Page 384 - Occupational health and safety
P. 384

347


                          แนวค าตอบข้อค าถามท้ายบทปฏิบัติการที่ 6

                              1. ขั้นตอนการวิเคราะห์งานเพอความปลอดภัย ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน 1) การคัดเลือกงาน
                                                       ื่
                                                                       ั
                                                                                               ั
                      ที่จะท าการวิเคราะห์ 2) การแตกงานที่เลือกมาวิเคราะห์อนตราย 3) การวิเคราะห์หาอนตรายที่มีอยู่
                      และที่แอบแฝงอยู่ในแต่ละขั้นตอนย่อย 4) การพจารณาหาวิธีการลดอนตรายหรือแก้ไขอนตรายที่แฝง
                                                              ิ
                                                                                               ั
                                                                                ั
                      อยู่ในการท างาน ซึ่งนักศึกษาต้องอธิบายรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนด้วย
                             2. ประโยชน์ของการท าการวิเคราะห์งานเพอความปลอดภัย เพอป้องกันและแก้ไขอนตราย
                                                                  ื่
                                                                                                    ั
                                                                                   ื่
                      จากการท างานที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน ประสิทธิภาพในการท างานของผู้ปฏิบัติงาน และ
                      ผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วมรับทราบ เข้าใจและตระหนักถึงอันตรายที่มีอยู่หรือซ่อนเร้นอยู่
                              3. ลักษณะงานที่สามารถน ามาท าการวิเคราะห์งานเพอความปลอดภัยได้ งานที่เลือกมาควร
                                                                           ื่
                      อยู่ในขอบข่ายงานที่มี 5 ลักษณะ 1) เป็นงานที่มีอบัติเหตุ/อนตรายเกิดขึ้นบ่อย หรือเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
                                                                 ุ
                                                                         ั
                                                                ุ
                      ส่งผลกระทบรุนแรง โดยศึกษาจากข้อมูลสถิติอบัติเหตุย้อนหลังประมาณ 2-3 ปี 2) เป็นงานที่มี
                                                                                            ุ
                                             ุ
                      ศักยภาพในการท าให้เกิดอบัติเหตุ ที่อาจจะไม่มีปรากฏเป็นข้อมูลเชิงสถิติการเกิดอบัติเหตุมาก่อน 3)
                                                                         ิ่
                      เป็นงานใหม่ หรือเป็นงานที่มีการเปลี่ยนแปลง/ปรับปรุง/เพมเติม ในส่วนของวิธีการ กิจกรรม หรือ
                      เครื่องจักร/อุปกรณ์ เป็นต้น 4) เป็นงานที่มีคนปฏิบัติงาน 5) เป็นงานที่มีขนตอนซับซ้อนระดับหนึ่งและ
                                                                                   ั้
                      เพียงพอในการน าไปเขียนเอกสารวิธีการปฏิบัติงาน และไม่เป็นงานที่มีขั้นตอนที่ครอบคลุมขั้นตอนหลัก
                      หลาย ๆ ขั้นตอน

                                                                         ั
                              4. นักศึกษาเลือกขั้นตอนการท างานอะไรก็ได้ที่มีอนตรายสูงมา 1 ขั้นตอน แล้ววิเคราะห์
                        ั
                      อนตรายทีละปัจจัยเสี่ยง คือ ปัจจัยทางกายภาพ ปัจจัยทางเคมี ปัจจัยทางการยศาสตร์ ปัจจัยทาง
                      ชีวภาพ อุบัติเหตุ
                                                                                   ั
                              5. นักศึกษาสามารถให้ข้อเสนอแนะการควบคุมและป้องกันอนตรายจากการท างานตาม
                      หลักการ ล าดับขั้นของการควบคุมอนตราย (Hierarchy of controls) หรือล าดับขั้นของการควบคุม
                                                    ั
                      อันตรายแบบ Source-Path-Receive ก็ได้

                          แนวค าตอบข้อค าถามท้ายบทปฏิบัติการที่ 7

                                                                                      ื่
                              1. แนวคิดของการทดสอบวีเบอร์ (Weber test) คือ การตรวจเพอวินิจฉัยอาการในผู้ที่มี
                      ปัญหาการได้ยินแบบการน าเสียงบกพร่อง กับผู้ที่มีปัญหาการได้ยินแบบประสาทรับเสียงบกพร่องโดย
                      ผู้นั้นต้องมีปัญหาเพียงหูข้างเดียว โดยการเคาะสอมเสียงแลววางที่แนวกลางของศีรษะ
                                                                                               ั
                                                                                                         ื่
                             2. แนวคิดของการทดสอบรินเน (Rinne test) คือ เป็นการตรวจโดยให้ฟงเสียง เพอ
                      เปรียบเทียบการได้ยินเสียงผ่านทางอากาศ (air conduction) และการได้ยินผ่านทางกระดูก (bone
                      conduction) ในหูเดียวกัน โดยวางส้อมเสียงไวที่หน้าใบหูและหลังใบหูบริเวณกระดูก Mastoid
                              3. แนวคิดของการตรวจการไดยินโดยใช้เครื่องวัดสมรรถภาพการได้ยิน (audiometer) คือ

                      เครื่องจะปล่อยเสียงบริสุทธิ์ (pure tone) ให้ผู้รับการตรวจฟังเสียงผ่านหูฟังเพื่อหาระดับความดังเสียง
                                                                                              ิ
                      ต่ า ๆ สุดที่เริ่มได้ยิน (Hearing threshold level) ในแต่ละความถี่ตั้งแต่ 500-8000 เฮรตซ์ ของหูแต่
                      ละข้าง โดยเป็นการวัดเฉพาะการน าเสียงทางอากาศ (air conduction)
   379   380   381   382   383   384   385   386   387   388   389