Page 24 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 24
16
ื
ึ
ั
ตวอยาง เชน สามารถ ใจเตี้ย (2557) ศกษาการใชภูมิปญญาพ้นบานลานนาและพัฒนา
ื
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายสาธารณะ การวิจัยครั้งนี้เปนการศึกษาเชิงคุณภาพโดยมีวัตถุประสงคเพ่อ
ึ
ี
ศกษาการใชภูมิปญญาพ้นบานลานนาและพัฒนาขอเสนอแนะเชิงนโยบายสาธารณะเก่ยวกับการใช
ื
ื
ภูมิปญญาพ้นบานลานนาดานสุขภาพ กลุม ผลการศกษา พบวา ประชาชนสวนใหญจะใชภูมปญญา
ิ
ึ
พ้นบานลานนาดานสุขภาพ คอ กายภาพบําบัด จิตบําบัด สมนไพรบําบัดและอาหารบําบัดเพอการ
ื
ื
ื่
ุ
สรางเสริมสุขภาพ ในสวนของขอเสนอแนะเชิงนโยบายสาธารณะจากการอบรมเชิงปฏิบัตการณแบบม ี
ิ
ั
ิ
ี
ั
สวนรวม พบวา ควรมสรางกจกรรมและการเสริมศกยภาพประชาชนชนและอาสาสมครสาธารณสุข
ื
ู
ื
้
ประจําหมบาน สรางกระบวนการถายทอดองคความรูจากหมอพนบาน รวมถึงสรางความรวมมอในการ
วิจัยกับสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา
่
ู
ี
4.2 การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) เปนการวิจัยทนําเอาขอมลเชิง
ปริมาณมาวิเคราะห กลาวคือใชตัวเลขประกอบการวิเคราะห สรุปผล และการเสนอผลการวิจัยก ็
ั
้
ุ
่
ั
ี
ุ
ออกมาเปนตัวเลขเชนเดียวกน ดังนั้น การวิจัยประเภทนีจึงมงทจะอธิบายเหตการณตาง ๆ โดยอาศย
ตวเลขยืนยันแสดงปริมาณมากนอยแทนท่จะใชขอความบรรยายใหเหตุผล ตัวอยางการวิจัยเชิง
ี
ั
ปริมาณ เชน
การศึกษาพฤติกรรมการสรางเสริมสุขภาพของผูสูงอายุ
การศึกษาการใชประโยชนแหลงน้ํา
การศึกษาผลกระทบสุขภาพจากความเสื่อมสภาพของแหลงน้ําเบื้องตน
การศึกษาการใชสมุนไพรพื้นบานของประชาชน
ี
ี
ํ
้
้
ั
้
ทงนีกระบวนการการวิจัยทดนันไมควรใชแบบใดแบบหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะจะทาใหผลท ่ ี
่
ั
ไดไมสะทอนความเปนจริงมากนัก ดังนั้นในการปฏิบัติมักจะประยุกตการวิจัยท้ง 2 ประเภทนี้เขา
ํ
ดวยกัน เพื่อใหผลการวิจัยมีทั้งเหตุและผลและมีตัวเลขสนับสนุนอนจะทาใหผลการวิจัยนาเชื่อถอมาก
ื
ั
ยิ่งขึ้น
สุมิตร สุวรรณ (ม.ป.พ.) ไดเสนอแนะความแตกตางระหวางการวิจัยเชิงปริมาณและการ
วิจัยเชิงคุณภาพไว ดังนี้
1. การวิจัยเชิงปริมาณ เปนเรื่องของการหาความสัมพันธระหวางตัวแปรอยางนอย 2 ตัว
เพื่อตรวจสอบสมมติฐานที่ไดเจาะจงตั้งเอาไวกอน โดยรองรับดวยแนวคดทฤษฎีหรือองคความรูตาง ๆ
ิ
แตการวิจัยเชิงคณภาพจะเปนเรื่องปรากฏการณทางสังคมเพอทาความเขาใจและอธิบายความหมาย
ํ
ุ
่
ื
ี
ปรากฏการณ 3 ทางสังคม ซงตองดเปนองครวมเพราะชีวิตคนหรือสังคมมีเรืองท่เขามาเกยวพนธกน
่
ี
่
ึ
ู
ั
่
ั
หลายเรือง ไมสามารถดตวแปร 2 - 3 ตัวได การวิจัยเชิงคณภาพจึงไมจําเปนตองต้งสมมติฐานหรือม ี
ั
ั
ุ
่
ู
แนวคิดทฤษฎีรองรับเอาไวกอน แตเปนการสรางองคความรูหรือทฤษฎีใหมตลอดจนขอเทจจริงใหม
็
จากที่เคยรูมาแตเดิม
2. การวิจัยเชิงปริมาณ ไมใหความสนใจในบริบทรอบขางวาเปนอยางไร เพราะสามารถ
ั
ุ
ุ
ควบคมตวแปรไดหมด แตการวิจัยเชิงคณภาพใหความสนใจในเรื่องของบริบท (Context) ทางสังคม
ั
วัฒนธรรม เพราะบริบทในแตละแหงไมเหมือนกน เชน ในเมืองกับในชนบท พุทธกับมุสลิม เปนตน
็
ู
3. การวิจัยเชิงปริมาณ เกบรวบรวมขอมลโดยการใชแบบสอบถามเปนหลักใชระยะเวลา
ื
ํ
ุ
ศึกษาไมนาน ไมตองทาความรูจักหรือสรางความคนเคยสนิทสนมกอนเม่อตอบแบบสอบถามใหเสร็จ

