Page 181 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 181
173
ั
วัตถุประสงคเปนตัวต้ง แลวขยายความวาวัตถุประสงคแตละขอครอบคลุมประเด็นอะไรบาง ท้งนี้อาจ
ั
้
ี
ั
ิ
ั
กําหนดตัวแปรท่ตองการศึกษาไวในขอบเขตเนือหา โดยตวแปรตนหรือตวแปรอสระ (Independent
่
ี
ิ
ั
variable) เปนตวแปรทเปนเหตุ (Cause) ททาใหเกดการเปลียนแปลงของเหตุการณ ตวแปรตนเปนสิงท ่ ี
ํ
่
่
ั
ี
่
้
ํ
ึ
ั
ึ
ั
่
ผูวิจัยกําหนดขนหรือจัดกระทา (Treatment) ตวแปรตาม (Dependent variable) เปนตวแปรซงเปน
ี
ผลท่เกิดจากตัวแปรตนเปนสิ่งท่ผูวิจัยตองการใหเกดพฤติกรรมนั้น คาตัวแปรตามผันแปรตามคาของตัว
ี
ิ
แปรตน
4) ขอบเขตดานเวลา งานวิจัยหรือวิจัยบางลักษณะ เชน การวิจัยเชิงประวัติศาสตร และ
งานวิจัยที่ตองการศึกษาพัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพการณหรือปรากฏการณผูวิจัยตองระบุ
มิติของเวลาใหชัดเจนวาจะศกษาวิจัยในยุคใดหรือชวงเวลาใด (ขอบเขตดานเวลาไมไดหมายความถึงเวลา
ึ
ที่ผูวิจัยจะตองใชในการทําวิจัยธ)
้
้
ี
้
2.1.4 ขอตกลงเบืองตน (ถาม) เปนการเสนอใหทราบวาในการทําวิจัยครังนีผูวิจัยมความเชือ
่
ี
ื
ู
้
ยึดทฤษฎีหรือไดใชหลักการใดเปนแนวทางในการทําวิจัยของตน ผูวิจัยมีแนวคิดหรือขอมลพนฐานใดท ี ่
ิ
ตองการทําความเขาใจและทําความตกลงกบผูอานใหรับทราบ เขาใจและยอมรับโดยไมตองมีการพสูจน
ั
หรือทดสอบอีก ทั้งนี้เพื่อจะไดเขาใจตรงกนและไมเกิดการโตแยงกนภายหลัง การวิจัยแตละครั้งอาจจะ
็
มีการทําขอตกลงเบื้องตนหรือไมมีกไดแลวแตความเหมาะสม
ี
2.1.5 สมมติฐาน (ถามี) เปนสวนทแสดงวา กอนลงมือปฏิบัติการวิจัยนั้น ผูวิจัยไดคาดเดา
่
ํ
ั
คาตอบการวิจัยไววาอยางไร ถางานวิจัยเปนงานเชิงเปรียบเทียบ เชิงหาความสัมพนธ/สาเหตุจําเปนทีผู
่
วิจัยจะตองกําหนดสมมติฐานไวลวงหนา แตหากเปนงานวิจัยเชิงสํารวจผูวิจัยก็ไมจําเปนตองใสสมมติฐาน
2.1.6 นิยามศัพทเฉพาะ เปนสวนท่แสดงการอธิบายศัพทบางคําท่ใชกับงานวิจัยเรื่องนี ้
ี
ี
่
โดยทวไปจะเปนศัพทเฉพาะสาขาวิชาท่ผูอนไมคอยรูจัก หรือเปนศัพททีใชเฉพาะในการวิจัยเรืองนี คําท ี ่
้
่
ี
ั
่
ื
่
ี
ควรเขยนเปนนิยามศัพทเฉพาะควรเปนตัวแปรหรือคําที่ผูวิจัยเขยนบอยมากในงานวิจัยครั้งนั้น การนิยาม
ี
ํ
ศพทเฉพาะไมควรใหความหมายท่แตกตางมากไปจากความหมายโดยทวไปของคานั้นเนื่องจากจะทําให
ั
่
ี
ั
ผูอานตีความหมายของผูทําการวิจัยผิดพลาดได
่
ี
่
่
2.1.7 ประโยชนทีไดรับจากการวิจัย เปนสวนทแสดงประโยชนทีไดจากงานวิจัยผูวิจัยควร
บอกประโยชนทคาดวาจะไดรับจากการวิจัยโดยทวไปจะระบุไวเปนขอ ๆ ไมวาจะเปนดานการไดความรู
ี
่
ใหมไดแนวคิดหลักการทฤษฎีใหม ๆ หรือในดานการนําไปประยุกตใชใหเปนประโยชนในการบรรยายหรือ
ุ
อธิบายสภาพปญหา สาเหตของปญหา พยากรณสถานการณและปรากฏการณในอนาคต ควบคุม
ี
ั
ึ
ี
สถานการณ พฒนาสภาพการณหรือแกปญหาตาง ๆ ท่เกิดข้น เปนตน การเขียนประโยชนท่คาดวาจะ
ไดรับจากการวิจัยควรใชภาษาที่อานงายและชัดเจนสิ่งสําคัญ คือ จะตองใหสอดคลองกบวัตถประสงคของ
ุ
ั
ื
การวิจัยเสมอทั้งนี้อาจแบงเปน 2 สวน คอ
ึ
1) ประโยชนในเชิงวิชาการ คือ ประโยชนที่ไดคนพบจากการทําวิจัยเรืองนีซ่งสามารถด ู
่
้
ไดจากวัตถุประสงคของงานวิจัยวาไดองคความรูอะไรบาง
ี
ี
่
่
2) ประโยชนในการนําไปใช คอ ประโยชนสําหรับผูทเกยวของวาจะนําผลการวิจัยไปใช
ื
ในดานใดบาง
2.2 บทท 2 การทบทวนวรรณกรรมทเกยวของ เอกสารและงานวิจัยทเกยวของ เปนสวนท ี ่
่
่
ี
ี
่
ี
่
ี
ี
่
้
แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีในเนื้อหาตาง ๆ ที่เกี่ยวของกบงานวิจัยเรื่องนีสวนใหญในการ
ั
ํ
ั
ี
่
ี
เขยนจะเขยนสวนที่เปนแนวคิดและทฤษฎีกอ แลวจึงตามดวยสวนที่เปนงานวิจัยทเกยวของกบการทาวิจัย
ี
ี
่

