Page 77 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 77

ี
                             ั
                       จ�ำเลยท้งสำมให้กำรท�ำนองเดียวกันว่ำ จ�ำเลยท่ ๑ ไม่เคยประพฤติผิดสัญญำจ้ำง จ�ำเลย
                        ี
                ี
              ท่ ๒ และท่ ๓ ไม่เคยร่วมกันท�ำละเมิดต่อโจทก์ สิทธิเรียกร้องโจทก์เร่องละเมิดเกินกว่ำ ๑ ปี
                                                                            ื
              ขำดอำยุควำม สัญญำจ้ำงเป็นนักแสดงในสังกัดระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ ๒๕
              สิงหำคม ๒๕๕๙ เนื่องจำกโจทก์ผิดสัญญำไม่ช�ำระค่ำจ้ำงแก่จ�ำเลยอัตรำเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บำท

              ตั้งแต่เดือนมีนำคมและเมษำยน ๒๕๕๙ จนพ้นก�ำหนดทวงถำม โจทก์เพิกเฉยไม่ช�ำระจ�ำเลยที่ ๑

              จึงบอกเลิกสัญญำและมีสิทธิเข้ำรับจ้ำงเป็นนักแสดงกับจ�ำเลยที่ ๓ ได้ จ�ำเลยทั้งสำมไม่มีหน้ำที่
                                                                                          ี
                                                                            ี
                                                            ่
                                                            ี
                                                                                         ้
                                                                                 ึ
                                                                                 ่
                                                           ี
                                                                                         ี
                                                                                   ิ
              ต้องชดใช้ค่ำเสียหำยใด ๆ ตำมฟ้องแก่โจทก์ หน้ทโจทก์ฟ้องเป็นหนเงนซงมใช่หนท่ไม่อำจ
                                                                            ้
                                                                              ิ
              แบ่งแยกกันช�ำระได้ โจทก์ไม่อำจน�ำหลักเร่องลูกหน้ร่วมมำใช้บังคับจ�ำเลยท่ ๓ ให้ร่วมรับผิดชดใช้
                                                                              ี
                                                  ื
                                                          ี
              ค่ำสินไหมทดแทนแก่โจทก์ได้ และฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง
                       ในช้นช้สองสถำน ศำลจังหวัดมีนบุรี เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
                             ี
                                                                              ี
                          ั
              พิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำ
                             ั
              พิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ
                                                ั
              เป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
              และวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                       วินิจฉัยว่ำ กรณีมีปัญหำต้องพิจำรณำตำมบทบัญญัติ มำตรำ ๗ (๓) แห่งพระรำชบัญญัต ิ
                  ั
              จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำ
                                                           ี
                                                                       ี
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ ว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับลิขสิทธ์หรือไม่ เห็นว่ำ
                                                                                   ิ
              โจทก์กล่ำวอ้ำงว่ำ จ�ำเลยท่ ๑ โดยควำมยินยอมของจ�ำเลยท่ ๒ มำรดำซ่งเป็นผู้ใช้อ�ำนำจปกครอง
                                     ี
                                                                           ึ
                                                                 ี
                         ี
              ของจ�ำเลยท่ ๑ ปฏิบัติผิดสัญญำจ้ำงเป็นนักแสดงในสังกัดของโจทก์โดยไปรับจ้ำงเป็นนักแสดง
                         ี
              ของจ�ำเลยท่ ๓ ขอให้บังคับจ�ำเลยท้งสำมให้ร่วมรับผิดต่อโจทก์ชดใช้ค่ำเสียหำยและค่ำสินไหม
                                              ั
              ทดแทน จ�ำเลยทั้งสำมให้กำรปฏิเสธว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ ไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญำและท�ำละเมิดต่อโจทก์
              แต่สัญญำจ้ำงระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ สิ้นสุดลงแล้ว จ�ำเลยที่ ๑ จึงได้ไปรับจ้ำงเป็นนักแสดง
              ในสังกัดจ�ำเลยท่ ๓ จ�ำเลยท้งสำมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ คดีจึงมีปัญหำตำมค�ำฟ้องของโจทก์
                                        ั
                             ี
              เกี่ยวกับมูลหนี้ระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ ที่เกิดขึ้นตำมสัญญำจ้ำงให้จ�ำเลยที่ ๑ เป็นนักแสดง
                                                                 ิ
                                              ี
              ในสังกัดของโจทก์ โดยมีข้อตกลงเก่ยวกับกำรโอนลิขสิทธ์ต่อกัน และกำรห้ำมไปรับงำนแสดง
                                                                             ิ
                                       ่
                                       ี
                                 �
              กับบุคคลอ่น ต่อมำจำเลยท ๑ ผดสญญำ ส่วนจำเลยท้งสำมให้กำรปฏเสธควำมรับผิด คดีน        ี ้
                        ื
                                              ั
                                                         �
                                            ิ
                                                               ั
              จึงเป็นคดีแพ่งเก่ยวกับลิขสิทธ์ท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำ
                             ี
                                         ิ
                                           ี
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๓) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สิน
                                                                                   ั
                                                      49
   72   73   74   75   76   77   78   79   80   81   82