Page 19 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 19

11






                                                             ั
                                                          ่
                                                        
                                                          ี
                                                                      ื
                                                                                  ี
                                                                                               ั
                                                                                           ั
                       คือ X อายุเฉลี่ย (ป) และ  X   ความรูเกยวกบอาหารพนบานลานนามความสัมพนธกบการบริโภค
                                                                      ้
                           1
                                                6
                                                               ั
                                
                                                                                ่
                       อาหารพ้นบานลานนาของผูสูงอายุอยางมีนัยสําคญทางสถตท 0.05 ซงเขยนเปนสมการพยากรณ ได
                                                                                ึ
                                              
                                                                          ่
                                                                        ิ
                                                                                   ี
                                                                       ิ
                                                                                                       
                                                                          ี
                              ื
                       ดังนี้
                                                        ิ
                                            
                                  สมการพยากรณในรูปคะแนนดบ
                                                                  
                                                                                                      ่
                                  Yi  (การบริโภคอาหารพ้นบานลานนาของผูสูงอายุ)   =  0.808  +   0.018  (อายุเฉลีย) +
                                                  ื
                                   
                       1.028 (ความรูเกี่ยวกับอาหารพื้นบานลานนา)
                                                                                                        ึ้
                                                                           ื
                              จากสมการขางตนจะเห็นไดวา  การบริโภคอาหารพ้นบานลานนาของผูสูงอายุจะเพมขน
                                                                                                      ิ่
                       0.018 หนวยตอการเพิ่มขึ้นของอายุเฉลี่ย 1 หนวย และการบริโภคอาหารพนบานลานนาของผูสูงอายุ
                                                                                    ื้
                              ึ
                                                                    ี
                                                                  
                                                    ิ
                                                       ึ
                                                                                                        ื
                                                                                                        ่
                                                                                 ื
                           ิ
                       จะเพ่มข้น 1.028 หนวยตอการเพ่มข้นของความรูเก่ยวกับอาหารพ้นบานลานนา 1 หนวย เมอ
                                                                                           ื
                                                                                              
                                                             ี
                       ทดสอบความมนัยสําคญ พบวา ปจจัยท้ง 2 มความสัมพนธกับการบริโภคอาหารพ้นบานลานนาของ
                                                        ั
                                                                     ั
                                         ั
                                   ี
                                                                                          ั
                       ผูสูงอายุอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ 0.05 (p – value = 0.000 และ 0.000 ตามลําดบ)
                                                                                   ่
                                 1.2 การวิจัยเชิงวินิจฉัย (Diagnostic research) เปนการวิจัยเพอศกษาสาเหตของปญหาตาง
                                                                                                        
                                                                                              ุ
                                                                                   ื
                                                                                     ึ
                                                    
                                                                                
                                                                                            
                                                                                                     ิ
                                                                   ื
                                                                   ่
                                                                         ิ
                        ่
                                        ุ
                            ึ
                       ทเกิดข้นกับบุคคลใดบคคลหนึ่ง  กลุมชน หรือชุมชน เพอใหเกดความเขาใจในปญหาเขาใจในพฤตกรรม
                        ี
                                                   ิ
                                                     
                                
                                           ุ
                                            ี
                                            ่
                                              ํ
                       ตลอดจนเขาใจในสาเหตททาใหเกดปญหาอันจะเปนประโยชนในการชวยเหลือ อนุเคราะห      และ
                                                                                   ื่
                       ทําการแกไขตอไป การวิจัยประเภทนี้นักสังคมสงเคราะหนิยมใชกันมากเพอจะไดแกไขปญหาไดถูกจุด
                                                                                                   ุ
                                                                                          ่
                                                                                          ื
                                                                                             ึ
                                                                                                        
                                   1.3 การวิจัยเชิงอรรถาธิบาย (Explanatory research) เปนการวิจัยเพอศกษาเหตการณท ่ ี
                           ้
                                      ้
                                                                                                       ้
                           ึ
                                          
                                                   ี
                                    ิ
                        ิ
                                      ึ
                       เกดขนแลววาเกดขนไดอยางไร  มสาเหตุมาจากอะไร และทาไมจึงเปนเชนนัน  การวิจัยประเภทนีจะ
                                                                                     ้
                                                                        ํ
                       พยายามชี้ใหเห็นวาตัวแปรใดสัมพันธกับตัวแปรใดบางและสัมพันธกันอยางไรในเชิงของเหตุและผล
                                                                                                        ี
                                     
                                 2. แบงตามประโยชนของการวิจัย   การแบงประเภทของการวิจัยโดยยึดประโยชนท่ได 
                       จากการวิจัยเปนเกณฑนั้น เราจะตองพิจารณาวาในการทําการวิจัยมุงที่จะนําผลไปใชประโยชนหรือไม  
                       ดังนั้นจึงสามารถแบงการวิจัยออกเปน 2 ประเภท ดังนี้
                                                                                      ์
                                                ้
                                                ื
                                          2.1 การวิจัยพนฐาน (Basic research) หรือการวิจัยบริสุทธิ (Pure research) หรือ
                                                                          ี
                                                                          ่
                                                                                                 ื
                       การวิจัยเชิงทฤษฎี (Theoretical  research)  เปนการวิจัยทเสาะแสวงหาความรูใหมเพอสรางเปน
                                                                                              
                                                                                                 ่
                                                                                           
                                                                                                 ้
                                                                                     ํ
                                                                                   
                                                                                 ิ
                       ทฤษฎี หรือเพอเพมพนความรูตาง ๆ ใหกวางขวางสมบรณยิงข้นโดยมไดคานึงวาความรูนันจะนําไป
                                                                           ึ
                                      ิ
                                                                         ่
                                   ื
                                                                     ู
                                   ่
                                      ่
                                                 
                                                
                                         ู
                         
                                                                     ้
                                                                     ึ
                                         
                                                                                  
                                                           ้
                       แกปญหาใดไดหรือไม  การวิจัยประเภทนีมีความลึกซงและสลับซับซอนมาก เชน  การวิจัยทาง
                       วิทยาศาสตรและคณิตศาสตร เปนตน
                                    2.2 การวิจัยประยุกต (Applied research) หรือการวิจัยเชิงปฏิบัติ         (Action
                                                                                                   ่
                       research)  หรือการวิจัยเพ่อหาแนวทางปฏิบัติ (Operational  research)  เปนการวิจัยทมงเสาะ
                                              ื
                                                                                                   ี
                                                                                                    
                                                                                                    ุ
                                                       
                       แสวงหาความรู และประยุกตใชความรูหรือวิทยาการตาง ๆ  ใหเปนประโยชนในทางปฏิบัติหรือเปน
                                   
                                                                              ้
                                                                                               ้
                                       
                                                         ่
                                                                                               ื
                       การวิจัยทนําผลทไดไปแกปญหาโดยตรงนันเอง  การวิจัยประเภทนีอาจนําผลการวิจัยพนฐานมาวิจัย
                               ่
                               ี
                                     ี
                                     ่
                                                   ่
                       ตอแลวทดลองใช เชน  การวิจัยเกยวกับอาหาร ยารักษาโรค การเกษตร การเรียนการสอน เปนตน
                        
                                                   ี
                                                                                                        
                                           ี
                                                                                
                                           ่
                          ้
                        ั
                                                         ้
                                                                                            
                                                         ื
                       ดงนันเราจึงไมสามารถทจะแยกการวิจัยพนฐานและการวิจัยประยุกตออกจากกันไดโดยเดดขาด  ดัง
                                                                                                 ็
                       ภาพที่ 1.2
   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24