Page 922 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 922

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ  นำง ท.                         โจทก์

                          ที่ วยช ๑๐๔/๒๕๖๔                                  นำย ค.              จ�ำเลย



                             ึ
                       โจทก์ซ่งเคยเป็นภริยำชอบด้วยกฎหมำยของจ�ำเลยฟ้องขับไล่จ�ำเลยออกจำก
                                                      ื
              บ้ำนพิพำทอันเป็นกำรใช้สิทธิฟ้องสืบเน่องมำจำกข้อกล่ำวอ้ำงว่ำ โจทก์กับจ�ำเลย
                                                         ี
              จดทะเบียนหย่ำกันและตกลงแบ่งทรัพย์สินท่ได้มำระหว่ำงสมรสว่ำบ้ำนพิพำทให้เป็น
              ของโจทก์ ส่วนจ�ำเลยให้กำรต่อสู้ว่ำบ้ำนพิพำทเป็นสินสมรสระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลย

                                                                                  ี
              และจ�ำเลยไม่เคยตกลงแบ่งทรัพย์สินกับโจทก์ เป็นกรณีมีข้อพิพำทเก่ยวกับกำรแบ่ง
              สินสมรสอันเป็นปัญหำเก่ยวกับควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสำมีภริยำในทำงทรัพย์สินตำม
                                       ี
              ป.พ.พ. บรรพ ๕ มำตรำ ๑๕๓๒ ถึง ๑๕๓๔ จึงเป็นคดีครอบครัว

                                         _________________________



                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญำตให้เข้ำท�ำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เนื้อที่

                                                                    ื
              ๑ งำน ๒๔ ตำรำงวำ โดยได้รับตกทอดมำจำกบิดำโจทก์เม่อปี ๒๕๕๔ จ�ำเลยเคยเป็นสำม         ี
                                                                ี
              ชอบด้วยกฎหมำยของโจทก์ จดทะเบียนหย่ำกันเม่อวันท่ ๑๐ กันยำยน ๒๕๖๓ โดยโจทก์กับ
                                                           ื
                                                                                ึ
                                            ี
                             ี
              จ�ำเลยตกลงกันเก่ยวกับทรัพย์สินท่ได้มำระหว่ำงสมรสว่ำ โจทก์ได้บ้ำนพิพำทซ่งปลูกสร้ำงบนท่ดิน
                                                                                              ี
              ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่โจทก์ได้รับอนุญำตให้เข้ำท�ำประโยชน์ ส่วนจ�ำเลยได้ที่ดินสวนยำงพำรำ จ�ำนวน
              ๕ ไร่ ที่จ�ำเลยได้รับอนุญำตให้เข้ำท�ำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เช่นกัน จ�ำเลย

              ขอเวลำหำที่อยู่ใหม่เป็นเวลำ ๓ เดือน นับจำกวันจดทะเบียนหย่ำ หลังครบก�ำหนดจ�ำเลยไม่ยอม
                                                                                  ิ
              ขนย้ำยส่งของออกไปจำกบ้ำนพิพำทของโจทก์ โจทก์บอกกล่ำวให้จ�ำเลยขนย้ำยส่งของออกไปจำก
                      ิ
              บ้ำนพิพำทของโจทก์แล้ว แต่จ�ำเลยเพิกเฉย กำรท่จ�ำเลยยังคงอำศัยอยู่ในบ้ำนพิพำทของโจทก์
                                                          ี
                                                                                   ั
                                                                                     �
                                                                                ั
                                                           ั
                                                                    ี
                         ิ
                      ิ
                     ี
              โดยไม่มสทธ เป็นกำรละเมดต่อโจทก์ทำให้โจทก์ได้รบควำมเสยหำย ขอให้บงคบจำเลยขนย้ำย
                                                �
                                      ิ
              ส่งของออกไปจำกบ้ำนพิพำทของโจทก์ ห้ำมจ�ำเลยเข้ำมำเก่ยวข้อง หำกจ�ำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือ
               ิ
                                                                   ี
              เอำค�ำพิพำกษำของศำลแทนกำรแสดงเจตนำของจ�ำเลย กับให้จ�ำเลยชดใช้ค่ำเสียหำยแก่โจทก์
              เดือนละ ๑,๕๐๐ บำท นับแต่วันถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจ�ำเลยจะขนย้ำยสิ่งของออกไป
              จำกบ้ำนพิพำทของโจทก์
                       จ�ำเลยให้กำรว่ำ บ้ำนพิพำทซึ่งปลูกสร้ำงบนที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เป็นสินสมรสระหว่ำง
              โจทก์กับจ�ำเลย และจ�ำเลยไม่เคยตกลงแบ่งทรัพย์สินใด ๆ กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้องขับไล่


                                                     894
   917   918   919   920   921   922   923   924   925   926   927