Page 931 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 931
ั
ี
ท่เคยมีและเป็นกำรช่วยเหลือครอบครัวของจ�ำเลยเท่ำน้น โดยโจทก์กับจ�ำเลยไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน
ื
ื
ิ
ฉันสำมีภริยำ โจทก์เช่ำซ้อรถยนต์พพำทเพ่อไว้ใช้งำนในบรษัทมิได้มีเจตนำจะให้จ�ำเลยหรือ
ิ
บิดำมำรดำจ�ำเลยน�ำไปใช้เป็นกำรส่วนตัว แต่จ�ำเลยกลับน�ำรถยนต์พิพำทไปให้บิดำมำรดำจ�ำเลย
ใช้เป็นกำรส่วนตัว ท�ำให้โจทก์ไม่พอใจและไม่อำจทนอยู่ร่วมบ้ำนเดียวกันกับจ�ำเลยได้ จึงแจ้ง
ให้จ�ำเลยและบิดำมำรดำจ�ำเลยย้ำยออกไปจำกบ้ำนพิพำทและส่งมอบรถยนต์พิพำทคืนให้แก่
ี
ี
โจทก์ ท่ดินพร้อมบ้ำนและรถยนต์พิพำทมิใช่ทรัพย์สินท่โจทก์และจ�ำเลยท�ำมำหำได้ร่วมกัน จ�ำเลย
จึงไม่มีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์พิพำทดังกล่ำว ขอให้ยกฟ้องแย้ง
ในวันนัดชี้สองสถำน ศำลแพ่งมีนบุรีเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
พิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญ
พิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและ
ครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
วินิจฉัยว่ำ คดีน้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจ�ำเลยขนย้ำยทรัพย์สินและบริวำรออกไปจำก
ี
บ้ำนพิพำทและส่งมอบรถยนต์พิพำทคืนให้แก่โจทก์โดยอ้ำงว่ำ โจทก์เป็นเจ้ำของกรรมสิทธ ิ ์
ึ
ี
ื
ในท่ดินพร้อมบ้ำนและรถยนต์พิพำท ซ่งโจทก์ซ้อมำภำยหลังจำกจดทะเบียนหย่ำกับจ�ำเลย
ี
ส่วนจ�ำเลยให้กำรและฟ้องแย้งว่ำ เหตุท่โจทก์กับจ�ำเลยจดทะเบียนหย่ำเพ่อควำมสะดวกในกำร
ื
ประกอบธุรกิจ หลังจำกหย่ำกันแล้วโจทก์กับจ�ำเลยยังคงอยู่กินร่วมกันฉันสำมีภริยำ บ้ำนและ
รถยนต์พิพำทเป็นทรัพย์สินท่โจทก์กับจ�ำเลยร่วมกันท�ำมำหำได้ระหว่ำงท่อยู่กินฉันสำมีภริยำ
ี
ี
โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จึงเป็นกรรมสิทธิ์รวม จ�ำเลยมีสิทธิในบ้ำนและรถยนต์พิพำทกึ่งหนึ่ง
ี
แม้จ�ำเลยจะให้กำรว่ำ เหตุท่โจทก์กับจ�ำเลยจดทะเบียนหย่ำเพ่อควำมสะดวกในกำรประกอบ
ื
ธุรกิจก็ตำม แต่จ�ำเลยไม่ได้ให้กำรต่อสู้ว่ำ กำรจดทะเบียนหย่ำเป็นกำรแสดงเจตนำลวงหรือ
ไม่มีเจตนำจดทะเบียนหย่ำและไม่มีผลต่อกำรสมรสอย่ำงไร ท้งจ�ำเลยยังให้กำรว่ำ ทรัพย์สินท ่ ี
ั
ได้มำหลังจำกจดทะเบียนหย่ำเป็นกรรมสิทธ์รวม โดยไม่ได้อ้ำงว่ำเป็นสินสมรส แสดงว่ำจ�ำเลย
ิ
ึ
ยอมรับว่ำทรัพย์สินท่ได้มำไม่ใช่สินสมรส ซ่งเป็นกำรให้กำรและฟ้องแย้งโดยอำศัยหลักกรรมสิทธ ์ ิ
ี
ี
รวมตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ บรรพ ๔ ลักษณะ ๒ ไม่ใช่ข้อพิพำทเก่ยวกับ
่
ั
ั
ี
ี
ั
ั
ิ
ควำมสมพนธ์ระหว่ำงสำมภรยำในทำงทรพย์สนทจะต้องบงคบตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและ
ิ
ั
พำณิชย์ บรรพ ๕ คดีน้จึงไม่เป็นคดีครอบครัว ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัว
ี
และวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๐ (๓)
วินิจฉัยว่ำ คดีนี้ไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัว
903

