Page 332 - Occupational health and safety
P. 332
301
3) การตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยินก่อนลาออก หรือเปลี่ยนงาน (exit
audiogram) เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงทางด้านสุขภาพ หรือใช้ประโยชน์ในการท างานที่ใหม่ต่อไป
2.2.2 การเตรียมเครื่องตรวจสมรรถภาพการได้ยิน (Audiometer)
1) Function check เป็นการตรวจสอบปุ่มกด function ต่าง ๆ ปุ่มสัญญาณ
ตอบสนอง ที่ครอบหูฟัง สายไฟ ไมโครโฟน ให้พร้อมในการใช้งาน วิธีการตรวจสอบสามารถท า
ได้ดังนี้ เปิดเครื่องตรวจการได้ยินตั้งความถี่ไว้ที่ 1000 เฮิรตซ์ จากนั้นปรับปุ่มระดับเสียงดังไปที่
70 เดซิเบล กดปุ่มปล่อยสัญญาณเสียงที่หูข้างขวาดูว่าสัญญาณเสียงสม่ าเสมอหรือไม่ และตรวจสอบ
ปุ่มตอบรับสัญญาณ กดปล่อยดูว่ามีไฟกระพริบตามจังหวะการกด-ปล่อยหรือไม่ ตรวจสอบ
เช่นเดียวกันนี้ที่ความถี่ 2000, 3000, 4000, 6000, 8000 และกลับมาที่ความถี่ 500 จากนั้นให้
ตรวจสอบปุ่มสัญญาณและทดสอบที่หูข้างซ้ายเช่นเดียวกัน
2) Biological check ควรท าทุกเดือน โดยท าการตรวจการได้ยินในคนที่มีการได้
ยินคงที่ และมีระดับการได้ยินไม่เกิน 25 เดซิเบลทุกความถี่ แล้วน าผลการตรวจการได้ยินมา
เปรียบเทียบกับผลการตรวจที่ทราบค่าแล้วของคนเดียวกัน ถ้าพบว่ามีระดับการได้ยินแตกต่างกัน
มากกว่า 10 เดซิเบลที่ความถี่ใดความถี่หนึ่ง ต้องหยุดใช้เครื่องแล้วส่งสอบเทียบความถูกต้องอย่าง
ละเอียดต่อไป
3) Acoustic calibration และ Exhaustive calibration ด าเนินการสอบเทียบ
โดยผู้เชี่ยวชาญในห้องตรวจการได้ยินที่ได้มาตรฐาน
2.2.3 การเตรียมผู้รับการตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยิน
ั
1) หลีกเลี่ยงการสัมผัสดังทุกชนิด เช่น จากการฟงเพลงจากวิทยุ สถาน บันเทิง
เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือแม้แต่เสียงเครื่องจักรในที่ท างาน ก่อนเข้ารับการตรวจการ ได้ยินอย่างน้อย
12 ชั่วโมง ทั้งนี้เพอป้องกันการเกิดภาวะหูตึงชั่วคราว (Temporary threshold shift) ซึ่งอาจท า
ื่
ให้ผลการตรวจผิดพลาด
2) กรณีที่ระหว่างรอตรวจจ าเป็นต้องเข้าไปปฏิบัติงานสัมผัสกับเสียงดังก่อน
ลูกจ้างจะต้อง สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่สามารถลดเสียงที่หูของผู้ปฏิบัติงานสัมผัสได้ < 85 เดซิเบล
เอ ตลอดระยะเวลาที่สัมผัสเสียงดัง และอนุญาตให้เข้าไปปฏิบัติงานได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง แต่กรณี
ื้
ต้องการเก็บเป็นข้อมูลพนฐาน (Baseline data) จะต้องหยุดสัมผัสสัมผัสเสียงอย่างน้อย 12 ชั่วโมง
3) ออกจากทมีเสียงดังก่อนถึงเวลาตรวจสมรรถภาพได้ยินอย่างน้อย 15 นาที และ
ี่
ไม่ควรคุยโทรศัพท์ ระหว่างนั่งรอตรวจ
4) ควรมีการตรวจสภาพหูด้วย Otoscope ก่อนท าการทดสอบสมรรถภาพการได้
ยิน โดยเฉพาะในรายที่ ซักประวัติแล้วมีอาการผิดปกติของหู
5) โดยหลักการตรวจผู้ตรวจต้องค านึงถึงหลัก universal precaution เช่นเดียวกับ
การท าหัตถการอื่น ๆ

