Page 16 - E magazine 879
P. 16
Ñ Ô Ñ
Ñ
Ô
Ñ
ÊÁÒ÷ Ǥ«à¹ª¹ ÊíÒËÃÑºÊØ¡Ã ® ®
ี
ี
ี
ี
®
ÊÁÒ÷ Ǥ«à¹ª¹ ÊíÒËÃÑºÊØ¡Ã การเปรยบเทยบประสิทธิภาพของวัคซน ยูนิสเตรน พอาร์อาร์เอส (UNISTRAIN PRRS)
®
¢Í¹ÒàÊ¹Í ÎÔ»ÃÒà´ÍÃÁÔ¤ 2.0
í ÊÁÒ÷ ÇѤ«Ô๪ѹ ÊíÒËÃÑºÊØ¡Ã
้
ี
้
ั
ี
่
้
้
ี
®
¢Í¹ÒàÊ¹Í ÎÔ»ÃÒà´ÍÃÁÔ¤ 2.0 ทฉดดวยวิธเขาผิวหนง (intradermal) และเขากลาม (intramuscular) ในสุกร
í
¢Í¹ÒàÊ¹Í ÎÔ»ÃÒà´ÍÃÁÔ¤ 2.0
í
้
ดร. อรรถกร มาดาปอง ผศ. ดร. เดชฤทธิ์ นิลอุบล และคณะ
ภาคจุลชววิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ประเทศไทย
ี
์
์
เรยบเรยงโดย เรองอุไร กจโชดก และทมวชาการบรการและการตลาดสกร บรษัทแอนมอล เฮลท (ไทยแลนด) จ ากัด
์
ื
ิ
ี
ิ
ี
ี
ิ
ิ
ุ
ิ
บทนำ (B) 1400 ปรมาณเชื้อ PRRSV (US) ในซีร่ม • กลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีนมีปริมาณเชื้อ
Type 2 PRRSV RNA in serum
่
ิ
ั
้
▪ การปองกันโรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) จากการฉีดวัคซีนด้วยวิธีเข้ากล้าม 1200 PRRSV (US) ในซีรั่มสูงทีสุด ณ
่
a
็
่
ั
้
ิ
่
(intramuscular, IM) เปนวิธีทีนยมใช้กันอย่างแพร่หลาย แตในปจจุบันการฉีด 1000 วันที 7 หลังพ่นเชือพิษทับ
่
วัคซีนด้วยวิธีเข้าผิวหนัง (intradermal, ID) เริมได้รับความนยมมากขึน เพราะเปน ็ 800 VacID/PRRS2 • กลุ่มที่ฉีดวัคซีน UNISTRAIN ®
ิ
่
้
VacIM/PRRS2
NV/PRRSV2
่
้
บริเวณทีมีเซลล์เม็ดเลือดขาวทีท าหนาทีในการดักจับแอนติเจนและนาเสนอ PRRSV genomic copies/ml 600 400 b c d a VacIM/PRRS1+2 PRRS ทั้ง IM และ ID มีปริมาณ
่
่
VacID/PRRS1+2
NV/PRRS1+2
NV/Unch
เชือ PRRSV (US) ในซีรั่มนอย
้
้
แอนติเจนเข้าสูต่อมนาเหลืองจ านวนมาก อีกทั้งการฉีดเข้าผิวหนัง (ID) สามารถลด
้
่
1 Ǥ«¹·ÁҾÌÍÁ¡Ñº CHIP Ñ จุดประสงคกำรทดลอง ่ ® 200 0 0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV Challenge 3 DPC 7 DPC e 14 DPC b c d 35 DPC กว่ากลมทีไม่ท าวัคซีน ในวันที 7
Ñ
Õ
Ñ
Õ
è
่
่
ุ
่
การเกิดบาดแผลและลดความเจ็บปวดเมือเทียบกับการฉีดเข้ากล้าม (IM) อีกด้วย
1
·ÊÒÁÒöÃк¢ŒÍÁÙÅ â´ÂÍÒÈÂ
è
è
Ñ
Ø
Õ ÇѤ«Õ¹·ÕÁҾÌÍÁ¡Ñº CHIP
้
และ 14 หลังพ่นเชือพิษทับ
์
1
è
×ÒÁÒöÃкآŒÍÁÙÅ â´ÂÍÒÈÑÂ
Ñ
è
è«Õ¹·ÕÁҾÌÍÁ¡Ñº CHIP
·Ê
Õ ÇѤ
Ô
Õ
¤Å¹¤ÇÒÁ¶èÇ·Â (RFID) º¹©ÅÒ¡
Ø
35 DPV
Days post-vaccination (DPV) / Days post-challenge (DPC)
Õ
Õ
è
·Ê
è
Ø
Ô
×ÒÁÒöÃкآŒÍÁÙÅ â´ÂÍÒÈÑÂ
¤Å¹¤ÇÒÁ¶èÇ·Â (RFID) º¹©ÅÒ¡
่
ุ
ุ
▪ เพือทดสอบการกระต้นภูมิค้มกันและประสิทธิภาพของวัคซีน UNISTRAN PRRS
Type 2 PRRSV RNA in nasal swabs
้
่
¤Å¹¤ÇÒÁ¶èÇ·Â (RFID) º¹©ÅÒ¡
ั
è
×
Ô
Õ
ั
ิ
Ø
เมือฉีดด้วยวิธีเข้ากล้าม (IM) หรือเข้าผิวหนัง (ID) ต่อการติดเชื้อไวรัสพีอาร์อาร์เอส
่
PRRSV (US) ในสารคัดหลั่งจมูก
(nasal swab)
สายพันธุ์ยุโรปและสายพันธุ์อเมริกาเหนือ (HP-PRRSV) ในสุกร (B) 1400 1200 1000 ปรมาณเชื้อ PRRSV (US) ในสารคดหล่งจมูก • กลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีนมีปริมาณเชือ
สูงทีสุด ณ วันที 7 หลังพ่นเชือพิษ
้
่
่
ี
วัสดุอุปกรณ และวิธกำรทดลอง 800 a VacIM/PRRS2 ทับ
์
NV/PRRS2
็
▪ แบ่งสุกรอายุ 3 สัปดาห์ จ านวน 42 ตัว ออกเปน 7 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ตัว ท าการฉีด PRRSV genomic copies/ml 600 b VacID/PRRS2 ®
VacID/PRRS1+2 • กลุ่มที่ฉีดวัคซีน UNISTRAIN
VacIM/PRRS1+2
้
้
วัคซีน เก็บตัวอย่างเลือด ชั่งนาหนัก พ่นพิษทับด้วยเชือไวรัส และท าการุณยฆาต NV/PRRS1+2 PRRS ทั้ง IM และ ID มีปริมาณ
NV/Unch
400 a c
ดังภาพ ฉดวัคซน ี b c a เชื้อ PRRSV (US) ในสารคัดหลั่ง
ี
้
่
200 Challenge d
b b จมูกนอยกว่ากลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีน ใน
c
c e c
่
้
0 วันที 7 และ 14 หลังพ่นเชือพิษทับ
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC 14 DPC 35 DPC
Days post-vaccination (DPC) / Days post-challenge (DPC)
Homologous virus recall (vaccine virus)
20
์
ไซโตไคน อินเตอร์ลิวคิน-10 (IL-10) ®
่
่
(ไซโตไคนทเกยวของกับกระบวนการกดภูมิคุมกัน) • กลุ่มทีฉีดวัคซีน UNISTRAIN
้
่
ี
ี
้
์
15 PRRS ด้วยวิธี ID สามารถกระต้น ุ
Vaccine virus-specific IL-10 (pg/ml) 10 a a a a a a a a VacIM/PRRS2 หลังฉีดวัคซีน) กลุ่มทีฉีดด้วย IM
การสร้าง IL-10 ได้ช้ากว่า (21 วัน
่
VacID/PRRS2
ผลกำรทดลอง VacIM/PRRS1+2 (7 วันหลังฉีดวัคซีน) อีกทั้งยังมี
NV/PRRS2
VacID/PRRS1+2
NV/PRRS1+2
่
่
(A) PRRSV-specific antibodies (IDEXX) b b NV/Unch ระดับทีต ากว่าและลดลงอย่าง
ี
การตรวจแอนติบอดทจ าเพาะต่อ PRRSV (IDEXX) 5 a
ี
่
2.8 a
่
2.4 Challenge b รวดเร็วเมือเปรียบเทียบกับกลุ่มที ่
a
b b c c b b
b b
2.0 a a a a 0 b b c b b ฉีดด้วย IM
©Õ´Ç¤«¹à¢ŒÒ¼Ç˹§ a a a a 0 7 14 21 28 35
Ñ
Ô
Ñ
Õ
1.6 a a a a a a a Days post-vaccination (DPV)
a a a a VacIM/PRRS2
a
VacID/PRRS2
´ŒÇÂÍØ»¡Ã³©Õ´ÇѤ«Õ¹ª¹Ô´äÃŒà¢çÁ S/P ratio 1.2 a a a a a a a a a a NV/PRRS2 กลุ่มทดลอง Macroscopic scores Microscopic lesion
Ñ
Ñ
Õ
Ô
©Õ´Ç¤«¹à¢ŒÒ¼Ç˹§
VacIM/PRRS1+2
VacID/PRRS1+2
NV/Unch
2¾ÃŒÍÁºÑ¹·Ö¡¢ŒÍÁÙÅ¡ÒéմÍѵâ¹ÁÑµÔ 0.8 a a b NV/PRRS1+2 (การสังเกตดวยตาเปล่า) (ผ่านกลองจุลทรรศน) ์
´ŒÇÂÍØ»¡Ã³©Õ´ÇѤ«Õ¹ª¹Ô´äÃŒà¢çÁ
Ô
©Õ´Ç¤«¹à¢ŒÒ¼Ç˹§
Ñ
Õ
Ñ
้
้
®
2¾ÃŒÍÁºÑ¹·Ö¡¢ŒÍÁÙÅ¡ÒéմÍѵâ¹ÁÑµÔ Î»ÃÒà´ÍÃÁÔ¤ 2.0 0.4 b b b Cut-off 7 DPC * 35 DPC 7 DPC * 35 DPC
´ŒÇÂÍØ»¡Ã³©Õ´ÇѤ«Õ¹ª¹Ô´äÃŒà¢çÁ
Ô
2¾ÃŒÍÁºÑ¹·Ö¡¢ŒÍÁÙÅ¡ÒéմÍѵâ¹ÁÑµÔ ® 0.0 0 DPV 7 DPV 14 DPV b 21 DPV b 28 DPV b 35 DPV b 3 DPC b 7 DPC b 14 DPC c 35 DPC c VacIM/PRRS2 58.02.0 c 00 1.620.11 b 00
Ô
λÃÒà´ÍÃÁÔ¤ 2.0 การฉีด UNISTRAIN PRRS ทั้ง IM และ ID สามารถกระต้นการตอบสนองของ VacID/PRRS2 27.32.4 e 00 1.330.14 c 00
Days post-vaccination (DPV) / Days post-challenge (DPC)
®
ุ
®
ÎÔ»ÃÒà´ÍÃÁÔ¤ 2.0 แอนติบอดีได้รวดเร็วภายใน 14 วันหลังฉีดวัคซีน (พบครั้งแรกที 7 วันหลังฉีดวัคซีน) NV/PRRS2 71.33.2 b 2.01.0 2.380.11 a 00
่
่
เมือตรวจด้วย IDEXX ELISA VacIM/PRRS1+2 62.32.4 c 2.00.3 1.880.06 b 00
(A) PRRSV-specific neutralizing antibodies aginst homologous viurs (vaccine virus) VacID/PRRS1+2 41.07.0 d 1.00.3 1.510.10 c 00
8
การตรวจนิวทรัลไลซิงแอนติบอด ี a NV/PRRS1+2 84.03.5 a 2.01.0 2.370.07 a 00
่
ี
ทจ าเพาะต่อไวรัสวัคซน ี a NV/Unch 00 00 00 00
่
6
a a
่
a a b ®
Challenge a กลุ่มทีฉีดวัคซีน UNISTRAIN PRRS ทั้ง IM และ ID มีคะแนนรอยโรคปอดจากการสังเกตด้วยตาเปล่า และผ่าน
a a b
a a b a VacIM/PRRS2
์
่
้
้
่
่
VacID/PRRS2
Titers (2 n ) 4 a a b NV/PRRS2 กล้องจุลทรรศน นอยกว่ากลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีน ในวันที 7 และ 35 วัน หลังพ่นเชือพิษทับ โดยกลุ่มทีฉีดด้วยวิธี ID มี
VacIM/PRRS1+2
b a a VacID/PRRS1+2
้
่
้
่
a NV/PRRS1+2
b b NV/Unch คะแนนรอยโรคปอดนอยทีสุด ในวันที 7 หลังพ่นเชือพิษทับ
2 สรุปผลกำรทดลอง
c
c
ี
ั
้
้
ี
้
้
่
c c b c b d
0 ®
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 7 DPC 14 DPC 35 DPC ▪ UNISTRAIN PRRS เมือฉดดวยวิธเขากลาม (IM) และเขาผิวหนง (ID) สามารถ
Days post-vaccination (DPV) / Days-post challenge (DPC)
®
การฉีด UNISTRAIN PRRS ทั้ง IM และ ID สามารถกระต้นนิวทรัลไลซิ่ง กระตุนการตอบสนองทางภูมิคุมกันของสุกรได ้
ุ
้
้
่
¡Òè´¡ÒâŒÍÁÙÅ แอนติบอดีทีจ าเพาะต่อไวรัสวัคซีนที 21 วันหลังฉีดวัคซีน ✓ กระต้นการตอบสนองของแอนติบอดีได้รวดเร็วภายใน 14 วันหลังฉีดวัคซีน
Ñ
่
ุ
¡Ò÷íÒÇѤ«Õ¹ ´ŒÇÂâ»Ãá¡ÃÁ
ุ
ิ
Ñ
¡Òè´¡ÒâŒÍÁÙÅ ✓ กระต้นการตอบสนองของนวทรัลไลซิ่งแอนติบอดีได้ใน 21 วันหลังฉีดวัคซีน
์
ี่
ี
้
้
3 ÎÔ»ÃÒÅÔ§¤ ÇѤ«Ô๪ѹ จ านวนเซลล์ทสร้างไซโตไคน IFN- เมื่อกระตุนดวยไวรัสวัคซน
่
่
ุ
¡Òè´¡ÒâŒÍÁÙÅ ✓ สามารถกระต้นเซลล์ทีสร้าง IFN-γ ได้เร็วภายใน 28 วันหลังฉีดวัคซีน โดยกลุ่มทีฉีด ID สามารถกระต้น ุ
¡Ò÷íÒÇѤ«Õ¹ ´ŒÇÂâ»Ãá¡ÃÁ
Ñ
่
้
(เกยวของกับการท างานของภูมิคุมกันชนิดพงเซลล์ในการก าจัดเชอไวรัส)
ื
ึ
่
้
้
ี
่
่
¡Ò÷íÒÇѤ«Õ¹ ´ŒÇÂâ»Ãá¡ÃÁ
3 ÎÔ»ÃÒÅÔ§¤ ÇѤ«Ô๪ѹ ได้เร็วกว่า กลุ่มทีฉีด IM และมีระดับทีสูงกว่า
้
ี
้
3 ÎÔ»ÃÒÅÔ§¤ ÇѤ«Ô๪ѹ ▪ UNISTRAIN PRRS เมือฉดดวยวิธเขากลาม (IM) และเขาผิวหนง (ID) ให้ความคุม
่
ี
้
้
ั
้
®
์
ื
โรคข้ามสายพันธุ (Partial heterologous protection) ต่อเชอ PRRSV
้
้
่
✓ สุกรทีฉีดวัคซีนสามารถลดปริมาณเชือ PRRSV ในกระแสเลือด ในสารคัดหลั่งจมูกและสามารถลดรอย
่
โรคทีปอดภายหลังจากพ่นพิษทับด้วยเชือ PRRSV (ทั้ง EU และ US) เมือเทียบกับกลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีน
่
่
้
้
®
ั
ึ่
ี
ี่
ี
▪ UNISTRAIN PRRS เมือฉดดวยวิธเขาผิวหนง (ID) เปนอกหนงตัวเลือกทด ี
็
ี
่
้
่
่
่
้
่
✓ มีการกระตุ้นการสร้าง IL-10 ทีช้ากว่าและมีระดับทีนอยกว่าเมือเทียบกับกลุ่มทีฉีดเข้าผิวหนัง (IM)
กลุ่มทีฉีดวัคซีน UNISTRAIN PRRS ด้วยวิธี ID ตรวจพบปริมาณของเซลล์ทีสร้าง ✓ มีการกระตุ้นเซลล์ทีสร้างไซโตไคน IFN- ทีเร็วกว่าและมีระดับทีสูงกว่าเมือเทียบกับกลุ่มทีฉีดเข้า
่
่
®
่
่
่
่
่
์
�
่
่
ÊíÒËÃѺ¢ŒÍÁÙÅà¾ÔÁàµÔÁ: â»Ã´µÔ´µ‹ÍÊѵÇᾷ¢ͧ·‹Ò¹ IFN- ได้เร็วกว่า (ภายใน 28 วันหลังฉีดวัคซีน) และมีระดับทีสูงกว่ากลุ่มทีฉีด IM ผิวหนัง (IM)
�
ÊíÒËÃѺ¢ŒÍÁÙÅà¾ÔÁàµÔÁ: â»Ã´µÔ´µ‹ÍÊѵÇᾷ¢ͧ·‹Ò¹
�
ÊíÒËÃѺ¢ŒÍÁÙÅà¾ÔÁàµÔÁ: â»Ã´µÔ´µ‹ÍÊѵÇᾷ¢ͧ·‹Ò¹
AAFFrllpHipradermicENG.indd 1 18/9/17 9:56
AAFFrllpHipradermicENG.indd 1 18/9/17 9:56
AAFFrllpHipradermicENG.indd 1 18/9/17 9:56

