Page 13 - สัตว์เศรษฐกิจ Emagazine 886
P. 13
การตอบสนองภูมิคุ้มกัน และประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคกลุ่มอาการระบบสืบพันธุ์ และระบบทางเดินหายใจสุกร ชนิดเชื้อเป็น
(HIPRA, SPAIN) ที่ฉีดด้วยวิธีเข้าผิวหนัง (intradermal) และเข้ากล้าม (intramuscular) ในสุกร
ดร. อรรถกร มาดาป้อง ผศ. ดร. เดชฤทธิ์ นิลอุบล และคณะ
ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเทศไทย
ี
ี
เรยบเรยงโดย เรองอุไร กจโชดก (สพ.บ., วท.ม.,เกียรตบัตรทางการตลาด ) และทมวชาการบรการและการตลาดสกร
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
ื
ุ
บทนำ (B) 1400 ปรมาณเชื้อ PRRSV (US) ในซีร่ม • กลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีนมีปริมาณเชื้อ
Type 2 PRRSV RNA in serum
ิ
ั
์
▪ การปองกนโรคพีอารอารเอส (PRRS) จากการฉีดวัคซีนด้วยวิธีเข้ากล้าม 1200 PRRSV (US) ในซีรั่มสูงที่สุด ณ วันที่
์
ั
้
(intramuscular, IM) เป็นวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ในปัจจุบันการฉีดวัคซีน 1000 a 7 หลังพ่นเชื้อพิษทับ
ด้วยวิธีเข้าผิวหนัง (intradermal, ID) เรมได้รบความนิยมมากขน เพราะเป็นบรเวณทม ่ ี ี PRRSV genomic copies/ml 800 VacIM/PRRS2 • กลุ่มที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค PRRS
้
่
ิ
ึ
ิ
ั
VacID/PRRS2
NV/PRRSV2
เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ท าหน้าที่ในการดักจับแอนติเจนและน าเสนอแอนติเจนเข้าสู่ต่อม 600 b c a VacIM/PRRS1+2 (HIPRA, SPAIN) ทั้ง IM และ ID มี
VacID/PRRS1+2
NV/PRRS1+2
น้ าเหลืองจ านวนมาก อีกทั้งการฉีดเข้าผิวหนัง (ID) สามารถลดการเกิดบาดแผลและลด 400 d b NV/Unch ปริมาณเชื้อ PRRSV (US) ในซีรั่ม
ความเจ็บปวดเมื่อเทียบกับการฉีดเข้ากล้าม (IM) อีกด้วย 200 Challenge c น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ท าวัคซีน ในวันที่ 7
์
จุดประสงคกำรทดลอง 0 0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC e 14 DPC d 35 DPC และ 14 หลังพ่นเชื้อพิษทับ
Days post-vaccination (DPV) / Days post-challenge (DPC)
▪ เพื่อทดสอบการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและประสิทธิภาพของวัคซีนปองกนโรค PRRS ชนิด (B) Type 2 PRRSV RNA in nasal swabs
ั
้
1400 • กลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีน พบปริมาณเชื้อ
ั
ั
ิ
เชื้อเป็น (HIPRA, SPAIN) เมื่อฉีดด้วยวิธีเข้ากล้าม (IM) หรือเข้าผิวหนัง (ID) ต่อการติด ปรมาณเชื้อ PRRSV (US) ในสารคดหล่งจมูก PRRSV (US) ในสารคัดหลั่งจมูกสูง
1200
เชื้อไวรัส PRRS สายพันธุ์ยุโรปและอเมริกาเหนือ (HP-PRRSV) ในสุกร (nasal swab) ที่สุด ณ วันที่ 7 หลังพ่นเชื้อพิษทับ
วัสดุอุปกรณ และวิธกำรทดลอง 1000 800 a VacIM/PRRS2 • กลุ่มที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค PRRS
ี
์
▪ แบ่งสุกรอายุ 3 สัปดาห์ จ านวน 42 ตัว ออกเป็น 7 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ตัว ท าการฉีดวัคซีน PRRSV genomic copies/ml 600 b VacID/PRRS2 (HIPRA, SPAIN) ทั้ง IM และ ID มี
NV/PRRS2
VacIM/PRRS1+2
ปริมาณเชื้อ PRRSV (US) ในสารคัด
VacID/PRRS1+2
เก็บตัวอย่างเลือด ชั่งน้ าหนัก พ่นพิษทับด้วยเชื้อไวรัส และท าการุณยฆาต ดังภาพ NV/PRRS1+2
NV/Unch
400 a c หลั่งจมูกน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีน
ฉีดวัคซีน b c a
Challenge d ในวันที่ 7 และ 14 หลังพ่นเชื้อพิษ
200
b b
c ทับ
0 c e c
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC 14 DPC 35 DPC
Days post-vaccination (DPC) / Days post-challenge (DPC)
Homologous virus recall (vaccine virus)
20
ไซโตไคน์ อินเตอร์ลิวคิน-10 (IL-10) • กลุ่มที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค PRRS
(ไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกดภูมิคุ้มกัน) (HIPRA, SPAIN) ด้วยวิธี ID สามารถ
15 กระตุ้นการสร้าง IL-10 ได้ช้ากว่า
Vaccine virus-specific IL-10 (pg/ml) 10 a a a a a a a a VacIM/PRRS2 (21 วันหลังฉีดวัคซีน) กลุ่มที่ฉีดด้วย
VacID/PRRS2
ผลกำรทดลอง VacIM/PRRS1+2 IM (7 วันหลังฉีดวัคซีน) อีกทั้งยังมี
NV/PRRS2
VacID/PRRS1+2
NV/PRRS1+2
(A) PRRSV-specific antibodies (IDEXX) b NV/Unch ระดับที่ต่ ากว่าและลดลงอย่าง
2.8 5 b a
การตรวจแอนติบอดีที่จ าเพาะต่อ PRRSV (IDEXX) a รวดเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ฉีด
2.4 Challenge a b
b b b c c b b ด้วย IM
b
2.0 a b c b
a a a 0 b b
a
a a a 0 7 14 21 28 35
a a Days post-vaccination (DPV)
1.6 a a a a a a a a a VacIM/PRRS2
S/P ratio a a a a a a a VacID/PRRS2
NV/PRRS2
VacIM/PRRS1+2
1.2 a a a a VacID/PRRS1+2 กลุ่มทดลอง Macroscopic scores Microscopic lesion
NV/PRRS1+2
a NV/Unch
a b
0.8 (การสังเกตด้วยตาเปล่า) (ผ่านกล้องจุลทรรศน์)
b
b
0.4 Cut-off 7 DPC * 35 DPC 7 DPC * 35 DPC
b
b b b b b b c c
0.0 VacIM/PRRS2 58.02.0 c 00 1.620.11 b 00
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC 14 DPC 35 DPC
Days post-vaccination (DPV) / Days post-challenge (DPC) VacID/PRRS2 27.32.4 e 00 1.330.14 c 00
การฉีดวัคซีนป้องกันโรค PRRS ชนิดเชื้อเป็น (HIPRA, SPAIN) ทั้ง IM และ ID สามารถกระตุ้น
การตอบสนองของแอนติบอดีได้รวดเร็วภายใน 14 วันหลังฉีดวัคซีน NV/PRRS2 71.33.2 b 2.01.0 2.380.11 a 00
(พบครั้งแรกที่ 7 วันหลังฉีดวัคซีน) เมื่อตรวจด้วย IDEXX ELISA VacIM/PRRS1+2 62.32.4 c 2.00.3 1.880.06 b 00
(A) PRRSV-specific neutralizing antibodies aginst homologous viurs (vaccine virus) VacID/PRRS1+2 41.07.0 d 1.00.3 1.510.10 c 00
8
การตรวจนิวทรัลไลซิ่งแอนติบอดี a NV/PRRS1+2 84.03.5 a 2.01.0 2.370.07 a 00
ที่จ าเพาะต่อไวรัสวัคซีน a NV/Unch 00 00 00 00
6
a a a a b
Challenge a กลุ่มที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค PRRS ชนิดเชื้อเป็น (HIPRA, SPAIN) ทั้ง IM และ ID มีคะแนนรอยโรคปอดจากการสังเกต
a a b
a a b a VacIM/PRRS2
Titers (2 n ) 4 a a b VacID/PRRS2 ด้วยตาเปล่า และผ่านกล้องจุลทรรศน์ น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีน ในวันที่ 7 และ 35 วัน หลังพ่นเชื้อพิษทับ โดยกลุ่มที่ฉีด
NV/PRRS2
VacIM/PRRS1+2
b a a VacID/PRRS1+2
a NV/PRRS1+2
b b NV/Unch ด้วยวิธี ID มีคะแนนรอยโรคปอดน้อยที่สุด ในวันที่ 7 หลังพ่นเชื้อพิษทับ
สรุปผลกำรทดลอง
2
c
c
c c b c b d
0 ▪ วัคซีนป้องกันโรคPRRS ชนิดเชื้อเป็น (HIPRA, SPAIN) เมื่อฉีดด้วยวิธีเข้ากล้าม (IM) และเข้าผิวหนัง
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 7 DPC 14 DPC 35 DPC
Days post-vaccination (DPV) / Days-post challenge (DPC)
การฉีดวัคซีนป้องกันโรค PRRS ชนิดเชื้อเป็น (HIPRA, SPAIN) ทั้ง IM และ ID สามารถกระตุ้น (ID) สามารถกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของสุกรได้
นิวทรัลไลซิ่งแอนติบอดีที่จ าเพาะต่อไวรัสวัคซีนที่ 21 วันหลังฉีดวัคซีน ✓ กระตุ้นการตอบสนองของแอนติบอดีได้รวดเร็วภายใน 14 วันหลังฉีดวัคซีน
✓ กระตุ้นการตอบสนองของนิวทรัลไลซิ่งแอนติบอดีได้ใน 21 วันหลังฉีดวัคซีน
จ านวนเซลล์ที่สร้างไซโตไคน์ IFN- เมื่อกระตุ้นด้วยไวรัสวัคซีน ✓ สามารถกระตุ้นเซลล์ที่สร้าง IFN-γ ได้เร็วภายใน 28 วันหลังฉีดวัคซีน โดยกลุ่มที่ฉีด ID สามารถกระตุ้นได้เร็วกว่า กลุ่มที่ฉีด IM
(เกี่ยวข้องกับการท างานของภูมิคุ้มกันชนิดพึ่งเซลล์เพื่อท าลายเชื้อไวรัส) และมีระดับที่สูงกว่า
▪ วัคซีนป้องกันโรคPRRS ชนิดเชื้อเป็น (HIPRA, SPAIN) เมื่อฉีดด้วยวิธีเข้ากล้าม (IM) และเข้าผิวหนัง
(ID) ให้ความคุ้มโรคข้ามสายพันธุ์ (Partial heterologous protection) ต่อเชื้อไวรัส PRRS
✓ สุกรที่ฉีดวัคซีนสามารถลดปริมาณเชื้อ PRRSV ในกระแสเลือด ในสารคัดหลั่งจมูกและสามารถลดรอยโรคที่ปอดภายหลังจากพ่นพิษ
ทับด้วยเชื้อ PRRSV (ทั้ง EU และ US) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีน
▪ วัคซีนป้องกันโรคPRRS ชนิดเชื้อเป็น (HIPRA, SPAIN) เมื่อฉีดด้วยวิธีเข้าผิวหนัง (ID) เป็นอีกหนึ่ง
ตัวเลือกที่ดี
✓ มีการกระตุ้นการสร้าง IL-10 ที่ช้ากว่าและมีระดับที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ฉีดเข้าผิวหนัง (IM)
กลุ่มที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค PRRS ชนิดเชื้อเป็น (HIPRA, SPAIN) ด้วยวิธี ID พปริมาณ ✓ มีการกระตุ้นเซลล์ที่สร้างไซโตไคน์ IFN- ที่เร็วกว่าและมีระดับที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ฉีดเข้าผิวหนัง (IM)
เซลล์ที่สร้าง IFN- ได้เร็วกว่า (ภายใน 28 วันหลังฉีดวัคซีน) และมีระดับที่สูงกว่ากลุ่มที่ฉีด IM

