Page 381 - Occupational health and safety
P. 381

344


                         5.8 โรคปอดฝุ่นฝ้าย (Byssinosis)

                          อาชีพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค: การท างานหรือสัมผัสฝุ่นใยฝ้าย ป่าน ปอ หรือลินิน
                        กลไกการเกิดโรค: ฝ้ายมีสารกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮสตามีนเป็นการที่กอให้เกิดการระคาย
                                                                                   ่
                                                                    ี
               เคืองต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนและหลอดลม น าไปสู่การเกิดภาวะโรคทางเดินหายใจอุดกั้นแบบ
               เรื้อรัง อกสาเหตุหนึ่งของการเกิดคือ อาจจะเกิดปฏิกิริยาของสารต่อร่างกายต่อสาร เอนโดทอกซิน
                      ี
               (Endotoxin) ที่พบในเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ ที่ปนเปื้อนมากับฝุ่นฝ้าย
                         5.9 โรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อภูมิแพ  ้
                          กลไกการเกิดโรค: เป็นการตอบสนองของร่างกายที่เป็นเฉพาะบุคคล อันอาจเกิดจากความ

               หลากหลายของยีน เซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิด T cells, CD8-T lymphocyte และ ไซโตไคน์
               (cytokine) ชนิด Interleukin-1b, Interleukin-4, Interleukin-6, Interleukin-12 ถูกกระตุ้นผ่าน
                                                   ้
               ระบบภูมิคุ้มกัน โดยเมื่อได้รับสารก่อภูมิแพครั้งแรกจะท าปฏิกิริยาในร่างกาย  หลาย ๆ ขั้นตอน แล้ว
               กลายเป็นสารภูมิแพสมบูรณ์ (Antigen) โดยใช้เวลาในการเกิด ประมาณ 4-7 วัน ก็จะเริ่มเห็นการ
                                 ้
               เปลี่ยนแปลงของผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับสาร

                        อาการและอาการแสดง: คันมาก ระยะกึ่งเฉียบพลัน ตุ่มน้ าที่แตกจะตกสะเก็ดแห้งกรัง
               มีขุย มีอาการคัน ระยะเรื้อรัง ผิวหนังจะหนาขึ้น มีสีคล้ า มีขุยลอกออกมา เห็นเส้นลายของผิวหนังที่
               หนาชัดเจน

                                                                ื
                        5.10 กลุ่มอาการเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณมอ
                        อาชีพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค: คนที่ต้องท างานที่ต้องใช้มือท่าเดียวกันนาน ๆ เช่น การก ามือ
               การบีบ การกดหรือใช้มือเย็บผ้า บิดผ้า การใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
                        อาการและอาการแสดง: อาการชา (Numbness) รู้สึกเสียวคล้ายถูกไฟช็อต (Tingling) ร้อน

               (Burning) ปวด (Pain) บริเวณนิ้วมือ มือ และข้อมือและอาจจะปวดขึ้นไปจนถึงไหล่

                   แนวค าตอบข้อค าถามท้ายบทปฏิบัติการที่ 1
                      15.     หลักการท างานของเครื่องลักซมิเตอร์ (Lux meter) ที่มีสวนประกอบส าคัญ 2 สวน

                                                                                         ี
               คือ 1) เซลลรับแสง (Photocell) 2) มิเตอร Meter) ซึ่งนักศึกษาต้องอธิบายในรายละเอยดของสวน
               ประกอบแต่ละส่วนด้วย
                      16. หลักการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างภายในอาคาร มี 2 วิธี คือ การวัดแบบจุด (Spot
               Measurement) และการวัดเฉลี่ยแบบพนที่ (Area Measurement) ซึ่งนักศึกษาต้องอธิบายวิธีการ
                                                 ื้
               ตรวจวัดแต่ละวิธีด้วย
                      17.     วิเคราะห์ความแตกต่างของการวัดความเข้มแสงแบบวัดเฉลี่ยแบบพนที่ (Area
                                                                                          ื้
               Measurement) และ การวัดเฉลี่ยแบบพนที่ (Area Measurement) ได้แก่ วัตถุประสงค์ในการ
                                                   ื้
               ตรวจวัด การก าหนดจุดตัววัด การใช้เครื่องมือ การแปลผล
                      18. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวัดระดับความเข้มของแสงสว่าง ประกอบไปด้วย ด้านสภาพ
               ภูมิอากาศ ลักษณะทางกายภาพของพนที่ที่ท าการตรวจวัด ระบบแสงสว่าง สิ่งแวดล้อมและสภาวะ
                                               ื้
               การท างานในพื้นที่ที่ตรวจวัด ซึ่งนักศึกษาต้องอธิบายรายละเอียดของแต่ละปัจจัยด้วย
   376   377   378   379   380   381   382   383   384   385   386