Page 140 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 140

132




                               2. จําแนกตามลักษณะขอมูล แบงไดเปน 2 ประเภท คือ

                                                                       
                                                                             ี
                                                                          ู
                                  2.1 ขอมูลเชิงปริมาณ (Quantitative data) เปนขอมลท่แสดงความแตกตางในเรื่องปริมาณ
                                                                                           
                   หรือขนาด ในลักษณะของตัวเลขโดยตรง เชน อายุ สวนสูง น้ําหนัก ซึ่งแบงไดเปน 2 ประเภท คือ
                                       
                                                
                                                                                     ี
                                                                                       
                                                  
                                                                                     ่
                                                                             ึ
                                                                                
                                      2.1.1 ขอมลแบบไมตอเนือง (Discrete data) หมายถง ขอมลทมีคาเปนเลขจํานวนเต็มท ่ ี
                                                     ่
                                                                                  ู
                                         ู
                   มีความหมาย เชน จํานวนสิ่งของ จํานวนคน   เปนตน
                                       
                                                                                   ู
                                                                                 
                                                                                      ี
                                                                                      ่
                                                                                        
                                                                                                    ่
                                                                                                    ี
                                                                                                     ี
                                         ู
                                                                                                       
                                                   ่
                                      2.1.2 ขอมลแบบตอเนือง (Continuous data) หมายถึง ขอมลทอยูในรูปตวเลขทมคาได 
                                                                                              ั
                   ทุกคาในชวงที่กําหนด และมีความหมายดวย เชน รายได น้ําหนัก เปนตน
                                      ู
                                                                            ู
                                    2.2 ขอมลเชิงคณภาพ (Qualitative  data)  เปนขอมลทแสดงลักษณะทแตกตางกน เชน
                                                                          
                                    
                                                                                                    ั
                                            ุ
                                                                                            ่
                                                                                            ี
                                                                               ่
                                                                               ี
                   เพศชาย เพศหญิง จะเปนขอมูลที่ไมไดอยูในรูปของตัวเลขโดยตรง
                               3. จําแนกตามการจัดการขอมูล แบงไดเปน 2 ประเภท คือ
                                                                 ี
                                        ิ
                                                              ู
                                                           
                                      ู
                                                                                       
                                                                                    
                                                                                                      ู
                                   3.1 ขอมลดบ (Raw  data)  เปนขอมลทไดจากการเก็บ แตยังไมไดจัดรวบรวมเปนหมเปน
                                                                                                      
                                   
                                                                   
                                                                 ่
                   กลุมหรือจัดเปนพวก
                                                                                           ิ
                                                                                         ู
                                                                           ิ
                                                                         ี
                                                                      ู
                                                                    
                                                                                      
                                   3.2 ขอมูลที่จัดเปนกลุม (Group data) เปนขอมลท่เกดจากการนําขอมลดบมารวบรวมเปน
                   กลุมเปนหมวดหม  ู
                               4. จําแนกตามแหลงที่มาของขอมูล แบงไดเปน 2 ชนิด คือ
                                                                                    
                                                                    ู
                                                                                           
                                  
                                                                      ี
                                                                        
                                                                                   ี
                                                                                   ่
                                                                                                  ู
                                             ิ
                                  4.1 ขอมลปฐมภูม (Primary  data)  เปนขอมลท่ไดมาจากการทผูใชเปนผูเกบขอมลโดยตรง
                                                                                               
                                                                                             ็
                                                                 
                                     ู
                                                                      ่
                                                                   ู
                                                                 
                                                                      ี
                                                                                              ่
                                                                                         ี
                                                                                                        
                   ซงอาจจะเกบดวยการสัมภาษณหรือสังเกตการณเปนขอมลทมีความนาเชือถอมากทสุด เนืองจากยังไมม   ี
                                                                                         ่
                                                                                ่
                             ็
                                                                                   ื
                    ึ่
                                              
                                                            
                   การเปลี่ยนรูป
                                                                     ู
                                                                                            ี
                                                                                           ่
                                                                                           ี
                                                                        ี
                                                                          
                                                                                        ู
                                                                                      
                                     ู
                                                                                               ็
                                           ิ
                                  4.2 ขอมลทุติภูม (Secondary data) เปนขอมลท่ไดมาจากแหลงขอมลทมผูเกบรวบรวมไว
                                                                                             
                                                                   
                                                         ี
                                                         ่
                               ู
                                                                                        
                   แลว เปนขอมลในอดีตและมักจะเปนขอมูลทไดผานการวิเคราะหเบื้องตนมาแลว ผูใชนํามาใชไดเลย จึง
                                                                                             ี
                   ประหยัดท้งเวลาและคาใชจาย บางครังขอมลทุตยภูมจะไมตรงกับความตองการหรือมรายละเอียดไม   
                                                      
                                                    ้
                            ั
                                                                                  
                                                         ู
                                                                 ิ
                                                             ิ
                                                                     ู
                                                                                    
                   เพยงพอ นอกจากนันผูใชจะไมทราบถึงขอผิดพลาดของขอมล ซงอาจจะทาใหผูทนํามาใชสรุปผลการวิจัย
                                   ้
                                                     
                                                                  
                     ี
                                                                                ํ
                                                                        ึ
                                                                                      ี
                                                                                      ่
                                                                        ่
                                                    
                   ผิดพลาดไปดวย เชน สถิติการเกิดโรคไขเลือดออกในนักศึกษาในป 2550 - 2559 เปนตน
                             5. แบงตามมาตรของการวัด จะแบงได 4 ชนิด
                                                 ั
                                  5.1 มาตรวัดนามบัญญต (Nominal  scale)  เปนการวัดคาท่งายทสุดหรือสะดวกตอการใช
                                                                                     ี
                                                                                     ่
                                                  ิ
                                                                                  
                                                                                                   
                                                                                 ี
                        ี
                                                      ู
                                                          ื
                   มากท่สุด เพราะเปนการแบงกลุมของขอมลเพ่อสะดวกตอการวิเคราะห โดยการแบงกลุมจะถือวาแตละ
                                                                            
                                                
                          ี
                   กลุมจะมความเสมอภาคกนหรือเทาเทยมกัน คาทกาหนดใหแตละกลุมจะไมมความหมายและไมสามารถ
                                         ั
                                                                       
                                                              ํ
                                                   ี
                                                            ่
                                                                                                   
                                                                                  
                                                                                   ี
                                                            ี
                                                          
                   มาคานวณได เชน เพศ มี 2 คา คือ ชายและหญิง การจําแนกเพศอาจจะกาหนดคาได 2 คา คอ ถา 0
                                                                                         
                                                                                                   ื
                                             
                       ํ
                                                                                            
                                                                                                       
                                                                                  ํ
                   หมายถึงเพศชาย ถา 1 หมายถึงเพศหญิง เปนตน
                                                                                            
                                         ั
                                            ั
                                  5.2 มาตรวัดอนดบ (Ordinal  scale)  เปนขอมลทสามารถแบงเปนกลุมได แลวยังสามารถ
                                                                        ่
                                                                      ู
                                                                        ี
                                                                                  ี
                                                                                             
                        ั
                              ี
                   บอกอนดับท่ของความแตกตางได แตไมสามารถบอกระยะหางของอันดับท่แนนนอนไดหรือไมสามารถ
                                      ั
                                                                                           ี
                                         ่
                                                                                      ั
                           ี
                                         ี
                   เปรียบเทยบไดวาอันดบทจัดนั้นมีความแตกตางกันของระยะหางเทาใด เชน อนดับท่ของการสอบของ
                                
                                                          
                                                                       ี
                            ื
                   นักเรียนเพอเขาศึกษาในหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร อันดับท่ของผูเขาประกวดอาสาสมครสาธารณสุข
                            ่
                                                                                             ั
                   ประจําหมูบานระดับอําเภอ เปนตน
                                                                                 ่
                                                                               ่
                                                                          ี
                                                                          ่
                                                                                                        
                                                                                                 ั
                                                                                   ึ
                                 5.3 มาตรวัดแบบชวง (Interval  scale)  เปนการวัดทแบงสิงทศกษาออกเปนระดบหรือเปน
                                                                                 ี
                                      ี
                                                          ั
                                                                                                       
                                                                                                 ั
                                                        
                   ชวง ๆ โดยแตละชวงมขนาดหรือระยะหางเทากนทําใหสามารถบอกระยะหางของชวงได อีกทงบอกไดวา
                                                                                                 ้
                                                                                                   ึ่
                   มากหรือนอยกวากันเทาไร จึงทําใหมีความแตกตางกันในเชิงปริมาณ เชน อุณหภูม คะแนนสอบ ซงตัวเลข
                                                                                      ิ
   135   136   137   138   139   140   141   142   143   144   145