Page 919 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 919

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   สิบต�ำรวจโท

                          ที่ วยช ๙๙/๒๕๖๔                       หรือร้อยต�ำรวจเอก

                                                                                    หรือพันต�ำรวจตรี อ.       โจทก์
                                                                                    นำง ส. กับพวก           จ�ำเลย




                           ี
                                                                                             ี
                                                                             ี
                                  ึ
                                                                             ่
                       คดีน้โจทก์ซ่งเคยเป็นสำมีชอบด้วยกฎหมำยของจ�ำเลยท ๑ ฟ้องอ้ำงว่ำท่ดิน
              พิพำทเป็นสินสมรสระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ ภำยหลังโจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ จดทะเบียน
              หย่ำกันโดยยังมิได้มีกำรแบ่งสินสมรส จ�ำเลยท ๑ ท�ำนิติกรรมขำยท่ดินพิพำทให้แก่จ�ำเลย
                                                         ี
                                                                            ี
                                                         ่
              ที่ ๒ โดยไม่ได้รับควำมยินยอมหรือกำรให้สัตยำบันจำกโจทก์ ส่วนจ�ำเลยที่ ๒ ให้กำรว่ำ
              จ�ำเลยที่ ๒ ท�ำนิติกรรมซื้อขำยที่ดินพิพำทกับจ�ำเลยที่ ๑ โดยสุจริต เสียค่ำตอบแทน และ
              ตำมพฤติกำรณ์ถือว่ำโจทก์ได้ให้สัตยำบันแล้ว กรณีจึงมีปัญหำต้องวินิจฉัยว่ำ ท่ดินพิพำท
                                                                                       ี
                                                  ี
              เป็นสินสมรสระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยท ๑ หรือไม่ ซ่งจะมีผลไปถึงอ�ำนำจในกำรจัดกำร
                                                               ึ
                                                  ่
              ทรัพย์สินดังกล่ำว อันเป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่ำงสำมีภริยำและกำรสิ้นสุดแห่งกำร
              สมรส ซึ่งต้องบังคับตำม ป.พ.พ. บรรพ ๕ มำตรำ ๑๔๗๐ ถึง ๑๔๗๔ มำตรำ ๑๔๘๐ และ
              มำตรำ ๑๕๓๒ ถึง ๑๕๓๔ จึงเป็นคดีครอบครัว

                                                  _________________________



                                                                          ี
                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์เป็นสำมีชอบด้วยกฎหมำยของจ�ำเลยท่ ๑ จดทะเบียนสมรสเม่อ
                                                                                               ื
              วันที่ ๙ ธันวำคม ๒๕๑๗ มีบุตรด้วยกัน ๓ คน เมื่อวันที่ ๒๐ เมษำยน ๒๕๓๖ โจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑
                                                                           ี
                      ื
              ร่วมกันซ้อท่ดินตำมหนังสือรับรองกำรท�ำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขท่ ๒๓๒๗ เลขท่ดิน ๑๑๔
                         ี
                                                                                        ี
              ต�ำบลห้วยยำง อ�ำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เนื้อที่ ๕ ไร่ ๒ งำน ๗๘ ตำรำงวำ เป็นเงิน
              ๑๕๐,๐๐๐ บำท โดยใส่ชื่อจ�ำเลยที่ ๑ เป็นผู้ครอบครอง ต่อมำวันที่ ๑๓ ธันวำคม ๒๕๕๖ โจทก์
              กับจ�ำเลยท่ ๑ จดทะเบียนหย่ำกันโดยยังมิได้มีกำรแบ่งสินสมรส หลังจำกน้นวันท่ ๓๑ มีนำคม ๒๕๖๔
                                                                                ี
                       ี
                                                                           ั
                                                        �
                                                                                    ิ
                                                                                            ื
                                                                            ั
                                                               ่
                                                               ี
                                              ิ
                               ิ
                             ิ
                                         ี
                           �
                                         ่
                     ี
                     ่
               �
              จำเลยท ๑ ทำนตกรรมขำยทดนพพำทให้แก่จำเลยท ๒ โดยไม่ได้รบควำมยนยอมหรอให้
                                           ิ
                                 ึ
                                                                                             ิ
                                                        ี
              สัตยำบันจำกโจทก์ ซ่งขณะท�ำนิติกรรมจ�ำเลยท่ ๒ ทรำบดีว่ำโจทก์เป็นเจ้ำของกรรมสิทธ์รวม
                                                                                     ึ
              ในทดนพพำทและกำรจดกำรทรพย์สนต้องได้รบควำมยนยอมจำกโจทก์ก่อน จงเป็นกำรทำ
                  ี
                   ิ
                  ่
                                                                                               �
                                           ั
                                               ิ
                                                        ั
                      ิ
                                                                ิ
                                   ั
              นิติกรรมโดยไม่สุจริต ขอให้บังคับจ�ำเลยท้งสองร่วมกันหรือแทนกันจดทะเบียนเพิกถอนนิติกรรม
                                                  ั
                       ี
                                                                       ี
              กำรขำยท่ดินตำมหนังสือรับรองกำรท�ำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขท่ ๒๓๒๗ เลขท่ดิน ๑๑๔ ต�ำบล
                                                                                   ี
                                                     891
   914   915   916   917   918   919   920   921   922   923   924