Page 178 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 178

170




                                                         
                                                               
                   เอกสาร  การใชแบบสอบถาม  การสัมภาษณแบบไมเปนทางการ และการสนทนากลุม    การวิเคราะห
                   ขอมูลใชสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะหหากระบวนทัศน และการวิเคราะหเชิงเนื้อหา
                                                                                            ุ
                                                                                                  ่
                                                                                                       ั
                                                                                                     
                                                                         
                                                          ื
                                                                                        ื
                                                                                                   ี
                                                                     
                                                         ี
                                 ึ
                                                                                                  ี
                                                              ุ
                                                   ุ
                          ผลการศกษา พบวา  ในปาสมนไพรมพชสมนไพรไมใหญ จํานวน 9 ชนิด พชสมนไพรทมคาดชนี
                                                              ุ
                                                                                                  ี
                                                                                                       ั
                                                                                                  ่
                                                                       
                                                                    
                                                                                                   ี
                   สําคัญมากที่สุด คือ มะเกลือ (รอยละ 1.04)  พชสมนไพรไมหนุมจํานวน 12 ชนิด พชสมนไพรทมคาดชนี
                                                                                                     
                                                                                        ื
                                                                                            ุ
                                                          ื
                                                                                                    ี
                                                                                              ุ
                                                                      ้
                                                                      ื
                                                                                                    ่
                                  ื
                             ี
                       ั
                                                                                          ื
                                                                ุ
                   สําคญมากท่สุด คอ ชะเอมปา (รอยละ 3.85)  และสมนไพรพนลางจํานวน 9 ชนิด พชสมนไพรทมีความ
                                                                           ี
                                     ื
                                                                            
                                                                        ื
                                ่
                                ี
                   หนาแนนมากทสุด คอ หนอนตายยาก (406 ตนตอไร)  ในพ้นท่ลุมน้ําลี้มีภูมิปญญาการใชประโยชน
                                                    ี
                   สมุนไพรพ้นบานท้งชื่อทองถ่น  สวนท่ใชทํายา  สรรพคุณ และวิธีการใชโดยมีหมอพ้นบานเปนผูท่ม ี
                                                                                            ื
                                            ิ
                                                                                                        ี
                                   ั
                            ื
                                                                                     ื
                                                                                        ี
                                                                                        ่
                                                                                     ้
                   บทบาทสําคัญ  การบูรณาการแนวคิดการบวชนําไปสูกลยุทธการใชประโยชนพนทปาของประชาชนและ
                   กอเกิดกระบวนการมีสวนรวม  การสรางเสริมกิจกรรมและสรางแหลงเรียนรู และการสรางกติกาชุมชนใน
                                  ี
                             
                   การอนุรักษพ้นทปาสมนไพร ภายใตการเปลียนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ  สังคม และลักษณะทาง
                               ื
                                                          ่
                                  ่
                                       ุ
                   กายภาพของทรัพยากรในพื้นที่ลุมน้ําลี้
                              6. ความยอ (Synopsis)  เปนบทคัดยอทเขียนไวอยางสันมากมกจะปรากฏเปนสวนหนึ่งของ
                                                              ่
                                                              ี
                                                                           ้
                                                                                 ั
                                                                                    ั
                                    ี
                                                                                         ี
                               ั
                                                                               ั
                   บทความวิจัยมกจะมความยาว 4 – 5 บรรทัดเทานั้น ทําหนาที่เชนเดียวกบบทคดยอท่ปรากฏในวิจัยธหรือ
                   รายงานการวิจัยเพื่อผูอานจะไดตัดสินใจวาสมควรอานรายละเอียดของบทความนั้น หรือผานเลยไป เชน

                                     ิ
                                    นเวศวัฒนธรรมชุมชนลานนากับการจดการทรัพยากรธรรมชาติ
                                                                        ั
                                Lanna Cultural Ecology and Natural Resource Management
                                                                    1
                                                        สามารถ   ใจเตย
                                                                   ี
                                                                   ้
                                                        Samart Jaitae 1
                                            1
                                                               ี
                                             คณะวิทยาศาสตรและเทคโนโลย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชยงใหม
                                                                             ี
                                        Faculty of Science and Technology Chiang Mai Rajabhat University
                          
                   บทคัดยอ
                                                                                                ี
                                                              ั
                                                                                 ํ
                          ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติท้งการเกิดอุทกภัยจากน้าลนตลิ่ง ภัยแลงท่ทาใหน้ําใน
                                                                                                  ํ
                                              ่
                                              ี
                       ํ
                                            ื
                                            ้
                                                                                                     ิ
                                                     ื
                   แมน้าแหงขอด  การบุกรุกพนทปาไมเพ่อการเกษตร และการเกิดภาวะโลกรอน สาเหตุหลักเกดจาก
                                                                                       ํ
                                         ื
                                                                                      
                    ิ
                                                                                              ้
                                         ้
                   กจกรรมของประชาชนในพนท การบรณาการแนวคดการบวชปา การสืบชะตาแมน้า การเลียงผีฝาย และ
                                            ่
                                                             ิ
                                                 ู
                                            ี
                   การแหชางเผือกจะนําไปสูขอเสนอแนะเชิงนโยบายดานการใชประโยชนของประชาชนและกอเกด
                                                                                                        ิ
                                          
                                                                                            ิ
                               ี
                   กระบวนการมสวนรวม การสรางเสริมกิจกรรมและสรางแหลงเรียนรู และการสรางกตกาชุมชนในการ
                   อนุรักษแหลงน้า ภายใตการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ สังคม และลักษณะทางกายภาพของ
                                ํ
                          
                   ทรัพยากรแตละพื้นที่
                   คําสําคัญ : นิแวศวัฒนธรรม  ชุมชนลานนา  การจัดการทรัพยากรธรรมชาต  ิ

                                                                         ี
                                                  
                               ี
                          การเขยนรายงานการวิจัยแตละรูปแบบเปนขอกําหนดท่สถาบันการศกษา หนวยงานใหทุน หรือ
                                                                                   ึ
                                                        ้
                                                            
                                                                    ํ
                   แหลงเผยแพรผลงานวิชาการเปนผูกํานหด ทงนี้ผูวิจัยตองดาเนินการเขยนรายงานการวิจัยใหเปนไปตาม
                                             
                                                        ั
                                                                              ี
                                               ํ
                                                                           ุ
                   รูปแบบที่แตละสถาบันการศึกษากาหนดอยางเครงครัดโดยเฉพาะดษฎีนิพนธหรือวิจัยธและบทความวิจัย
                   ทั้งนี้ผูเขียนรายงานวิจัยควรคํานึงถึงความถูกตอง รัดกม  ชัดเจน ไมมอคต บิดเบือนจากความจริงทผูวิจัย
                                                                                                     ่
                                                                                                     ี
                                                                                                      
                                                                            ี
                                                                ุ
                                                         
                                                                                ิ
                                                                                          ั
                   คนพบ รวมถึงเนนความสําคญในสวนทเปนประเดนหรือหัวใจของการวิจัยเปนพิเศษอนจะสงผลตอความ
                                           ั
                                                    ่
                                                             ็
                                                                                                    
                                                                                   
                                                    ี
   173   174   175   176   177   178   179   180   181   182   183