Page 93 - Occupational health and safety
P. 93
65
ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับความร้อน พ.ศ. 2559 เลือกใช้วิธีนี้
ในการประเมินภาระงานของผู้ปฏิบัติงาน และหากกิจกรรมที่ต้องการประเมินไม่ปรากฏตามที่ก าหนดผู้
ิ
ประมาณค่าต้องใช้ดุลยพนิจในการเลือกค่าที่เหมาะสมตามความใกล้เคียงกับกิจกรรมที่ก าหนดไว้ตาม
มาตรฐานก าหนด โดยตามมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับความร้อน พ.ศ. 2559 ได้ก าหนดไว้ว่า
“งานเบา” หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงน้อยหรือใช้ก าลังงานที่ท าให้เกิดการเผาผลาญ
ิ
์
อาหารในร่างกายไม่เกิน 200 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง เช่น งานเขียนหนังสือ งานพมพดีด งานบันทึก
ข้อมูล งานเย็บจักร งานนั่งตรวจสอบผลิตภัณฑ์ งานประกอบชิ้นงานขนาดเล็ก งานบังคับเครื่องจักร
ด้วยเท้า การยืนคุมงาน
“งานปานกลาง” หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงปานกลางหรือใช้ก าลังงานที่ท าให้เกิด
การเผาผลาญอาหารในร่างกายเกิน 200 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง ถึง 350 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง เช่น งาน
ยก ลาก ดัน หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของด้วยแรงปานกลาง งานตอกตะปู งานตะไบ งานขับรถบรรทุกงาน
ขับรถแทรกเตอร์
“งานหนัก” หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงมากหรือใช้ก าลังงานที่ท าให้เกิดการเผา
ผลาญอาหารในร่างกายเกิน 350 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง เช่น งานที่ใช้พลั่วตักหรือเครื่องมือลักษณะ
คล้ายกันงานขุด งานเลื่อยไม้ งานเจาะไม้เนื้อแข็ง งานทุบโดยใช้ค้อนขนาดใหญ่ งานยก หรือ
เคลื่อนย้ายของหนักขึ้นที่สูงหรือที่ลาดชัน
2) วิธีการสังเกต (observation) เป็นการประเมินโดยบันทึกขั้นตอนการท างานพร้อม
จับเวลา และประมาณค่าอตราการเผาผลาญอาหารของแต่ละขั้นตอนการท างานผู้ที่ประมาณค่าด้วย
ั
วิธีนี้ควรมีความรู้เกี่ยวกับสภาพการท างานอย่างดี ประกอบไปด้วยการประมาณค่าอตราการเผาลาญ
ั
อาหารส าหรับกิจกรรมที่พบเป็นประจ า โดยสิ่งที่ต้องเฝ้าสังเกตจะรวมถึง ส่วนของร่างกายที่เกี่ยวข้อง
กับงาน การออกแรงของร่างกายแต่ละส่วน ท่าทางขณะท างาน ความเร็วในการท างาน
3) วิธีการวิเคราะห์ (analysis) ประเมินภาระงานบนพนฐานของความสัมพนธ์
ั
ื้
ระหว่างอัตราการเต้นของหัวใจและออกซิเจนที่ร่างกายใช้
4) วิธีเชี่ยวชาญ (expertise) ประเมินภาระงานโดยค านวณจากผลการวัดปริมาณการ
ใช้ออกซิเจนในขณะท างานแล้วเปลี่ยนเป็นค่าพลังงาน ซึ่งต้องกระท าโดยผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านอา
ชีวอนามัยและการยศาสตร์
ซึ่งในการประเมินทางด้านการท างานนิยมใช้ทั้งวิธีการคัดกรองและวิธีการสังเกตเป็นการ
ประเมินภาระงานเนื่องจากเป็นวิธีที่ง่าย ค่าใช้จ่ายน้อย และไม่รบกวนการท างานของผู้ถูกประเมิน
เหมาะส าหรับใช้ในภาคสนาม อย่างไรก็ตามทั้งสองวิธีดังกล่าว มีความคลาดเคลื่อนสูงเมื่อเทียบกับ
วิธีการวิเคราะห์ และวิธีเชี่ยวชาญ

