Page 180 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 180
172
ี
2.1 บทท 1 บทนํา จะแสดงรายละเอียดตามหัวขอตาง ๆ ดังนี้
่
2.1.1 ความเปนมาและความสําคัญของปญหา เปนสวนท่แสดงตนตอของปญหในการวิจัยว
ี
ุ
่
ี
่
ั
ี
ุ
าเกิดจากอะไร โดยอาจจะเขียนจากมุมกวางไปสูมมทีแคบลง เขยนอยางสมเหตสมผล และสําคญทสุดควร
ี
ใชภาษาทอานแลวขาใจงาย แนวในการเขยนควรเริ่มจากจากสภาพปจจุบันของสิ่งทจะวิจัย ปญหาท ่ ี
ี
่
่
ี
เกิดขึ้นสําหรับสิ่งที่จะวิจัยแนวทางหรือหลักการทจะแกปญหานัน โดยขอมูลทนํามาเขียนตองตรงประเด็น
ี
่
ี
่
้
และชี้ใหเห็นความสําคญของสิ่งทจะวิจัย ไมควรเขยนเยินเยอเพราะจะทาใหผูอานไขวเขวได และตองม ี
่
ั
ี
ี
่
ํ
ื
่
แหลงอางองทนาเชื่อถือควรเปนหนวยงานหรือรายงานการวิจัยอันจะสงผลตอความนาเชือถอของขอมูล
่
ิ
ี
และบางครังทําใหการเขียนมีความสละสลวยมีเหตุมีผล
้
สาระสําคัญทปรากฏในสวนประกอบนีควรแบงออกเปน 2 สวนยอยโดยสวนแรกเปนสวนท ี ่
ี
้
่
ึ
ผูทําวิจัยธตองพรรณนาถงสภาพการณหรือปรากฏการณของประเดนทเลือกรวมตลอดจนสาเหตหรือ
็
่
ี
ุ
มูลเหตุจูงใจที่ท าใหผูวิจัยสนใจศกษาวิจัยเรื่องนี้สวนท 2 เปนสวนทผูวิจัยตองชีใหเห็นความสําคัญ หรือ
้
ี่
ี
ึ
่
ผลลัพธทจะไดรับจากการทําวิจัยธการเขียนท่มาและความสําคัญของปญหา ผูวิจัยอาจอางองสถตขอมูล
ิ
ี
่
ิ
ี
ิ
ี
ี
ิ
่
่
ิ
่
่
ื
แนวคด ทฤษฎี และ/หรือ ผลงานวิจัยทเกยวของมาสนับสนุนเพอเปนการเพมน้ําหนักและความสําคัญ
ใหกับโครงการวิจัยดวยก็ได
2.1.2 วัตถุประสงคการวิจัย การเขียนวัตถุประสงคผูวิจัยตองพิจารณาถึง
1) ความสอดคลอง/สัมพันธกับชื่อเรื่องการวิจัย
2) ระบุอยางชัดเจนวาตองการศึกษาอะไร กับใคร ที่ไหน
3) ถาเรื่องที่วิจัยเกี่ยวของกับตัวแปรหลายตัวแปรควรเขยนแยกเปนขอ
ี
4) ภาษาที่ใชตองเขาใจงาย
5) สามารถเก็บขอมูลได ประเด็นนี้สําคัญมากเพราะถาเขียนแลวผูวิจัยไมรู หรือไม
สามารถที่จะเก็บขอมูลไดจะทําใหการวิจัยประสบความลมเหลวได
การเขียนวัตถุประสงคของการวิจัยไมมีกฎเกณฑตายตัววาควรมีจํานวนกี่ขอ ผูวิจัยไมควรกําหนด
วัตถุประสงคของการวิจัยไวมากเกินกวาขอบเขตของเนื้อหาท่ศึกษายิ่งไปกวานีผูวิจัยตองใชภาษาท ่ ี
ี
้
ื
ู
กะทัดรัดและชัดเจนเพ่อเปนแนวทางสําหรับการกาหนดตวแปร การสรางเครื่องมือการรวบรวมขอมล
ั
และการวิเคราะหขอมูลตอไป
ั
2.1.3 ขอบเขตของการวิจัย สวนนี้เปนเสมือนขอตกลงระหวางผูทาวิจัยธกบกรรมการผู
ํ
ควบคุมวิจัยธและหรือผูอาน ผูวิจัยจึงควรเขียนขอบเขตการวิจัยใหชัดเจน ทงนีขอบเขตดงกลาวสามารถ
้
ั
ั
้
เขียนไดเปน 4 ประเด็น ดังนี้
ื้
1) ขอบเขตดานพื้นที่ผูวิจัยควรระบุพื้นที่ศึกษาวาครอบคลุมพนทกวางแคบแคไหน อาจ
ี่
้
ํ
ี
ื
ระบเปนขนาดพนท่ (เชน ตารางกิโลเมตร) หรือระบุขอบเขต (เชนเขตเทศบาลตําบลหรืออาาเภอเมือง
ุ
จังหวัดเชียงใหม เปนตน)
ี
ํ
่
2) ขอบเขตดานประชากร ผูวิจัยตองระบุใหชัดเจนวาหัวเรืองวิจัยธท่กาหนดศึกษา
ู
ี่
้
เกยวของกับประชากรกี่กลุม (ที่ตองเก็บรวบรวมขอมลจากพวกเขาเหลานี) แตละกลุมมีจํานวนเทาไร การ
ี
ํ
ึ
กาหนดขอบเขตดานประชากรท่ชัดเจนจะทําใหเขาใจไดงายถึงประชากรกลุมใดควรศกษาจากกลุม
ตัวอยางและกลุมใดควรศึกษาจากประชากรทงหมด
ั้
3) ขอบเขตดานเนือหาผูวิจัยตองระบุใหกรรมการและ/หรือผูอานไดทราบวางานวิจัย
้
ี่
ชิ้นนี้ครอบคลุมเนื้อหาสาระกวางแคบมากนอยเพียงไร การเขียนขอบเขตเนือหาทดี คือ การยึด
้

