Page 96 - Occupational health and safety
P. 96

68


                                                         ุ
                                                                       ั
                      3) การควบคุมที่ตัวบุคคล โดยการใช้อปกรณ์ป้องกันอนตรายส่วนบุคคล (Personnel
               Protection Equipments) เช่น การสวมใส่ชุดป้องกันความร้อน ถุงมือกันความร้อน

                     2.6 การควบคุมเพื่อลดความเครียดจากความเย็น แบ่งเป็น 3 วิธี (วันทนี พันธุ์ประสิทธิ์, 2557)
                        1) การควบคุมทางวิศวกรรม ได้แก่ การควบคุมการพาความร้อน และการควบคุมการน า

               ความร้อน
                           1.1) การควบคุมการพาความร้อน สามารถท าได้โดยมีการใช้เครื่องให้ความร้อนเฉพาะที่
               ในการท างาน, ควรมีแผ่นกั้นบริเวณที่ท างานถ้ามีลมแรง, ความเร็วลมในห้องเย็นไม่ควรเกิน 1 m/s

               ในขณะท างาน
                           1.2) การควบคุมการน าความร้อน สามารถท าได้โดย ควรมีอปกรณ์ที่ใช้จับวัสดุที่เป็น
                                                                              ุ
               โลหะ, หลีกเลี่ยงการออกแบบสถานีงานที่ท าด้วยโลหะ
                        2) การควบคุมทางด้านบริหารจัดการ อาจท าโดย
                           2.1) จ ากัดจ านวนคนและเวลาในการท างานในที่เย็น

                           2.2) หมุนเวียนคนงานที่ท างานในที่เย็น
                                                                                              ุ้
                                                                                  ื่
                           2.3) เพมความทนต่อความเย็นให้คนงาน โดยการจัดเวลาท างานเพอให้เกิดความคนเคย
                                 ิ่
               กับความเย็นเช่นเดียวกับการสัมผัสความร้อน
                           2.4) ควรจัดให้คนงานไปพักผ่อนในที่อบอุ่นเมื่อมีโอกาสเป็นระยะ ๆ
                           2.5) ควรจัดเครื่องดื่มอุ่น ๆ ที่ไม่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ หรือซุปไว้บริการ
                           2.6) ฝึกอบรมทางด้านสุขภาพและความปลอดภัย
                           2.7) การตรวจสุขภาพคนงานประจ าปี
                                                          ุ
                        3) การควบคุมที่ตัวบุคคล โดยการใช้อปกรณ์ป้องกันอนตรายส่วนบุคคล (Personnel
                                                                        ั
               Protection Equipments) เช่น การสวมใส่ชุดป้องกันความเย็น ถุงมือกันความเย็น ที่ครอบหู

               3. เสียง (Sound) (วันทนี พันธุ์ประสิทธิ์, 2557)

                      เสียง (Sound) เป็นรูปแบบของพลังงานที่คนรู้สึกได้โดยการได้ยิน เป็นสิ่งเร้าที่สมองมีการ
               ตอบสนอง การรับรู้เสียงเป็นผลมาจากความรู้สึกที่ได้ยินเสียง
                      เสียงดัง (Noise) หมายถึง เสียงที่คนเราไม่ต้องการได้ยิน เสียงรบกวนการรับรู้ และเสียงที่เป็น
               อันตรายต่อการได้ยิน ไม่มีเครื่องมือชนิดใดสามารถแยกความแตกต่างระหว่าง Sound และ Noise จะ

               มีเฉพาะมนุษย์เท่านั้น
                      เสียงที่เราได้ยินสามารถวัดออกมาในรูปความดัง (Sound intensity) หรือความดันเสียง
               (Sound level pressure) ที่เข้าสู่หู มีหน่วยเป็น เดซิเบล (dB)
                      ความถี่ (Frequency) เป็นจ านวนคลื่นเสียง ตั้งแต่ในส่วนของคลื่นเสียงที่เบาที่สุดจนถึงดัง

               ที่สุด ที่ผลิตมาจากแหล่งกาเนิดเสียง วัดออกมาเป็นรอบต่อวินาที (Cycles per second) หรือ เฮิรตซ์

               (Hertz) มนุษย์ได้ยินเสียงในช่วงความถี่ระหว่าง 20 – 20,000 Hz
                      เสียงที่เบาที่สุดที่คนปกติสามารถได้ยินในที่ที่เงียบมาก ๆ เรียกว่า Threshold of hearing
               ระดับเสียงมาตรฐานคือเสียงที่มีความถี่ 1,000 Hz ค่า Threshold of hearing มีค่าเท่ากับความดัน
   91   92   93   94   95   96   97   98   99   100   101