่ำงโจทก์ท่ ๑ กับจ�ำเลยท ๒ ไม่เกยวข้องกบจำเลยท่ ๑ จ�ำเลยท่ ๓
                                                          ่
                                                                             �
                                                                  ่
                             ื
               �
                                                                                              ี
                         ั
              ด�ำเนินกำรท้งปวงภำยในขอบอ�ำนำจในฐำนะกรรมกำรของจ�ำเลยท่ ๒ มิได้กระท�ำกำรในฐำนะ
                                                                        ี
              ส่วนตัว จ�ำเลยท้งสำมไม่เคยกู้ยืมเงินจำกโจทก์ โจทก์ไม่มีหลักฐำนแห่งกำรกู้ยืมเป็นหนังสือลง
                             ั
                      ื
                                                                                             ี
                                                                   ั
              ลำยมือช่อผู้กู้ยืมเป็นส�ำคัญจึงไม่มีอ�ำนำจฟ้องบังคับจ�ำเลยท้งสำม โจทก์ติดต่อให้จ�ำเลยท่ ๒
              เป็นผู้บริหำรแผนฟื้นฟูกิจกำรของจ�ำเลยที่ ๑ โดยเสนอค่ำตอบแทนให้จ�ำเลยที่ ๒ เพื่อให้จ�ำเลย
              ที่ ๑ ผลิตสินค้ำให้แก่โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองได้รับสินค้ำที่จ�ำเลยที่ ๑ ผลิตไปขำยให้แก่ลูกค้ำ
                        ั
                                                                                          ี
                                              ั
              ของโจทก์ท้งสองและได้รับค่ำสินค้ำท้งหมดไปแล้วโดยไม่ได้ช�ำระค่ำตอบแทนแก่จ�ำเลยท่ ๑ แต่
              กลับเรียกร้องต้นทุนที่โจทก์ทั้งสองลงทุนจำกจ�ำเลยทั้งสำมท�ำให้จ�ำเลยทั้งสำมเดือดร้อน สัญญำ
              บริกำรระหว่ำงโจทก์ที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๒ ก�ำหนดให้คู่สัญญำระงับข้อพิพำทโดยอนุญำโตตุลำกำร
              ในประเทศสิงคโปร์ แต่โจทก์ทั้งสองมิได้บรรยำยฟ้องว่ำได้ยื่นขอชี้ขำดเพื่อบังคับสัญญำนี้ โจทก์
              ไม่มีอ�ำนำจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
                       จ�ำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยื่นค�ำร้องขอให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยว่ำคดี
              อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลล้มละลำยหรือไม่

                                                                                  ื
                                                                              ื
                                                                                     ิ
                                                                            ู
                                            ้
                                            ั
                       โจทก์คดค้ำนว่ำ โจทก์ทงสองฟ้องให้จำเลยทงสำมชดใช้เงนก้ยมหรอเงนทดรองจ่ำย
                             ั
                                                              ้
                                                              ั
                                                        �
                                                                          ิ
              มิใช่ฟ้องให้จ�ำเลยท้งสำมร่วมกันช�ำระหน้ตำมแผนฟื้นฟูกิจกำร กรณีจึงต้องพิจำรณำจำกมูลหน ี ้
                                                 ี
                               ั
              ตำมสัญญำเป็นส�ำคัญมิใช่พิจำรณำจำกแผนฟื้นฟูกิจกำรเป็นหลักจึงไม่ใช่คดีล้มละลำย ขอให้ยก
              ค�ำร้อง
                                                     735
   758   759   760   761   762   763   764   765   766   767   768