Page 17 - E magazine 879
P. 17
ี
ี
ี
®
ี
®
การเปรยบเทยบประสิทธิภาพของวัคซน ยูนิสเตรน พอาร์อาร์เอส (UNISTRAIN PRRS)
ทฉดดวยวิธเขาผิวหนง (intradermal) และเขากลาม (intramuscular) ในสุกร
้
้
ั
ี
ี
้
่
้
ี
ดร. อรรถกร มาดาปอง ผศ. ดร. เดชฤทธิ์ นิลอุบล และคณะ
้
ภาคจุลชววิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ประเทศไทย
์
ี
ี
ิ
์
ี
ื
ุ
ี
เรยบเรยงโดย เรองอุไร กจโชดก และทมวชาการบรการและการตลาดสกร บรษัทแอนมอล เฮลท (ไทยแลนด) จ ากัด
ิ
ิ
ิ
์
ิ
บทนำ (B) 1400 ปรมาณเชื้อ PRRSV (US) ในซีร่ม • กลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีนมีปริมาณเชื้อ
Type 2 PRRSV RNA in serum
่
ิ
ั
▪ การปองกันโรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) จากการฉีดวัคซีนด้วยวิธีเข้ากล้าม 1200 PRRSV (US) ในซีรั่มสูงทีสุด ณ
้
่
a
่
่
็
่
ิ
้
ั
(intramuscular, IM) เปนวิธีทีนยมใช้กันอย่างแพร่หลาย แตในปจจุบันการฉีด 1000 วันที 7 หลังพ่นเชือพิษทับ
วัคซีนด้วยวิธีเข้าผิวหนัง (intradermal, ID) เริมได้รับความนยมมากขึน เพราะเปน 800 VacID/PRRS2 • กลุ่มที่ฉีดวัคซีน UNISTRAIN ®
้
็
ิ
่
VacIM/PRRS2
NV/PRRSV2
่
่
้
่
บริเวณทีมีเซลล์เม็ดเลือดขาวทีท าหนาทีในการดักจับแอนติเจนและนาเสนอ PRRSV genomic copies/ml 600 b c a VacIM/PRRS1+2 PRRS ทั้ง IM และ ID มีปริมาณ
VacID/PRRS1+2
NV/PRRS1+2
้
้
่
้
แอนติเจนเข้าสูต่อมนาเหลืองจ านวนมาก อีกทั้งการฉีดเข้าผิวหนัง (ID) สามารถลด 400 d b NV/Unch เชือ PRRSV (US) ในซีรั่มนอย
ุ
่
่
่
่
การเกิดบาดแผลและลดความเจ็บปวดเมือเทียบกับการฉีดเข้ากล้าม (IM) อีกด้วย 200 Challenge c กว่ากลมทีไม่ท าวัคซีน ในวันที 7
้
จุดประสงคกำรทดลอง 0 0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC e 14 DPC d 35 DPC และ 14 หลังพ่นเชือพิษทับ
์
Days post-vaccination (DPV) / Days post-challenge (DPC)
่
®
▪ เพือทดสอบการกระต้นภูมิค้มกันและประสิทธิภาพของวัคซีน UNISTRAN PRRS (B) 1400 Type 2 PRRSV RNA in nasal swabs
ุ
ุ
่
้
ิ
ั
ั
่
เมือฉีดด้วยวิธีเข้ากล้าม (IM) หรือเข้าผิวหนัง (ID) ต่อการติดเชื้อไวรัสพีอาร์อาร์เอส 1200 ปรมาณเชื้อ PRRSV (US) ในสารคดหล่งจมูก • กลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีนมีปริมาณเชือ
สายพันธุ์ยุโรปและสายพันธุ์อเมริกาเหนือ (HP-PRRSV) ในสุกร 1000 (nasal swab) PRRSV (US) ในสารคัดหลั่งจมูก
่
้
สูงทีสุด ณ วันที 7 หลังพ่นเชือพิษ
่
์
วัสดุอุปกรณ และวิธกำรทดลอง 800 a VacIM/PRRS2 ทับ
ี
▪ แบ่งสุกรอายุ 3 สัปดาห์ จ านวน 42 ตัว ออกเปน 7 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ตัว ท าการฉีด PRRSV genomic copies/ml 600 b VacID/PRRS2 ®
NV/PRRS2
็
VacID/PRRS1+2 • กลุ่มที่ฉีดวัคซีน UNISTRAIN
VacIM/PRRS1+2
้
วัคซีน เก็บตัวอย่างเลือด ชั่งนาหนัก พ่นพิษทับด้วยเชือไวรัส และท าการุณยฆาต NV/PRRS1+2 PRRS ทั้ง IM และ ID มีปริมาณ
้
NV/Unch
400 a c
ดังภาพ ฉดวัคซน ี b c a เชื้อ PRRSV (US) ในสารคัดหลั่ง
ี
้
200 Challenge d
่
b b จมูกนอยกว่ากลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีน ใน
c
c e c
่
้
0 วันที 7 และ 14 หลังพ่นเชือพิษทับ
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC 14 DPC 35 DPC
Days post-vaccination (DPC) / Days post-challenge (DPC)
Homologous virus recall (vaccine virus)
20
์
ไซโตไคน อินเตอร์ลิวคิน-10 (IL-10) ®
่
ี
้
้
่
์
(ไซโตไคนทเกยวของกับกระบวนการกดภูมิคุมกัน) • กลุ่มทีฉีดวัคซีน UNISTRAIN
ี
่
15 PRRS ด้วยวิธี ID สามารถกระต้น ุ
Vaccine virus-specific IL-10 (pg/ml) 10 a a a a a a a a VacIM/PRRS2 หลังฉีดวัคซีน) กลุ่มทีฉีดด้วย IM
การสร้าง IL-10 ได้ช้ากว่า (21 วัน
่
VacID/PRRS2
ผลกำรทดลอง VacIM/PRRS1+2 (7 วันหลังฉีดวัคซีน) อีกทั้งยังมี
NV/PRRS2
VacID/PRRS1+2
NV/PRRS1+2
่
่
(A) PRRSV-specific antibodies (IDEXX) b b NV/Unch ระดับทีต ากว่าและลดลงอย่าง
่
ี
ี
2.8 a
การตรวจแอนติบอดทจ าเพาะต่อ PRRSV (IDEXX) 5 a
่
2.4 Challenge b รวดเร็วเมือเปรียบเทียบกับกลุ่มที ่
a
b b c c b b
b b
2.0 a b c b ฉีดด้วย IM
a a a 0 b b
a a a a 0 7 14 21 28 35
a a Days post-vaccination (DPV)
1.6 a a a a a
a a a a VacIM/PRRS2
VacID/PRRS2
S/P ratio a a a a a a NV/PRRS2
a
VacIM/PRRS1+2
1.2 a a a a VacID/PRRS1+2 กลุ่มทดลอง Macroscopic scores Microscopic lesion
NV/PRRS1+2
a NV/Unch
a b
้
้
0.8 (การสังเกตดวยตาเปล่า) (ผ่านกลองจุลทรรศน) ์
b
b
0.4 Cut-off * *
b 7 DPC 35 DPC 7 DPC 35 DPC
b b b b b b c c VacIM/PRRS2 58.02.0 c 00 1.620.11 b 00
0.0
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC 14 DPC 35 DPC
Days post-vaccination (DPV) / Days post-challenge (DPC) VacID/PRRS2 27.32.4 e 00 1.330.14 c 00
®
การฉีด UNISTRAIN PRRS ทั้ง IM และ ID สามารถกระต้นการตอบสนองของ
ุ
แอนติบอดีได้รวดเร็วภายใน 14 วันหลังฉีดวัคซีน (พบครั้งแรกที 7 วันหลังฉีดวัคซีน) NV/PRRS2 71.33.2 b 2.01.0 2.380.11 a 00
่
่
เมือตรวจด้วย IDEXX ELISA VacIM/PRRS1+2 62.32.4 c 2.00.3 1.880.06 b 00
(A) PRRSV-specific neutralizing antibodies aginst homologous viurs (vaccine virus) VacID/PRRS1+2 41.07.0 d 1.00.3 1.510.10 c 00
8
่
การตรวจนิวทรัลไลซิงแอนติบอด ี a NV/PRRS1+2 84.03.5 a 2.01.0 2.370.07 a 00
่
ี
ทจ าเพาะต่อไวรัสวัคซน a NV/Unch 00 00 00 00
ี
6
a a
่
a a b ®
Challenge a กลุ่มทีฉีดวัคซีน UNISTRAIN PRRS ทั้ง IM และ ID มีคะแนนรอยโรคปอดจากการสังเกตด้วยตาเปล่า และผ่าน
a a b
a a b a VacIM/PRRS2
่
์
่
่
้
้
Titers (2 n ) 4 a a b NV/PRRS2 กล้องจุลทรรศน นอยกว่ากลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีน ในวันที 7 และ 35 วัน หลังพ่นเชือพิษทับ โดยกลุ่มทีฉีดด้วยวิธี ID มี
VacID/PRRS2
VacIM/PRRS1+2
b a a VacID/PRRS1+2
้
่
้
่
a NV/PRRS1+2
b b NV/Unch คะแนนรอยโรคปอดนอยทีสุด ในวันที 7 หลังพ่นเชือพิษทับ
2 สรุปผลกำรทดลอง
c
c
ี
c c b c b d
้
ั
ี
้
่
้
้
0 ®
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 7 DPC 14 DPC 35 DPC ▪ UNISTRAIN PRRS เมือฉดดวยวิธเขากลาม (IM) และเขาผิวหนง (ID) สามารถ
Days post-vaccination (DPV) / Days-post challenge (DPC)
®
การฉีด UNISTRAIN PRRS ทั้ง IM และ ID สามารถกระตุ้นนิวทรัลไลซิ่ง กระตุนการตอบสนองทางภูมิคุมกันของสุกรได ้
้
้
แอนติบอดีทีจ าเพาะต่อไวรัสวัคซีนที 21 วันหลังฉีดวัคซีน ✓ กระต้นการตอบสนองของแอนติบอดีได้รวดเร็วภายใน 14 วันหลังฉีดวัคซีน
่
่
ุ
✓ กระต้นการตอบสนองของนวทรัลไลซิ่งแอนติบอดีได้ใน 21 วันหลังฉีดวัคซีน
ิ
ุ
์
ี่
จ านวนเซลล์ทสร้างไซโตไคน IFN- เมื่อกระตุนดวยไวรัสวัคซน ี ✓ สามารถกระต้นเซลล์ทีสร้าง IFN-γ ได้เร็วภายใน 28 วันหลังฉีดวัคซีน โดยกลุ่มทีฉีด ID สามารถกระต้น ุ
้
้
่
่
ุ
(เกยวของกับการท างานของภูมิคุมกันชนิดพงเซลล์ในการก าจัดเชอไวรัส)
ี
้
่
้
ื
้
ึ
่
่
ได้เร็วกว่า กลุ่มทีฉีด IM และมีระดับทีสูงกว่า
่
▪ UNISTRAIN PRRS เมือฉดดวยวิธเขากลาม (IM) และเขาผิวหนง (ID) ให้ความคุม
®
้
ั
ี
้
้
ี
่
้
้
์
้
โรคข้ามสายพันธุ (Partial heterologous protection) ต่อเชอ PRRSV
ื
้
✓ สุกรทีฉีดวัคซีนสามารถลดปริมาณเชือ PRRSV ในกระแสเลือด ในสารคัดหลั่งจมูกและสามารถลดรอย
่
่
โรคทีปอดภายหลังจากพ่นพิษทับด้วยเชือ PRRSV (ทั้ง EU และ US) เมือเทียบกับกลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีน
่
้
่
ึ่
ี
้
่
▪ UNISTRAIN PRRS เมือฉดดวยวิธเขาผิวหนง (ID) เปนอกหนงตัวเลือกทด ี
®
ี
็
ี
ั
้
ี่
่
้
✓ มีการกระตุ้นการสร้าง IL-10 ทีช้ากว่าและมีระดับทีนอยกว่าเมือเทียบกับกลุ่มทีฉีดเข้าผิวหนัง (IM)
่
่
่
่
®
กลุ่มทีฉีดวัคซีน UNISTRAIN PRRS ด้วยวิธี ID ตรวจพบปริมาณของเซลล์ทีสร้าง ✓ มีการกระตุ้นเซลล์ทีสร้างไซโตไคน IFN- ที่เร็วกว่าและมีระดับที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ฉีดเข้า
่
์
่
IFN- ได้เร็วกว่า (ภายใน 28 วันหลังฉีดวัคซีน) และมีระดับที่สูงกว่ากลุ่มที่ฉีด IM ผิวหนัง (IM)

