Page 51 - การศึกษาศักยภาพการผลิต การตลาดของสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรองรับประชาคมเศรษบกิจอาเซียน
P. 51
41
ของประเทศอาเซียน ในภาคเกษตรนับว่าเริ่มมีการเปิดเสรีการค้ามาแล้วตั้งแต่ปี 2553 (2.31) ความตกลงด้านการ
ลงทุนอาเซียนมีข้อสงวนว่า การท านา ท าสวน ท าไร่ เลี้ยงสัตว์ การแปรรูปไม้จากป่าธรรมชาติ การประมงใน
น่านน้ าไทยเป็นสาขาที่ไทยไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยเด็ดขาด (2.28) การเปิดเสรีด้านแรงงานจะเปิดเฉพาะ
แรงงานวิชาชีพที่มีการท าข้อตกลงยอมรับวิชาชีพของกันและกันในอาเซียนก่อน ซึ่งแรงงานเกษตรไม่รวมอยู่ใน
ข้อตกลงนี้ (2.28) และกิจกรรมที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ าสุด คือ รัฐบาลได้อนุมัติให้มีกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตด้าน
ื่
การเกษตรเพอเพมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับกระทบจากการเปิดเสรีการค้า
ิ่
ภาคการเกษตร (2.16)
ตารางที่ 4.3 ความรู้/ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
จ านวน
ตัวแปร ร้อยละ
(N=1,151)
ความรู้/ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
มาก (คะแนน 4.01 – 5.00) 96 8.30
ค่อนข้างมาก (คะแนน 3.01 – 4.00) 259 22.50
ปานกลาง (คะแนน 2.01 – 3.00) 481 41.80
ค่อนข้างน้อย (คะแนน 1.01 – 2.00) 240 20.90
น้อย (คะแนน 0.00 – 1.00) 75 6.50
ที่มา : จากการส ารวจ
3) ระดับทัศนคติของสมาชิกสหกรณ์ต่อการเกษตรสีเขียว
ทัศนคติต่อการตลาดสีเขียว หมายถึงความคิดเห็น ความรู้สึก ความรู้ความเข้าใจของสมาชิก
สหกรณ์การเกษตรที่มีต่อแนวคิดการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของ
ผลผลิต (จากตารางที่ 4.4 และตารางผนวกที่ 3) ประกอบด้วย ข้อความจ านวน 10 ข้อความได้แก่
1) การผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย จะไม่ท าลายสิ่งแวดล้อม
2) การผลิตสินค้าเกษตรด้วยวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม (วิธีชีวภาพ ไม่ใช้สารเคมี ปราศจากสาร
ปนเปื้อนและสารเคมีปรุงแต่ง) จะยังคงรักษาคุณภาพ รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ ให้มีความปลอดภัย
3) การผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จะระบุถึงแหล่งผลิต
แหล่งก าเนิดสินค้า
4) การผลิตสินค้าเกษตรที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตเริ่มต้น จะสร้างความ
มั่นใจให้ผู้บริโภคมากขึ้น
5) การผลิตสินค้าเกษตรโดยสร้างเรื่องราว /คุณค่าทางวัฒนธรรม /ความเป็นมาของสินค้า
จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจและความต้องการบริโภคสินค้ามากขึ้น
6) การน าภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน /มีความปลอดภัย /เป็นมิตรต่อ
ั
สิ่งแวดล้อม ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร
7) การผลิตสินค้าเกษตรที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)
จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้

