Page 137 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 137

129



                                                                                       ู
                            2. การหาคุณภาพแบบสังเกตซึ่งเปนเครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมลสําหรับใชในการวิจัย
                                                                                             
                                                                
                   โดยผูสังเกตใชประสาทสัมผัสในดานตาง ๆ  ในการรับรูพฤติกรรมหรือการแสดงออกของผูถูกสังเกต  แลว
                                                                                                       ี
                                                           ื
                   จึงบันทึกผลจากการสังเกตลงในแบบสังเกตเพ่อนําไปใชเปนขอมูลสําหรับการวิจัย  แบบสังเกตท่ได 
                                                         ่
                                                         ี
                                      ั
                                                                                       ี
                                                                                                        
                   ดําเนินการสรางตามข้นตอนและหลักการทถูกตองยอมชวยทําใหแบบสังเกตท่ใชในการวิจัยนั้นเปน
                                                            ี
                                                                                      ุ
                                    ี
                      ่
                   เครืองมือท่มีความเท่ยงตรงหรือครอบคลุมในสิ่งท่ตองการวัดและครอบคลุมจุดมงหมายของการวิจัย แต 
                            ี
                   สําหรับคุณภาพในดานความคงที่แนนอนในการแปลผลจากการสังเกตหรือความเชื่อมั่นของแบบสังเกตนั้น
                    ี
                                                             ่
                                                             ี
                                ี
                                                                                                   ู
                                                                                                 
                   มความจําเปนท่จะตองดาเนินการตรวจสอบกอนทจะนําแบบสังเกตไปใชในการเกบรวบรวมขอมล  การ
                                                                                       ็
                                       ํ
                   ตรวจสอบคุณภาพแบบสังเกตทําไดดังนี้
                                2.1 ความเท่ยงตรง  การตรวจสอบการรวบรวมขอมูลดวยการสังเกตนั้นจะตองใหมีความ
                                         ี
                                                       ี
                     ี
                                                                                   ุ
                   เท่ยงตรงตามเนื้อหาเปนสําคัญ คือ ขอมูลท่รวบรวมไดจากการสังเกตกับวัตถประสงคของการวิจัยในชั้น
                         ี
                          
                                                              
                                 ึ
                   เรียนท่ตองการศกษาและสังเกตไดขอมูลอยางครบถวนดวยการสังเกตจะมีความความเท่ยงตรงมากนอย
                                                                                             ี
                                                
                                                                                     ํ
                   เพียงใดขึ้นอยูกับการกําหนดขอมูลและลักษณะขอมูลของสิ่งที่ตองการสังเกตวากาหนดไวชัดเจน ครบถวน
                                                           
                                                                                                       
                                                          ี
                                                   
                                                                                                        ้
                   เพยงใด ใชวิธีการสังเกตอยางไร และผูสังเกตมความสามารถ มสภาพพรอมในการสังเกตเพียงใด  ฉะนัน
                                                                        ี
                     ี
                   การตรวจสอบความเที่ยงตรงของการสังเกตจึงตองพิจารณาจาก
                                                                                               ่
                                  2.1.1 ความสอดคลอง  ชัดเจนและครบถวนของขอมูลและลักษณะขอมลทกําหนดไวให
                                                                                          
                                                                                            ู
                                                                                               ี
                                                                                                         
                   สังเกตกับวัตถุประสงคของการวิจัยในชั้นเรียนโดยอาศัยผูเชี่ยวชาญทางดานเนื้อหาเปนผูตรวจสอบให   ถา
                      ่
                    
                                                                                                 ็
                   ผูเชียวชาญตางเห็นวาสอดคลองชัดเจนและครบถวนตามวัตถุประสงคของการวิจัยในชันเรียนกแสดงวาม ี
                                                                             
                                                            
                              
                                                                                           ้
                   ความตรงดานเนื้อหา
                                                                        ่
                                                         ิ
                                                                  
                                                                     ู
                                                                                 ้
                                         ี
                                         ่
                                  2.1.2 วิธีทใชสังเกต จะตองพจารณาวาขอมลทีไปสังเกตนัน ควรใชวิธีการสังเกตอยางใด
                                                     
                                                                                           ู
                                                                             ี
                   จึงจะไดขอมูลตรงความเปนจริง  ขอมูลบางอยางตองใชการสังเกตโดยมสวนรวมไมใหผูถกสังเกตรูตัวจึงจะ
                                                                                      
                   ไดขอมูลตรงความเปนจริงแตขอมูลบางอยางสังเกตโดยผูถกสังเกตรูตัวก็ไดความจริง เปนตน
                                                                  ู
                                                                                    ี
                                  2.1.3 ผูสังเกตจะตองพิจารณาวา ผูสังเกตหรือพนักงานสังเกตมความรูความสามารถและ
                                           
                                                                   ั
                   ความพรอมที่จะสังเกตหรือไม  เพราะผลการสังเกตขึ้นอยูกบความรูความสามารถและความชํานาญของผู 
                                                        ู
                   สังเกตเปนสวนใหญการที่จะใหผลการสังเกตถกตองและครบถวน
                                                                  ่
                                                                     ่
                               2.2 ความเชื่อมนและการตรวจสอบ ความเชือมนของการสังเกตเปนความสอดคลองของการ
                                                                     ั
                                          ั่
                                                                                                     
                   สังเกต ซงอาจสังเกตคนเดียวกันในเวลาตางกน หรือสังเกตพรอมกันหลายคนในเวลาเดียวกันก็ได การ
                           ึ
                                                         ั
                                                      
                           ่
                   ตรวจสอบความเชื่อมั่นจากการสังเกตทําไดหลายวิธี เชน
                                 2.2.1 วิธีใหผูสังเกตคนเดียวสังเกตตางเวลากัน  วิธีนี้ใชผูสังเกตคนเดียวไปสังเกตสิง
                                                                                                         ่
                                                                                         ี
                                                            ้
                                   ้
                               ้
                                                                                           
                         ั
                   เดยวกน 2  ครัง ครังแรกอาจเปนตอนเชาและครังหลังอาจเปนตอนบาย แลวนําผลทไดจากการสังเกตไป
                                                                                         ่
                     ี
                                             
                            ั
                   หาคาสัมพนธสัมพันธระหวางขอมูลครั้งแรกกับครั้งหลัง โดยใชสูตรสัมประสิทธิ์สหสัมพันธของเพียรสัน
                                                                                             ์
                                                                                                   ั
                                                     ่
                                                     ี
                                                       
                                                  ู
                                           ่
                                           ี
                                               
                                                                         ้
                                                                      ั
                                                                                   
                                                                                
                   หรือหารอยละของความคงทของขอมลทไดระหวางครังแรกกบครังหลัง ถาไดสัมประสิทธิสหสัมพนธหรือ
                                                                ้
                   รอยละของความคงที่สูงก็แสดงวาการสังเกตนั้นมีความเชื่อมั่นสูง
                               2.2.2  ใชผูสังเกตหลายคนสังเกตพฤติกรรมเดียวกันในกลุมเดียวกัน วิธีนี้ใชผูสังเกตหลายคน
                   (ตั้งแต 2  คน ขึนไป)  สังเกตพฤตกรรมหรือขอมลทตองการในกลุมตัวอยางคนเดียวกันแลวนําผลไปหา
                                 ้
                                                            ู
                                                ิ
                                                               ี
                                                               ่
                   ความสัมพันธสอดคลองกับสูตรของสกอตต (Scott, 1955) โดยมีสูตรดังนี้
                                        φ   =    P − P e
                                               0
                                              1 − P e
   132   133   134   135   136   137   138   139   140   141   142