Page 331 - Occupational health and safety
P. 331

300


                          2.2.2 การทดสอบรินเน (Rinne test) ผู้ตรวจวางส้อมเสียงที่ถูกเคาะแล้วไว้หน้าช่องหูแต่

                                                                                   ื่
               อย่าแตะใบหูของผู้ถูกตรวจและวางก้านของส้อมเสียงไว้ที่บริเวณกระดูกมาสตอยด์ เพอให้ฟังเปรียบเทียบ
               ว่าได้ยินบริเวณไหนดังกว่าระหว่างหน้าช่องหูหรือบริเวณกระดูกมาสตอยด์ ดังภาพที่ 14.4
                          ผลการตรวจมีลักษณะดังนี้
                          1) ผู้ที่มีการได้ยินปกติในหูข้างนั้น จะรายงานว่าได้ยินเสียงที่หน้าช่องหูดังกว่า

               เรียกว่าการทดสอบรินเนให้ผลบวก (positive Rinne test)
                          2) ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินชนิดการน าเสียงบกพร่อง จะรายงานว่าได้ยินเสียงที่กระดูกมาส
               ตอยด์ดังกว่าเรียกว่า การทดสอบรินเนให้ผลลบ (negative Rinne test)
                          3) ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินแบบประสาทรับเสียงบกพร่อง จะรายงานว่าได้ยินเสียง

               ที่หน้าช่องหูดังกว่าเรียกว่า การทดสอบรินเนให้ผลบวก (positive Rinne test)





















                     ภาพที่ 14.4 แสดงการตรวจการได้ยินโดยใช้ส้อมเสียงแบบการทดสอบรินเน (Rinne test)
                     ที่มา: ดัดแปลงมาจาก The Weber test, โดย mitch medical, 2017, สืบค้นจาก https://
                            www.mitchmedical.us/physical-diagnosis/the-weber-test.html


                      2.2. การตรวจการไดยินโดยใช้เครื่องวัดสมรรถภาพการได้ยิน (Audiometer)
                           2.2.1 การตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยิน ควรกระท าใน 3 ระยะ

                                  1) ก่อนจ้างงาน (Pre-placement) เพอใช้เป็นข้อมูลพนฐาน (baseline
                                                                   ื่
                                                                                   ื้
               audiogram) เป็นการตรวจการได้ยินให้กับลูกจ้างที่รับเข้าท างานใหม่ หรือลูกจ้างที่บรรจุใหม่ของ
               สถานประกอบการที่จะท างานในแผนกที่มี เสียงดัง ≥ 85 เดซิเบล เอ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับ
               การตรวจคัดกรองสมรรถภาพการ ได้ยินภายใน 30 วัน

                                  2) การตรวจระหว่างท างาน (Annual audiometric examinations) โดยใน
                                                                                                 ื่
               แผนกที่มีผลการประเมินการสัมผัสเสียง TWA 8 ชั่วโมง มีระดับเสียง 80-84 เดซิเบล ควรตรวจเพอ
               การเฝ้าระวังอย่างน้อยทุก 3 ปี และแผนกที่มีผลการประเมินการสัมผัสเสียง TWA 8 ชั่วโมง มีระดับ
               เสียงมากกว่า 85 เดซิเบล (เอ) ควรตรวจเพื่อการเฝ้าระวังอย่างน้อยทุก 1 ปี
   326   327   328   329   330   331   332   333   334   335   336