Page 135 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 135

127



                                 0.41 – 0.70   ความเชื่อมั่นปานกลาง

                                 0.71 – 1.00   ความเชื่อมั่นสูง
                          อยางไรก็ตามหากความเชื่อม่นของแบบสอบถามฉบับใดมีคาตากวา +0.70 รวมถึงมีคาเปน
                                                                                ่
                                                                                ํ
                                                    ั
                   จํานวนลบแลวจะถือวาแบบสอบถามนั้นยังไมเหมาะสมในการนําไปใชในการวิจัย ผลการวิจัยจะขาดความ
                                        ั
                                        ่
                                                                             ่
                                           ี
                                                                                   
                   นาเชื่อถือหาก ความเชือมนมสวนสําคัญอยางยิ่งตอเครื่องมอการวิจัยทสงผลตอคณภาพของเครืองมือการ
                                                                                     ุ
                                      ่
                                                                                                  ่
                                                                   ื
                                                                             ี
                                                            
                                       ั
                                                                       
                                     ่
                                       ่
                                                ่
                   วิจัย เพราะความเชือมนของเครืองมือการวิจัยจะชวยใหผูวิจัยสามารถชั่ง ตวงและวัดไดตรงตาม
                   วัตถประสงคของการวิจัยเชนเดียวกบการวิจัยทางวิทยาศาสตรดังนั้น หากเครืองมือการวิจัยไมมความ
                       ุ
                              
                                                  ั
                                                                                     ่
                                                                                                     ี
                   เชื่อมั่นจะทําใหการแปลผลและรายงานผลการวิจัยมีความคลาดเคลื่อนไปจากที่ควรจะเปนการวัดความ
                                                           
                   เชื่อมั่นของเครื่องมือวิจัยนั้น (ประสพชัย พสุนนท, 2558)
                           ั
                          ตวอยางเชน การวิเคราะหคาความเชื่อมนแบบสอบถามการวิจัย เรือง พฤติกรรมการเสริมสราง
                                                                                  ่
                                                            ั่
                                                                              
                                    
                                         ิ
                                                                         
                                                             
                                                ื
                                                ้
                             
                   สุขภาพจิตผูสูงอายุดวยภูมปญญาพนบานลานนาดานจิตบําบัด ผูวิจัยไดนําแบบสอบถามหลังจากปรับแก 
                                                                            ี
                                                                         ื
                   ตามคําแนะนําของผูเชี่ยวชาญแลวไปทดลองใชกับผูสูงอายุเขตพ้นท่องคการบริหารสวนตําบลเหลายาว
                                                                                      ี
                   อาเภอบานโฮง จังหวัดลําพน จํานวน  30 คน แลวนํามาวิเคราะหหาคาความเท่ยงของแบบสอบถาม ซง
                                          ู
                                                                                                         ึ่
                    ํ
                                                                                 ิ
                                                                                        ื้
                   ผูวิจัยเลือกวัดความเที่ยงของแบบสอบถามความรูจิตบําบัดตามแบบแผนภูมปญญาพนบานลานนา ดวยวิธี
                                                                            ี
                                                                     
                    ู
                                                                            ่
                                                                                 
                   คเดอร ริชารดสัน (Kuder-Richardson, KR - 21)     ไดคาความเทยงเทากบ 0.83  สวนแบบสอบถาม
                                                                                   ั
                   เจตคติและการปฏิบัติตนในการใชจิตบําบัดตามแบบแผนภูมิปญญาพนบานลานนาเพ่อการเสริมสราง
                                                                                            ื
                                                                              ื
                                                                                 
                                                                              ้
                                                                                     ่
                                                                                     ั
                                                                                                       
                                                                                  ่
                             
                                                                                        ่
                                                                                        ี
                   สุขภาพจิตผูสูงอายุใชวิธีการหา Alpha Coefficient  โดยกําหนดคาความเชือมนท α ≥ 0.75 เปนคาท ี ่
                                                              ํ
                                                                                                     ่
                                                                                                     ื
                                                                                ิ
                                                                                        ้
                              ้
                              ั
                                                                                        ื
                                                   ิ
                                                    
                           
                   ยอมรับได  ทงนี้แบบสอบถาม เจตคตตอการใชจิตบาบัดตามแบบแผนภูมปญญาพนบานลานนาเพอการ
                   เสริมสรางสุขภาพจิตผูสูงอายุ มีคาความเท่ยงเทากับ 0.88 และการใชจิตบําบัดตามแบบแผนภูมิปญญา
                                                       ี
                   พื้นบานลานนาเพื่อการเสริมสรางสุขภาพจิตผูสูงอายุ มีคาความเที่ยงเทากับ 0.76

                   การตรวจสอบเครื่องมือการวิจัยเชิงคุณภาพ
                                                                                           ี
                                                                         
                                                                                          ่
                                                                                          ี
                          การวิจัยเชิงคุณภาพเปนวิธีคนหาความจริงจากเหตุการณและสภาพแวดลอมทมอยูตามความเปน
                                                                                                       
                                                  ั
                                                                                 ื
                   จริง โดยพยายามวิเคราะหความสัมพนธของเหตการณกบสภาพแวดลอมเพอใหเกดความเขาใจอยางถอง
                                                                                       ิ
                                                                                 ่
                                                                                               
                                                           ุ
                                                                
                                                                 ั
                   แท (Insight) จากภาพรวมของหลายมิต ความหมายนีจึงตรงกบความหมายของการวิจัยเชิงธรรมชาต     ิ
                                                     ิ
                                                                 ้
                                                                        ั
                                                                                             ่
                                                                                           ํ
                                                                                                ี
                   (Naturalistic  research) ซงปลอยใหสภาพทกอยางอยูในธรรมชาต ไมมีการจัดกระทาสิงท่เกยวของใด
                                                                                                  ี
                                                                                                  ่
                                                                            ิ
                                                                                                     
                                           ึ
                                           ่
                                                          ุ
                   เลย การวิจัยเชิงคณภาพจึงมความตองการขอมูลท่รอบดาน (Holistic) เพอเขาใจบริบทของสังคม ซงเปน
                                           ี
                                                                                ่
                                                                                ื
                                                 
                                                             ี
                                                                                                     ่
                                                                                                     ึ
                                  ุ
                                                                                                        ั
                   แนวคิดพื้นฐานของงานวิจัย ที่ตองการศึกษาชุมชนหรือสังคมอยางรอบดาน มีการเกบรายละเอยดเกยวกบ
                                                                                                ี
                                                                                       ็
                                                                                                     ี่
                   สภาพสิ่งแวดลอม สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ความเชื่อ พิธีกรรมอยางละเอียด มีการ
                   วิเคราะหขอมูลวัฒนธรรมและสังคมเพื่อทําความเขาใจเกี่ยวกับปญหาสังคมและวัฒนธรรมทั้งหมด
                                                            
                          วิธีการเก็บขอมูลจึงตองใชแหลงขอมูลขนาดเล็ก ไมเนนการสํารวจจากคนจํานวนมาก เทคนิคการ
                                           
                                                    ั
                              ั
                   วิจัยไมแยกข้นตอนของการเกบขอมูลกบการวิเคราะหขอมูลออกจากกัน การเก็บขอมูลใชวิธีการสังเกต
                                            ็
                                   
                                                                                           ึ
                   และการสัมภาษณ รวมถึงการเขาไปอยูในชุมชนจะชวยใหไดขอมูลหลายดานมากข้น การตรวจสอบ
                                                                        
                   เครื่องมือการวิจัยเชิงคุณภาพ เชน
                                                                                                 ็
                                                              ึ่
                                                            
                                                                           
                                                                                     ื
                              1. การตรวจสอบคุณภาพแบบสัมภาษณ ซงแบบสัมภาษณเปนเครื่องมอทใชในการเกบรวบรวม
                                                                                        ่
                                                                                        ี
                                                       ู
                                                          ุ
                    
                   ขอมลสําหรับใชในการวิจัยโดยการซกถามพดคยหรือปฏิสัมพนธกันระหวางผูสัมภาษณและผูใหสัมภาษณ 
                                                 ั
                       ู
                                                                                  
                                                                                          
                                                                     ั
                                                                                  
                                                                                     ู
                   แลวจึงบันทึกผลจากการสัมภาษณลงในแบบสัมภาษณ เพอนําไปใชเปนขอมลสําหรับการวิจัย  แบบ
                                                                     ่
                                                                     ื
                                                                                
                                                 
   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139   140